ส่องนโยบายพรรคส้ม ชู 7 นโยบายแก้ปมท่องเที่ยวไทยไม่ไปไหน
ส่องนโยบายพรรคส้ม ชู 7 นโยบายแก้ปมท่องเที่ยวไทยไม่ไปไหน
นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ทีมเศรษฐกิจและผู้จัดทำนโยบายด้านการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ภาคการท่องเที่ยว ถือเป็นเรื่องที่พรรคประชาชนมีความจริงจังในการดำเนินการ สะท้อนจากนโยบายที่จัดทำออกมา มีความละเอียดและเน้นวิธีการปฏิบัติที่ทำได้จริง โดยต้องบอกว่าที่ผ่านมารัฐบาลหลายพรรคการเมืองมักกล่าวว่า ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยว แต่ไม่ได้มีการแก้ปัญหาของการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง อาทิ เม็ดเงินของการท่องเที่ยวไม่กระจายตัว 70% ของเม็ดเงินในการท่องเที่ยวอยู่ 5 จังหวัดหลักเท่านั้น ทำให้หากต้องการทำการท่องเที่ยวให้ดี ต้องกระจายรายได้มากกว่านี้ ปัญหาของการกระจุกตัวของฤดูกาลท่องเที่ยวหรือนอกฤดู รวมถึงการไม่เข้ามาเที่ยวซ้ำ เพราะแหล่งท่องเที่ยว สินค้าและบริการไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนา
โรงแรมเทาโกยเงินหมื่นล้าน
“ปัญหาใหญ่ของการท่องเที่ยวคือ การมีทุนเทาจากต่างประเทศ และนอมินี หรือตัวแทนจัดตั้งเพื่อเลี่ยงกฎหมายโดยตรง ทำให้เม็ดเงินที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาใช้จ่าย มีการใช้งบประมาณของรัฐบาลในการประชาสัมพันธ์และจัดทำแคมเปญต่างๆ ประโยชน์ที่เกิดขึ้นกลับไม่ได้ลงถึงผู้ประกอบการคนไทยอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะมีทุนต่างชาติเข้ามาใช้ประโยชน์หารายได้จากท่องเที่ยวไทยเช่นกัน ยกตัวอย่างภาคธุรกิจโรงแรม ประเมินว่ามีโรงแรม 1 หมื่นห้องที่เป็นทุนเทา ให้บริการ 3,000 บาทต่อคืน ใน 1 ปีเท่ากับมีเม็ดเงินส่วนนี้ไหลออกไปต่างประเทศกว่าหมื่นล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมธุรกิจอื่นในภาคท่องเที่ยว ที่ถือเป็นรากและสารตั้งต้นของความไม่ปลอดภัย เราฟูมฟักธุรกิจเหล่านี้ไว้เยอะมาก จึงต้องปราบปรามอย่างเร็วและจริงจัง” นายสิทธิพล กล่าว
อัดกลยุทธ์พลิกฟื้นท่องเที่ยว
นายสิทธิพล กล่าวว่า นโยบายการท่องเที่ยว 7 กลยุทธ์เพื่อพลิกฟื้นท่องเที่ยว ได้แก่ 1.เมืองรองไม่มีโลว์ สนับสนุนงบ 1,000 บาทต่อคนต่อทริป หมุนเวียนแหล่งท่องเที่ยวเมืองรอง ทุก 4 เดือน 2.จีบแฟนเก่า ด้วยแลนด์ใหม่ สร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ขนาดใหญ่ (แมนเมด) งบประมาณลงทุน 5,000-10,000 ล้านบาท 3.ล้างบ้าน เที่ยวไทย ให้ไร้เทา ตัดวงจรทางการเงิน ตรวจสอบ อายัด สินทรัพย์ของทุนเทาพร้อมระบบรับเรื่องร้องเรียน 4.ลงขัน ปั้นเมือง ใช้งบ 200 ล้านบาทต่อ 1 เมืองรองให้เอกชนร่วมสร้างและออกแบบที่ท่องเที่ยวประจำ เมืองเพื่อดึงนักท่องเที่ยว ซึ่งจะตอบโจทย์ท้องถิ่นที่ต้องการจริง ไม่ใช่สร้างขึ้นมาแบบไร้การดูแลเพราะไม่ได้ต้องการตั้งแต่แรก รวมถึงมีกลไกในการตรวจสอบงบประมาณที่ใช้ผ่านโครงการท้องถิ่น เพื่อป้องกันการทุจริตทั้งกระบวนการ
เจาะกลุ่ม-ยกระดับมหกรรมท้องถิ่น
นายสิทธิพล กล่าวต่อว่า 5.THAI AKE CARE สร้างแพลตฟอร์ม Super Apps ศูนย์กลางบริการดิจิทัลที่ดูแลนักท่องเที่ยวแบบครบวงจร เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวตลอดการเดินทาง 6. Thailand-Tribe land เผ่าเดียวกัน มหกรรมทำถึงไม่ใช่แค่สร้างอีเว้นท์เพื่อดึงดูดคน แต่ประเทศไทยจะสร้าง Community ที่คนคอเดียวกันมารวมตัว อาทิ งานวิ่ง ประชุมไมซ์ คอนเสิร์ต LGBTQ เป็นการเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพใช้จ่ายสูง และเศรษฐกิจสีชมพู ที่เชื่อว่าเป็นกัปตันแห่งความสุข และสามารถขยายตัวได้อีก 10 เท่า เนื่องจากกลุ่มนี้มีกำลังซื้อสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปถึง 30-50% และ 7.มหกรรมทำถึง เป็นการสร้างเทศกาลใหม่ ยกระดับมหกรรมประจำจังหวัดเดิมในแต่ละพื้นที่ กระตุ้นการท่องเที่ยวแบบยิ่งใหญ่กว่าเดิม อาทิ บั้งไฟยโสธร ยกระดับสู่ Sci-Fi Folk Fest หรือการใช้วัฒนธรรมท้องถิ่นผสมกับนิยายวิทยาศาสตร์ร่วมด้วย
เพิ่มเครื่องมือหนุนทุนไทย
นายสิทธิพล กล่าวว่า ในมิติของการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยและเอสเอ็มอี มีนโยบายคือ 1.หวยใบเสร็จ เพื่อจูงใจให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าจากร้านค้ารายย่อยเพื่อลุ้นรางวัลรวมกว่า 1,000 ล้านบาทต่อเดือน เป็นตัวช่วยดึงเอสเอ็มอีเข้าสู่ระบบภาษีและ Digital Transformation (ระบบ POS) ซึ่งทำได้จริงใน 100 วันแรก เพราะหารือระบบหลังบ้านไว้แล้ว 2.การปรับเพดานภาษี VAT โดยเสนอขยับเพดานยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม จาก 1.8 ล้านบาท เป็น 3.6 ล้านบาท เพื่อลดภาระและจูงใจให้เอสเอ็มอีเติบโตได้โดยไม่กลัวระบบภาษี 3.การปราบปรามนอมินีอย่างจริงจัง โดยใช้ระบบ Dashboard โปร่งใส ให้ประชาชนร้องเรียนและติดตามผลการจัดการธุรกิจนอมินีและทุนเทา เพราะผู้ประกอบการจะรู้ดีที่สุดว่าร้านไหนเทาหรือใช้นอมินี และที่ผ่านมาอาจได้รับผลกระทบด้านการแข่งขัน มีการร้องเรียนไปยังภาครัฐ แต่ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาจริง
เห็นด้วยเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน
นายสิทธิพล กล่าวว่า สำหรับการเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทย หรือค่าเหยียบแผ่นดินนั้น เห็นด้วยกับการเก็บค่าธรรมเนียมท่องเที่ยว 300 บาท (ทางอากาศ) และ 150 บาท (ทางบก/น้ำ) หากเป็นการเดินทางระยะสั้น 1-2 คืน อย่างนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่ข้ามเข้ามาเที่ยวไทย อาจไม่คุ้มค่า เตรียมทางแก้คือ จ่าย 1 ครั้ง อยู่ได้นาน 30 วัน เข้าออกกี่ครั้งก็ได้ รวมถึงเม็ดเงินจะต้องบริหารผ่านคณะกรรมการที่มีเอกชนร่วมและเปิดเผยสถานะกองทุนแบบเรียลไทม์ มีการบริหารเม็ดเงินที่มาที่ไปอย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน เตรียมปรับปรุง พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า เพื่อกำกับดูแลแพลตฟอร์มจองที่พักต่างชาติ (โอทีเอ) ที่เรียกเก็บค่าคอมมิชชั่นไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการด้วย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่องนโยบายพรรคส้ม ชู 7 นโยบายแก้ปมท่องเที่ยวไทยไม่ไปไหน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th