โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘จุลพันธ์’ ลงพื้นที่จันทบุรี หารือผู้ประกอบการค้าพลอย-ชาวประมง พร้อมเดินหน้ายกระดับเศรษฐกิจ

เดลินิวส์

อัพเดต 12 มกราคม 2569 เวลา 23.00 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
‘จุลพันธ์’ ลงพื้นที่จันทบุรี หารือผู้ประกอบการค้าพลอย-ชาวประมง เดินหน้ายกระดับเศรษฐกิจ พร้อมดันศักยภาพจังหวัดรอง สร้างงานสร้างรายได้ให้คนในพื้นที่

เมื่อวันที่ 12 ม.ค. พรรคเพื่อไทย นำโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ นายสุรเกียรติ เทียนทอง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และผู้สมัคร สส.จันทบุรี ได้แก่ เขต 1 นายเฉลิมพล ศักดิ์คำ เบอร์ 3, เขต 2 นายจารึก ศรีอ่อน เบอร์ 2 และเขต 3 นายเกรียงเดช เข็มทอง เบอร์ 7 ลงพื้นที่หาเสียง และรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี

โดยช่วงเช้านายจุลพันธ์ พร้อมคณะผู้สมัคร สส. ลงพื้นที่เดินพบปะประชาชน และพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดน้ำพุ อ.เมือง ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก ประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น จากนั้นคณะได้เดินทางไปยัง ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี เพื่อรับฟังการบรรยายและข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการอัญมณี ซึ่งสะท้อนปัญหาสำคัญ ได้แก่ การขาดแคลนวัตถุดิบพลอยก้อน เนื่องจากในพื้นที่แทบไม่เหลือแหล่งผลิตแล้ว จึงต้องการให้ภาครัฐอำนวยความสะดวกด้านการนำเข้า ปรับโครงสร้างภาษีนำเข้าให้เหมาะสม รวมถึงการผลักดันตลาดส่งออกใหม่ๆ และการสนับสนุนการออกบูธแสดงสินค้าในต่างประเทศ

นายจุลพันธ์ ได้กล่าวถึงปัญหาด้านประมง ในประเด็นพี่น้องชาวประมงพื้นบ้าน และประมงชายฝั่งสะท้อนผลกระทบจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติการประมงตั้งแต่ยุค คสช. โดยเฉพาะขั้นตอนการลงทะเบียนเรือเข้า-ออกที่ยุ่งยาก จึงเรียกร้องให้ภาครัฐปรับปรุงกระบวนการให้คล่องตัว ควบคู่กับการฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งทะเล

นอกจากนี้ ยังเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนโครงการฟื้นฟูทะเลชายฝั่งและสัตว์น้ำวัยอ่อน เนื่องจากปัจจุบันทรัพยากรเสื่อมโทรม สัตว์น้ำลดลง โดยการวาง “ซั้งกอ” ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ต้องดำเนินการต่อเนื่องทุกปี พร้อมเสนอแนวคิดนำเรือประมงขนาดใหญ่ที่เลิกใช้งานแล้วไปจมเป็นปะการังเทียม เพื่อเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ และป้องกันเรือลากอวนขนาดใหญ่รุกล้ำเขตน้ำตื้น

ส่วนประเด็นปัญหาที่ดิน พี่น้องประชาชนสะท้อนความเดือดร้อนจากการไม่มีเอกสารสิทธิในพื้นที่ป่าชายเลน และพื้นที่ป่าใน อ.แก่งหางแมว ซึ่งกว่า 90% ของประชาชนไม่มีเอกสารสิทธิ จึงขอให้ภาครัฐเร่งพิสูจน์สิทธิที่ดิน รวมถึงปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งในหลายพื้นที่ โดยเสนอให้มีการทำแนวกำแพงไม้ไผ่เพื่อลดการกัดเซาะ รวมถึงปัญหาช้างป่า ที่เข้ามาทำลายพืชสวนและก่อให้เกิดการสูญเสียชีวิตและการบาดเจ็บของประชาชน โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และจัดสรรงบประมาณก่อสร้างคูกั้นช้างเพื่อป้องกันไม่ให้ช้างป่าเข้ามาในพื้นที่ชุมชน

ด้านการท่องเที่ยว ได้หารือผู้ประกอบการธุรกิจ พบว่าผู้ประกอบการได้รับผลกระทบสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้นักท่องเที่ยวลดลงกว่า 90% จึงขอให้รัฐบาลสร้างความเชื่อมั่นว่าสถานการณ์ในจังหวัดจันทบุรีปลอดภัย ไม่มีการสู้รบ พร้อมผลักดันการจัดกิจกรรมและอีเวนต์ในจังหวัด เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้รับฟังทุกปัญหา และข้อเสนอแนะ หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน และได้เป็นรัฐบาล จะนำไปวางแผนแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

“ภาคตะวันออกเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง คิดเป็นกว่า 30% ของจีดีพีประเทศ แต่การพัฒนายังกระจุกตัวอยู่ในชลบุรีและระยอง ทำให้คนจันทบุรีจำนวนมากต้องออกไปทำงานนอกพื้นที่ พรรคเพื่อไทยมองเห็นช่องว่างนี้ และต้องการสร้างงาน สร้างอาชีพในจังหวัดของตัวเอง ทั้งภาคท่องเที่ยว เกษตร และการสร้างผู้ประกอบการใหม่” นายจุลพันธ์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...