SHR เล็งตัดขายโรงแรม UK ซื้อเพิ่มในไทย กรุงเทพฯ-ภาคใต้
เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท หรือ SHR เดินหน้าปรับพอร์ตครั้งใหญ่ เตรียมขายโรงแรม Mid-scale ในสหราชอาณาจักรที่ให้ผลตอบแทนไม่เด่น เพื่อรักษาอัตรากำไรดีขึ้ขึ้น พร้อมนำเงินลงทุนเพิ่มในไทย กรุงเทพฯ และภาคใต้ 2,000–3,000 ล้านบาท ขณะธุรกิจมัลดีฟส์–ฟิจิ ยังเป็นตัวทำเงิน หนุนรายได้ปี 2568 เข้าเป้า 11,000 ล้านบาท
นายอิศรินทร์ ภัทรมัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR เปิดเผยว่าบริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาขายสินทรัพย์ในสหราชอาณาจักร (UK) ที่มีอัตราผลตอบแทน (Yield) ไม่โดดเด่นออกไป เพื่อช่วยให้ความสามารถในการทำกำไร (EBITDA Margin) โดยรวมเพิ่มขึ้น
โดยเฉพาะการขายโรงแรมระดับกลาง (Mid-scale) ที่ตั้งอยู่ในชานเมือง ซึ่งส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาตลาดภายในประเทศ และด้วยสภาพเศรษฐกิจในสหราชอาณาจักร (UK) รวมถึงค่าครองชีพที่สูง อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวและพักโรงแรมค่อนข้างนิ่ง เมื่อเทียบกับประเทศไทย
ในขณะเดียวกันบริษัทจะนำเงินมาลงทุนซื้อโรงแรมในภาคใต้ของไทย และกรุงเทพฯ อย่างละ 1 แห่ง มูลค่าลงทุน 2,000-3,000 ล้านบาท
“มองว่าในปี 2569 คาดว่า ธุรกิจท่องเที่ยวของไทยน่าจะดีขึ้น โดยคาดว่านักท่องเที่ยวจะกลับมาแน่นอน”
อย่างไรก็ดีปัจจุบันบริษัทมีโรงแรมใน UK 22 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ชานเมือง ขณะที่มีเพียง 6 แห่งที่อยู่ในเมืองใหญ่ซึ่งบริษัทได้ดำเนินแผนเชิงกลยุทธ์ด้วยการทยอยรีแบรนด์บริหารโดยเครือแอสคอท ใน 4 แห่ง
ประกอบด้วย แอสคอท เดอะ เรสซิเดนซ์ เอดินเบอระ, ซิทาดีนส์ กลาสโกว์ และ แมนเชสเตอร์ ส่วนเลสเตอร์ เป็น ดิอันลิมิเต็ด คอลเลกชัน ซึ่งความคาดหวังจากการรีแบรนด์ครั้งนี้เพื่อช่วยให้ RevPAR (อัตราการเข้าพักเฉลี่ยต่อห้องพัก) ของ UK โดยรวมจะเพิ่มขึ้นได้ถึง 20%
ในส่วนของโรงแรมในมัลดีฟส์ ถือว่าค่อนข้างดีโดยเฉพาะในปีนี้สร้างสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติสูงสุด โดยเฉพาะจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ทำให้ภาพรวมโรงแรมที่ต้องเดินทางโดยซีเพลนอาจได้รับผลกระทบบ้างเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายสูง ทำให้ 3 โรงแรมของบริษัทได้ประโยชน์ ซึ่งนอกจากเดินทางโดยสปีทโบ้ทเพียง 15 นาที จากสนามบินมัลดีฟส์ แล้ว ยังมีร้านค้า และร้านอาหาร เพิ่มด้วย
โดยโรงแรมในมัลดีฟส์ ประกอบด้วย ทราย นลากูน มัลดีฟส์ คูริโอ คอลเล็กชั่น บาย ฮิลตัน เป็นโรงแรมระดับบน (Upscale) มีห้องพัก 198 ห้อง โดยมีห้องพักแบบ วอเตอร์วิลล่า (วิลล่าเหนือน้ำ) 20 ห้อง ซึ่งมีการเข้าพักเต็มเกือบตลอดปี ทำให้บริษัทมีแผนขยายห้องพักแบบวอเตอร์วิลล่าเพิ่มอีก 14-15 ห้อง ใช้งบลงทุนประมาณ 200-300 ล้านบาท เริ่มสร้างปีหน้าพร้อมเปิดให้บริการในปี 2570 และคาดว่าจะมีจุดคุ้มทุน (PB) ภายใน 2 ปี
นอกจากนี้ยังมีโรงแรม ฮาร์ดร็อค โฮเทล มัลดีฟส์ เป็นโรงแรมระดับบน (Upper Upscale) มีห้องพัก 178 ห้อง และโรงแรมโซ มัลดีฟส์ เป็นที่พักแบบวิลล่าทุกหลัง ซึ่งมีทั้งแบบวิลล่าริมทะเล และ วอเตอร์วิลล่า
อย่างไรก็ดีคาดการณ์อัตราการเข้าพักโรงแรมในมัลดีฟส์เฉลี่ยปีนี้จะทำให้ได้กว่า 70% แต่เนื่องจากรายได้เป็นค่าเงินดอลลาร์ ทำให้คาดว่า RevPAR ของโรงแรมในมัลดีฟส์ทั้งหมดปีนี้จะเพิ่มขึ้นประมาณ 5%
“ล่าสุดสนามบินนานาชาติมัลดีฟส์มีการขยายอาคารผู้โดยสารแล้วเสร็จและเปิดให้บริการแล้ว โดยคาดว่าในปีหน้าจะรองรับนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอีกมาก”
ส่วนโรงแรมในประเทศฟิจิ ซึ่งมี 2 แห่ง ถือเป็น Cash Cow (แหล่งเงินสด) ให้กับบริษัท เนื่องจากมีอัตราการเข้าพักสูงมากประมาณ 90% และอาจมีแผนขยายห้องเพิ่มอีกประมาณ 20 ห้อง
สำหรับโรงแรมในประเทศไทยซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 25% ของรายได้รวม โดยในปีนี้ถือว่าสร้างผลงานได้ค่อนข้างดี หลังจากบริษัทได้ทยอยปรับปรุงโรงแรมที่ซื้อมาและเปิดให้บริการ ประกอบกับบริษัทมีฐานลูกค้านักท่องเที่ยวจีนเพียง 3% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นยุโรป ตะวันออกกลาง และปีนี้มีอินเดียเพิ่มขึ้น ทำให้ไม่กระทบ
ประกอบกับโรงแรมทราย ลากูน่า ภูเก็ต ล่าสุดอัตราค่าที่พักเฉลี่ยต่อวัน หรือ ADR ปรรับขึ้นจากเดิมถึง 30% โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 2 และ 3 ทำให้ผลประกอบการของโรงแรมนี้โดดเด่นมาก ส่วนโรงแรมทราย พีพี วิลเลจ บนเกาะพีพี ได้มีการปรับปรุงบางส่วน เพื่อเพิ่ม ADR ได้ถึง 20% ขึ้นไป
ขณะที่โรงแรมบนเกาะสมุย หลังจากปลายปีที่แล้วมีกระแส The White Lotus ซีซัน 3’ ซีรีส์ดัง ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวเพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัทมี 2 โรงแรม คือ สันติบุรี เกาะสมุย และ ทราย เกาะสมุล วิลล่า ซึ่งคาดว่า ADR ในปีนี้จะเพิ่มขึ้นประมาณ 10%
โดยรวมแล้วคาดการณ์รายได้ปี 2568 จะทำได้ 11,000 ล้านบาท ใกล้เคียงที่บริษัทตั้งเป้าหมายไว้ตั้งแต่ต้นปี โดยเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วไม่ถีง 10% ในขณะที่คาดว่ากำไรสุทธิในปีนี้จะทำสถิติสูงสุด เนื่องจากบริษัทยอยรับรู้รายได้จากโรงแรมที่ทยอยปรับปรุงแล้วเสร็จ รวมถึงปัจจุบันบริษัทมีเงินกู้ที่มีภาระดอกเบี้ย 1,300 ล้านบาท หรือมีอัตราหนี้สินต่อทุน 0.8 เท่า ทำให้บริษัทยังมีความสามารถในกู้ได้อีก
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : SHR เล็งตัดขายโรงแรม UK ซื้อเพิ่มในไทย กรุงเทพฯ-ภาคใต้
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th