ไมย์เออร์ ทุ่ม 7 พันล้านเปิดฐานผลิตเครื่องครัวโลกที่ชลบุรี ส่งแบรนด์ลูก Prestige เจาะตลาดแมสไทย
ไมย์เออร์ กรุ๊ป ลงทุน 7,000 ล้านบาท เปิดฐานการผลิตและนวัตกรรมเครื่องครัวที่ใหญ่ที่สุดในเครือ ณ นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จ.ชลบุรี กำลังการผลิตมากกว่า 120,000 ชิ้นต่อวัน มูลค่าส่งออกทะลุ 4,000 ล้านบาทในปี 2567 สวนกระแสเศรษฐกิจผันผวน เปิดตัวแบรนด์ Prestige เจาะตลาดแมสในไทยมูลค่า 1,000 ล้านบาท ตั้งเป้าเพิ่มยอดขายรวม 25% ภายในปี 2569 รับเทรนด์ "คนไทยกลับเข้าครัว"
23 พฤศจิกายน 2568 - นายโจเซฟ โล ผู้จัดการทั่วไปและผู้อำนวยการ บริษัท ไมย์เออร์ อินดัสตรีส์ จำกัด เปิดเผยว่า โครงการนี้มีมูลค่าการลงทุนรวมในที่ดิน อาคาร เครื่องจักร และเทคโนโลยีการผลิตสูงกว่า 7,000 ล้านบาท บนพื้นที่รวมกว่า 103 ไร่ โรงงานแห่งนี้มีศักยภาพในการผลิตสินค้าได้มากกว่า 120,000 ชิ้นต่อวัน
โดยสินค้ากว่า 97% ถูกส่งออกไปยังตลาดสำคัญทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา และสหราชอาณาจักร สร้างรายได้รวมในปี 2567 ให้กับกลุ่มบริษัทในไทยกว่า 4,000 ล้านบาท การเปิดฐานการผลิตให้สาธารณชนรับทราบในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพด้านเทคโนโลยีและมาตรฐานการผลิตระดับสากล
นายคมกฤษณ์ วงษ์กวีวัฒนกูล ผู้อำนวยการฝ่ายการผลิต บริษัท ไมย์เออร์ อินดัสตรีส์ จำกัด กล่าวว่า ฐานการผลิตแห่งนี้ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ได้มาตรฐานสากลครอบคลุมการผลิตเครื่องครัวกลุ่มสแตนเลสสตีล อะลูมิเนียม และกลุ่มเคลือบผิวลื่น
โดยทุกขั้นตอนการผลิตถูกควบคุมอย่างเข้มงวดเพื่อความปลอดภัยและคุณภาพสูงสุด นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งมั่นดำเนินงานด้านความยั่งยืน โดยมีเป้าหมายการผลิตแบบ Net Zero อย่างเป็นระบบ เน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG emission) และลดปริมาณขยะที่ส่งไปยังหลุมฝังกลบ (Reduce waste to landfill)
นอกเหนือจากการตอกย้ำความแข็งแกร่งด้านการผลิตเพื่อส่งออกแล้ว บริษัท ไมเร็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ยังประกาศรุกตลาดในประเทศอย่างจริงจัง ด้วยการเปิดตัวเครื่องครัวและอุปกรณ์ในครัวภายใต้แบรนด์ Prestige คอลเลกชัน Made to Last Stainless Steel โดยมุ่งเป้าเจาะกลุ่ม Mass Market เป็นครั้งแรกในประเทศไทย
นายโจเซฟ โล ประเมินว่า ตลาดเครื่องครัวในกลุ่มแมสของประเทศไทยมีมูลค่าตลาดไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท การเปิดตัว Prestige ในครั้งนี้เป็นการนำเสนอเครื่องครัวที่มีความน่าเชื่อถือระดับโลกใน ราคาเริ่มต้นหลักร้อย เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง โดยบริษัทตั้งเป้าหมายจะเพิ่มยอดขายรวมในประเทศถึง 25% ภายในปี 2569
กลยุทธ์การทำตลาดของ Prestige เน้นการชูเทคโนโลยีการผลิตและคุณภาพที่เหนือกว่าคู่แข่ง โดยเครื่องครัวผลิตจากสแตนเลสคุณภาพสูง ทนทาน และมีฐานเหนี่ยวนำที่ช่วยกระจายความร้อนได้ทั่วถึง ทำให้สามารถใช้งานได้ดีกับเตาทุกประเภท รวมถึงเตาแม่เหล็กไฟฟ้า (Induction) ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญสำหรับที่อยู่อาศัยยุคใหม่
นายโจเซฟ โล ชี้ว่า แม้ภาวะเศรษฐกิจไทยจะมีความไม่แน่นอนสูง แต่บริษัทมองเห็นโอกาสสำคัญในการเติบโตของตลาดเครื่องครัว จากผลสำรวจเชิงลึก (Consumer Insight) ที่พบว่า:
- พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน : คนไทยยุคใหม่ในช่วงอายุ 18 – 45 ปี ที่อาศัยอยู่ในคอนโดและบ้านพัก มีแนวโน้ม เข้าครัวทำอาหารรับประทานเองเพิ่มขึ้น 10-15%
- ปัจจัยทางเศรษฐกิจ : การผันผวนทางเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้น เป็นปัจจัยเร่งให้ผู้บริโภคเลือกทำอาหารเองที่บ้านเพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของ The1 Insight ที่ระบุว่าภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้คนไทยกลับเข้าครัวมากขึ้น
- ความตระหนักด้านสุขภาพ : ความต้องการดูแลสุขภาพและรูปร่างที่ดี ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยบวกที่สนับสนุนการทำอาหารเอง
จากปัจจัยบวกดังกล่าว บริษัทคาดการณ์ว่า ตลาดเครื่องครัวโดยรวมของไทยจะมีโอกาสเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 5% ในปี 2569 ซึ่งการเปิดตัว Prestige ที่เน้นความคุ้มค่าและคุณภาพสูงในราคาเข้าถึงง่าย จึงเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในช่วงเศรษฐกิจขาลงได้อย่างเหมาะสม
ในการขับเคลื่อนยอดขายสู่เป้าหมาย 25% บริษัท ไมเร็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด จะใช้กลยุทธ์หลัก 4 ด้าน รวมถึงการสร้างประสบการณ์แบบ Omnichannel เพื่อเชื่อมต่อทุกช่องทางทั้งห้างสรรพสินค้า โซเชียลมีเดีย และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เพื่อตอบโจทย์ความสะดวกสบายของไลฟ์สไตล์คนเมือง นอกจากนี้ ยังเน้นการสร้าง Branding & Communication ผ่าน Mass Media และผู้มีอิทธิพลในสังคม เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือและความเป็นผู้นำด้าน Home Cooking อย่างต่อเนื่อง