โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ฟิลิปปินส์อ่วม ไต้ฝุ่นคัลแมกีพัดถล่ม เสียชีวิตแล้ว 2 ราย อพยพคนนับแสน

สวพ.FM91

อัพเดต 04 พ.ย. 2568 เวลา 06.50 น. • เผยแพร่ 04 พ.ย. 2568 เวลา 06.42 น.

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 อิทธิพลจากไต้ฝุ่นคัลแมกี ที่พัดถล่มพื้นที่ตอนกลางของประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ส่งผลให้ห้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ไฟฟ้าดับ ประชาชนนับแสนคนต้องอพยพออกจากที่อยู่ และมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2 ราย

เมื่อเวลา 8.00 น. ไต้ฝุ่นคัลแมกี กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกผ่านเกาะเซบูและเนโกรส โดยมีความเร็วลม 150 กม./ชม. และ ลมกระโชกแรง 185 กม./ชม. หลังจากที่ขึ้นฝั่งเมื่อเวลาเที่ยงคืนที่เมืองซีลาโก จังหวัดเลย์เตใต้ ทางตะวันตก

ก่อนหน้านี้ฟิลิปปินส์ได้รับผลกระทบจากพายุใหญ่ 2 ลูก ในช่วงเดือนกันยายน รวมถึงพายุไต้ฝุ่นรากาซา ซึ่งทำให้ต้นไม้ล้มและหลังคาอาคารปลิวว่อน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 14 รายในไต้หวันที่อยู่ใกล้เคียง สำนักงานอุตุนิยมวิทยาระบุว่า โดยทั่วไปแล้วพายุไซโคลนจำนวนมากมักจะมาพร้อมกับปรากฏการณ์ลานีญา ซึ่งเป็นรูปแบบภูมิอากาศตามธรรมชาติที่ทำให้อุณหภูมิพื้นผิวในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตอนตะวันออกเย็นลง

ทั้งนี้ คัลแมกี ซึ่งถือเป็นพายุไซโคลนเขตร้อนลูกที่ 20 ที่พัดถล่มฟิลิปปินส์ในปีนี้ ได้เคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ด้วยความเร็ว 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไต้ฝุ่นคัลแมกี มีเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ที่ราว 600 กิโลเมตร และคาดว่าจะถล่มจังหวัดตอนกลางของประเทศฟิลิปปินส์ รวมทั้งจังหวัดเซบู ที่ยังอยู่ระหว่างการฟื้นฟูจากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.9 แมกนิจูด ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 กันยายน และทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 79 คน ชาวบ้านต้องไร้ที่อยู่อาศัยหลายพันคน เนื่องจากบ้านเรือนพังถล่มและได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุแผ่นดินไหวที่เกาะเนกรอส

สถาบันภูเขาไฟวิทยาและแผ่นดินไหวแห่งฟิลิปปินส์ แจ้งว่า ฝนที่ตกหหนักอาจทำให้เกิดโคลนภูเขาไฟไหลบ่าภูเขาไฟคันลาออน ซึ่งพ่นเถ้าถ่านและไอน้ำออกมาในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...