โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

SHR เล็งตัดขายโรงแรม UK ซื้อเพิ่มในไทย กรุงเทพฯ-ภาคใต้

Khaosod

อัพเดต 08 ธ.ค. 2568 เวลา 01.13 น. • เผยแพร่ 08 ธ.ค. 2568 เวลา 01.13 น.

เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท หรือ SHR เดินหน้าปรับพอร์ตครั้งใหญ่ เตรียมขายโรงแรม Mid-scale ในสหราชอาณาจักรที่ให้ผลตอบแทนไม่เด่น เพื่อรักษาอัตรากำไรดีขึ้ขึ้น พร้อมนำเงินลงทุนเพิ่มในไทย กรุงเทพฯ และภาคใต้ 2,000–3,000 ล้านบาท ขณะธุรกิจมัลดีฟส์–ฟิจิ ยังเป็นตัวทำเงิน หนุนรายได้ปี 2568 เข้าเป้า 11,000 ล้านบาท

นายอิศรินทร์ ภัทรมัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR เปิดเผยว่าบริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาขายสินทรัพย์ในสหราชอาณาจักร (UK) ที่มีอัตราผลตอบแทน (Yield) ไม่โดดเด่นออกไป เพื่อช่วยให้ความสามารถในการทำกำไร (EBITDA Margin) โดยรวมเพิ่มขึ้น

โดยเฉพาะการขายโรงแรมระดับกลาง (Mid-scale) ที่ตั้งอยู่ในชานเมือง ซึ่งส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาตลาดภายในประเทศ และด้วยสภาพเศรษฐกิจในสหราชอาณาจักร (UK) รวมถึงค่าครองชีพที่สูง อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวและพักโรงแรมค่อนข้างนิ่ง เมื่อเทียบกับประเทศไทย

ในขณะเดียวกันบริษัทจะนำเงินมาลงทุนซื้อโรงแรมในภาคใต้ของไทย และกรุงเทพฯ อย่างละ 1 แห่ง มูลค่าลงทุน 2,000-3,000 ล้านบาท

“มองว่าในปี 2569 คาดว่า ธุรกิจท่องเที่ยวของไทยน่าจะดีขึ้น โดยคาดว่านักท่องเที่ยวจะกลับมาแน่นอน”

อย่างไรก็ดีปัจจุบันบริษัทมีโรงแรมใน UK 22 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ชานเมือง ขณะที่มีเพียง 6 แห่งที่อยู่ในเมืองใหญ่ซึ่งบริษัทได้ดำเนินแผนเชิงกลยุทธ์ด้วยการทยอยรีแบรนด์บริหารโดยเครือแอสคอท ใน 4 แห่ง

ประกอบด้วย แอสคอท เดอะ เรสซิเดนซ์ เอดินเบอระ, ซิทาดีนส์ กลาสโกว์ และ แมนเชสเตอร์ ส่วนเลสเตอร์ เป็น ดิอันลิมิเต็ด คอลเลกชัน ซึ่งความคาดหวังจากการรีแบรนด์ครั้งนี้เพื่อช่วยให้ RevPAR (อัตราการเข้าพักเฉลี่ยต่อห้องพัก) ของ UK โดยรวมจะเพิ่มขึ้นได้ถึง 20%

ในส่วนของโรงแรมในมัลดีฟส์ ถือว่าค่อนข้างดีโดยเฉพาะในปีนี้สร้างสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติสูงสุด โดยเฉพาะจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ทำให้ภาพรวมโรงแรมที่ต้องเดินทางโดยซีเพลนอาจได้รับผลกระทบบ้างเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายสูง ทำให้ 3 โรงแรมของบริษัทได้ประโยชน์ ซึ่งนอกจากเดินทางโดยสปีทโบ้ทเพียง 15 นาที จากสนามบินมัลดีฟส์ แล้ว ยังมีร้านค้า และร้านอาหาร เพิ่มด้วย

โดยโรงแรมในมัลดีฟส์ ประกอบด้วย ทราย นลากูน มัลดีฟส์ คูริโอ คอลเล็กชั่น บาย ฮิลตัน เป็นโรงแรมระดับบน (Upscale) มีห้องพัก 198 ห้อง โดยมีห้องพักแบบ วอเตอร์วิลล่า (วิลล่าเหนือน้ำ) 20 ห้อง ซึ่งมีการเข้าพักเต็มเกือบตลอดปี ทำให้บริษัทมีแผนขยายห้องพักแบบวอเตอร์วิลล่าเพิ่มอีก 14-15 ห้อง ใช้งบลงทุนประมาณ 200-300 ล้านบาท เริ่มสร้างปีหน้าพร้อมเปิดให้บริการในปี 2570 และคาดว่าจะมีจุดคุ้มทุน (PB) ภายใน 2 ปี

นอกจากนี้ยังมีโรงแรม ฮาร์ดร็อค โฮเทล มัลดีฟส์ เป็นโรงแรมระดับบน (Upper Upscale) มีห้องพัก 178 ห้อง และโรงแรมโซ มัลดีฟส์ เป็นที่พักแบบวิลล่าทุกหลัง ซึ่งมีทั้งแบบวิลล่าริมทะเล และ วอเตอร์วิลล่า

อย่างไรก็ดีคาดการณ์อัตราการเข้าพักโรงแรมในมัลดีฟส์เฉลี่ยปีนี้จะทำให้ได้กว่า 70% แต่เนื่องจากรายได้เป็นค่าเงินดอลลาร์ ทำให้คาดว่า RevPAR ของโรงแรมในมัลดีฟส์ทั้งหมดปีนี้จะเพิ่มขึ้นประมาณ 5%

“ล่าสุดสนามบินนานาชาติมัลดีฟส์มีการขยายอาคารผู้โดยสารแล้วเสร็จและเปิดให้บริการแล้ว โดยคาดว่าในปีหน้าจะรองรับนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอีกมาก”

ส่วนโรงแรมในประเทศฟิจิ ซึ่งมี 2 แห่ง ถือเป็น Cash Cow (แหล่งเงินสด) ให้กับบริษัท เนื่องจากมีอัตราการเข้าพักสูงมากประมาณ 90% และอาจมีแผนขยายห้องเพิ่มอีกประมาณ 20 ห้อง

สำหรับโรงแรมในประเทศไทยซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 25% ของรายได้รวม โดยในปีนี้ถือว่าสร้างผลงานได้ค่อนข้างดี หลังจากบริษัทได้ทยอยปรับปรุงโรงแรมที่ซื้อมาและเปิดให้บริการ ประกอบกับบริษัทมีฐานลูกค้านักท่องเที่ยวจีนเพียง 3% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นยุโรป ตะวันออกกลาง และปีนี้มีอินเดียเพิ่มขึ้น ทำให้ไม่กระทบ

ประกอบกับโรงแรมทราย ลากูน่า ภูเก็ต ล่าสุดอัตราค่าที่พักเฉลี่ยต่อวัน หรือ ADR ปรรับขึ้นจากเดิมถึง 30% โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 2 และ 3 ทำให้ผลประกอบการของโรงแรมนี้โดดเด่นมาก ส่วนโรงแรมทราย พีพี วิลเลจ บนเกาะพีพี ได้มีการปรับปรุงบางส่วน เพื่อเพิ่ม ADR ได้ถึง 20% ขึ้นไป

ขณะที่โรงแรมบนเกาะสมุย หลังจากปลายปีที่แล้วมีกระแส The White Lotus ซีซัน 3’ ซีรีส์ดัง ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวเพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัทมี 2 โรงแรม คือ สันติบุรี เกาะสมุย และ ทราย เกาะสมุล วิลล่า ซึ่งคาดว่า ADR ในปีนี้จะเพิ่มขึ้นประมาณ 10%

โดยรวมแล้วคาดการณ์รายได้ปี 2568 จะทำได้ 11,000 ล้านบาท ใกล้เคียงที่บริษัทตั้งเป้าหมายไว้ตั้งแต่ต้นปี โดยเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วไม่ถีง 10% ในขณะที่คาดว่ากำไรสุทธิในปีนี้จะทำสถิติสูงสุด เนื่องจากบริษัทยอยรับรู้รายได้จากโรงแรมที่ทยอยปรับปรุงแล้วเสร็จ รวมถึงปัจจุบันบริษัทมีเงินกู้ที่มีภาระดอกเบี้ย 1,300 ล้านบาท หรือมีอัตราหนี้สินต่อทุน 0.8 เท่า ทำให้บริษัทยังมีความสามารถในกู้ได้อีก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : SHR เล็งตัดขายโรงแรม UK ซื้อเพิ่มในไทย กรุงเทพฯ-ภาคใต้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...