โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ศุภมาส สั่งปรับผังสื่อรัฐ เกาะติดน้ำท่วมใต้ ให้ประชาชนรับข้อมูลที่ถูกต้อง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 พ.ย. 2568 เวลา 07.59 น. • เผยแพร่ 25 พ.ย. 2568 เวลา 07.58 น.
ศุภมาศ อิศรภักดี

ศุภมาส สั่งการ NBT กรมประชาสัมพันธ์ จับมือ อสมท. เกาะติดน้ำท่วมภาคใต้ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและทันเหตุการณ์ ติคนสร้างภาพเอไอปลอมทำตื่นตระหนก ยันรัฐบาลไม่นิ่งนอนใจช่วยเหลือผู้ตกค้าง

น.ส.ศุภมาศ อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำ โดยเฉพาะด้านการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร ว่าขณะนี้รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับการช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่เสี่ยง หลังคณะรัฐมนตรีมีมติให้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบรุนแรง เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถปฏิบัติงานได้อย่างคล่องตัว บูรณาการกำลัง และเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันเวลา ทั้งการอพยพ การลำเลียงผู้ประสบภัย การจัดหาอาหาร น้ำดื่ม และที่พักพิง รวมถึงอุปกรณ์ยังชีพเร่งด่วน

น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า รัฐบาลขอให้ประชาชนมั่นใจว่าการช่วยเหลือทุกด้านกำลังดำเนินไปเต็มกำลัง โดยเฉพาะด้วยพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง พระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่ทรงห่วงใยประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม ได้พระราชทานสิ่งของช่วยเหลือ รวมถึงถุงยังชีพพระราชทานและโรงครัวพระราชทานลงพื้นที่ทันที เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

ในส่วนของการสื่อสาร ได้สั่งการให้ NBT กรมประชาสัมพันธ์ และ อสมท. ปรับผังรายการและขยายการรายงานสถานการณ์แบบเรียลไทม์ เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องและทันเหตุการณ์แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ลดความสับสนในช่วงสถานการณ์วิกฤต

สถานีโทรทัศน์ NBT ได้ล้มผังรายการปกติและออกอากาศรายการพิเศษ “เกาะติดน้ำท่วมใต้” รายงานสถานการณ์จากพื้นที่จริงตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 พร้อมเชื่อมสัญญาณไปยังสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยทั่วประเทศ รวมทั้งช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook YouTube TikTok NBT Connext และเพจประชาสัมพันธ์จังหวัด โดยเฉพาะ สวท. สงขลา FM 90.5 MHz ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์ข้อมูลหลักของภาคใต้ในแบบเรียลไทม์

ด้าน อสมท.ได้ร่วมเชื่อมสัญญาณรายการพิเศษจาก NBT เพิ่มการรายงานในข่าวทุกช่วงเวลา พร้อมระดมสถานีวิทยุเครือข่ายภาคใต้ทั้ง 10 สถานี เพื่อสะท้อนสถานการณ์ภาคสนามและความต้องการเร่งด่วนของประชาชน

นอกจากนี้ รัฐบาลยังจัดทำระบบข้อมูลกลางแบบเรียลไทม์สำหรับประชาชน ซึ่งรวมข้อมูลระดับน้ำ จุดถนนขาด สถานะไฟฟ้า น้ำประปา เส้นทางอพยพ และจุดรับส่งผู้ประสบภัย โดยเผยแพร่ผ่านทุกช่องทางสื่อ ได้แก่ ช่อง 9 ช่อง 11 เพจกรมประชาสัมพันธ์ เพจ สวท.สงขลา และ FM 90.5 MHz เพื่อให้ประชาชนสามารถประเมินสถานการณ์และตัดสินใจได้อย่างทันท่วงที

น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเป็นรูปธรรม ได้มอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์ร่วมกับ อสมท. เปิด “ศูนย์รับบริจาคสิ่งของช่วยผู้ประสบภัยภาคใต้” ณ สถานีโทรทัศน์ NBT ถนนวิภาวดีรังสิต เขตดินแดง ตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป เปิดรับบริจาคทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น.

ประชาชนสามารถนำเครื่องอุปโภคบริโภค เสื้อผ้า ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ มาบริจาคได้ที่ศูนย์ดังกล่าว โดยสิ่งของทั้งหมดจะถูกส่งต่อไปยังพื้นที่ประสบภัยทันที พร้อมการสนับสนุนการขนส่งจากสายการบินนกแอร์

สำหรับผู้ที่ต้องการบริจาคเป็นเงิน สามารถบริจาคโดยตรงผ่านบัญชี “สภากาชาดไทย เพื่อภัยพิบัติ” ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย เลขบัญชี 045-3-04637-0 ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า รายละเอียดเพิ่มเติมติดตามได้จากช่อง NBT

“รัฐบาลจะใช้ศักยภาพของสื่อรัฐ ทั้งกรมประชาสัมพันธ์และ อสมท. อย่างเต็มกำลังเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน และทันต่อสถานการณ์ ขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข้อมูลจากสื่อภาครัฐเพื่อความปลอดภัย รัฐบาลจะเร่งดำเนินมาตรการทุกด้านเพื่อลดผลกระทบและความสูญเสียให้ได้มากที่สุด”

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการนำเอไอมาสร้างภาพสถานการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า เรื่องที่น่าเป็นห่วงตอนนี้คือการนำภาพเอไอมาใช้ทำให้เกิดภาพที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง และเกิดความตื่นตระหนก อยากขอฝากถึงคนที่ยังเห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องเล่น ทั้งที่เป็นเรื่องที่ถึงแก่ชีวิตได้

เพราะฉะนั้นคนไทยทุกคนควรร่วมใจกันคนละไม้คนละมือ หากช่วยไม่ได้ก็ส่งกำลังใจ อย่าทำอะไรให้เกิดการบั่นทอนกำลังใจ หรือทำให้สถานะการณ์ผิดเพี้ยนไป อย่างที่ทราบมาว่ามีคนสร้างรูปงูยักษ์เข้ามา จะเหมือนนิทานเรื่องเด็กเลี้ยงแกะที่เมื่อเกิดเหตุขึ้นจริงอาจจะมีคนไม่เชื่อ คิดว่าเป็นเอไอจนไม่ได้เข้าไปช่วยเหลือหรือไม่ได้เตรียมการณ์ เป็นเหตุให้เสียหายหรืออันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้ จึงขอฝากท่านที่ยังไม่ได้ตระหนักถึงความเดือดร้อนของคนในพื้นที่จริง ๆ ให้ตระหนักไว้ด้วย

อย่างไรก็ตามไม่อยากให้ต้องตื่นตระหนก เพราะรัฐบาลเองก็เร่งบูรณาการทุกหน่วยงานเต็มที่ และมีผู้บัญชาการสถานการณ์ที่อยู่ในพื้นที่ตลอด และนายกรัฐมนตรีจะยังคงเดินทางไปตรวจเยี่ยม ให้นโยบาย และสั่งการด้วยตัวเองในภารกิจต่อ ๆ ไป และหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายได้โดยเร็ว

เมื่อถามว่า ในสถานการณ์ที่มีข่าวเท็จมากมาย ประชาชนควรจะเลือกเสพสื่ออย่างไรบ้าง น.ส.ศุภมาสกล่าวว่า ขณะนี้โลกเปลี่ยนไปมีโซเชียลมีเดียเยอะแยะมากมาย และเราเสพสื่อส่วนใหญ่จากโซเชียลมีเดีย ซึ่งจริงบ้างเท็จบ้างพิสูจน์ไม่ได้ ถ้าอยากได้ข้อมูลที่แท้จริงขอให้เสพจากสื่อของรัฐ ซึ่งได้กลั่นกรองข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้ว และเป็นส่วนกลางที่รวบรวมข้อมูลจากส่วนราชการทุกส่วน เพื่อที่จะเป็นกระบอกเสียงขยายต่อไปให้ประชาชน

เมื่อถามว่า คณะรัฐมนตรีมีข้อสั่งการใดในเรื่องการช่วยเหลือผู้ตกค้างบ้างหรือไม่ น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมีข้อห่วงใยมาก เราก็จะทำโดยละเอียด ไล่เป็นรายหมู่บ้าน ตำบล และที่สำคัญคือโรงพยาบาล ลำเลียงผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้รายงานว่าผู้ป่วยไอซียู ลำเลียงออกไปยังสถานพยาบาลที่ปลอดภัยแล้ว

และมีเฮลิคอปเตอร์ลงไปช่วยเหลือรับคนไข้วิกฤตออกจากโรงพยาบาลที่โดนภัยพิบัติ โดยทั้งมีการระดมเรือเจ็ตสกีและความช่วยเหลือจากหน่วยในพื้นที่ และจิตอาสาต่าง ๆ จนเริ่มมีอุปกรณ์ช่วยเหลือต่าง ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อถามย้ำว่า ยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจและไม่ได้ล่าช้าใด ๆ ใช่หรือไม่ น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะจริง ๆ แล้วนายกรัฐมนตรีก็ประชุมในเรื่องนี้ทุกวัน และพยายามจะทำให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด

ขณะเดียวกันหลาย ๆ กระทรวงที่มีศูนย์พักพิง ก็ทำให้มีการเปิดศูนย์พักพิงได้หลายที่ ซึ่งมีความพร้อมทั้งที่พัก อาหาร เมื่อประชาชนมาอยู่ที่ศูนย์พักพิงแล้วก็จะได้รับการดูแล ไม่ว่าจะผู้ป่วยหรือเด็กเล็กก็ดี ก็จะได้รับการดูแลอย่างดี จากศูนย์พักพิงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัย วัด หรือศูนย์พยาบาลเล็ก ๆ รวมทั้งโรงพยาบาลสนามที่กำลังจะสร้าง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ศุภมาส สั่งปรับผังสื่อรัฐ เกาะติดน้ำท่วมใต้ ให้ประชาชนรับข้อมูลที่ถูกต้อง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...