โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส่องนโยบายพรรคส้ม ชู 7 นโยบายแก้ปมท่องเที่ยวไทยไม่ไปไหน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 13 ม.ค. เวลา 08.57 น. • เผยแพร่ 13 ม.ค. เวลา 08.57 น.

ส่องนโยบายพรรคส้ม ชู 7 นโยบายแก้ปมท่องเที่ยวไทยไม่ไปไหน

นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ทีมเศรษฐกิจและผู้จัดทำนโยบายด้านการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ภาคการท่องเที่ยว ถือเป็นเรื่องที่พรรคประชาชนมีความจริงจังในการดำเนินการ สะท้อนจากนโยบายที่จัดทำออกมา มีความละเอียดและเน้นวิธีการปฏิบัติที่ทำได้จริง โดยต้องบอกว่าที่ผ่านมารัฐบาลหลายพรรคการเมืองมักกล่าวว่า ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยว แต่ไม่ได้มีการแก้ปัญหาของการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง อาทิ เม็ดเงินของการท่องเที่ยวไม่กระจายตัว 70% ของเม็ดเงินในการท่องเที่ยวอยู่ 5 จังหวัดหลักเท่านั้น ทำให้หากต้องการทำการท่องเที่ยวให้ดี ต้องกระจายรายได้มากกว่านี้ ปัญหาของการกระจุกตัวของฤดูกาลท่องเที่ยวหรือนอกฤดู รวมถึงการไม่เข้ามาเที่ยวซ้ำ เพราะแหล่งท่องเที่ยว สินค้าและบริการไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนา

โรงแรมเทาโกยเงินหมื่นล้าน
“ปัญหาใหญ่ของการท่องเที่ยวคือ การมีทุนเทาจากต่างประเทศ และนอมินี หรือตัวแทนจัดตั้งเพื่อเลี่ยงกฎหมายโดยตรง ทำให้เม็ดเงินที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาใช้จ่าย มีการใช้งบประมาณของรัฐบาลในการประชาสัมพันธ์และจัดทำแคมเปญต่างๆ ประโยชน์ที่เกิดขึ้นกลับไม่ได้ลงถึงผู้ประกอบการคนไทยอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะมีทุนต่างชาติเข้ามาใช้ประโยชน์หารายได้จากท่องเที่ยวไทยเช่นกัน ยกตัวอย่างภาคธุรกิจโรงแรม ประเมินว่ามีโรงแรม 1 หมื่นห้องที่เป็นทุนเทา ให้บริการ 3,000 บาทต่อคืน ใน 1 ปีเท่ากับมีเม็ดเงินส่วนนี้ไหลออกไปต่างประเทศกว่าหมื่นล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมธุรกิจอื่นในภาคท่องเที่ยว ที่ถือเป็นรากและสารตั้งต้นของความไม่ปลอดภัย เราฟูมฟักธุรกิจเหล่านี้ไว้เยอะมาก จึงต้องปราบปรามอย่างเร็วและจริงจัง” นายสิทธิพล กล่าว

อัดกลยุทธ์พลิกฟื้นท่องเที่ยว
นายสิทธิพล กล่าวว่า นโยบายการท่องเที่ยว 7 กลยุทธ์เพื่อพลิกฟื้นท่องเที่ยว ได้แก่ 1.เมืองรองไม่มีโลว์ สนับสนุนงบ 1,000 บาทต่อคนต่อทริป หมุนเวียนแหล่งท่องเที่ยวเมืองรอง ทุก 4 เดือน 2.จีบแฟนเก่า ด้วยแลนด์ใหม่ สร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ขนาดใหญ่ (แมนเมด) งบประมาณลงทุน 5,000-10,000 ล้านบาท 3.ล้างบ้าน เที่ยวไทย ให้ไร้เทา ตัดวงจรทางการเงิน ตรวจสอบ อายัด สินทรัพย์ของทุนเทาพร้อมระบบรับเรื่องร้องเรียน 4.ลงขัน ปั้นเมือง ใช้งบ 200 ล้านบาทต่อ 1 เมืองรองให้เอกชนร่วมสร้างและออกแบบที่ท่องเที่ยวประจำ เมืองเพื่อดึงนักท่องเที่ยว ซึ่งจะตอบโจทย์ท้องถิ่นที่ต้องการจริง ไม่ใช่สร้างขึ้นมาแบบไร้การดูแลเพราะไม่ได้ต้องการตั้งแต่แรก รวมถึงมีกลไกในการตรวจสอบงบประมาณที่ใช้ผ่านโครงการท้องถิ่น เพื่อป้องกันการทุจริตทั้งกระบวนการ

เจาะกลุ่ม-ยกระดับมหกรรมท้องถิ่น
นายสิทธิพล กล่าวต่อว่า 5.THAI AKE CARE สร้างแพลตฟอร์ม Super Apps ศูนย์กลางบริการดิจิทัลที่ดูแลนักท่องเที่ยวแบบครบวงจร เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวตลอดการเดินทาง 6. Thailand-Tribe land เผ่าเดียวกัน มหกรรมทำถึงไม่ใช่แค่สร้างอีเว้นท์เพื่อดึงดูดคน แต่ประเทศไทยจะสร้าง Community ที่คนคอเดียวกันมารวมตัว อาทิ งานวิ่ง ประชุมไมซ์ คอนเสิร์ต LGBTQ เป็นการเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพใช้จ่ายสูง และเศรษฐกิจสีชมพู ที่เชื่อว่าเป็นกัปตันแห่งความสุข และสามารถขยายตัวได้อีก 10 เท่า เนื่องจากกลุ่มนี้มีกำลังซื้อสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปถึง 30-50% และ 7.มหกรรมทำถึง เป็นการสร้างเทศกาลใหม่ ยกระดับมหกรรมประจำจังหวัดเดิมในแต่ละพื้นที่ กระตุ้นการท่องเที่ยวแบบยิ่งใหญ่กว่าเดิม อาทิ บั้งไฟยโสธร ยกระดับสู่ Sci-Fi Folk Fest หรือการใช้วัฒนธรรมท้องถิ่นผสมกับนิยายวิทยาศาสตร์ร่วมด้วย

เพิ่มเครื่องมือหนุนทุนไทย
นายสิทธิพล กล่าวว่า ในมิติของการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยและเอสเอ็มอี มีนโยบายคือ 1.หวยใบเสร็จ เพื่อจูงใจให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าจากร้านค้ารายย่อยเพื่อลุ้นรางวัลรวมกว่า 1,000 ล้านบาทต่อเดือน เป็นตัวช่วยดึงเอสเอ็มอีเข้าสู่ระบบภาษีและ Digital Transformation (ระบบ POS) ซึ่งทำได้จริงใน 100 วันแรก เพราะหารือระบบหลังบ้านไว้แล้ว 2.การปรับเพดานภาษี VAT โดยเสนอขยับเพดานยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม จาก 1.8 ล้านบาท เป็น 3.6 ล้านบาท เพื่อลดภาระและจูงใจให้เอสเอ็มอีเติบโตได้โดยไม่กลัวระบบภาษี 3.การปราบปรามนอมินีอย่างจริงจัง โดยใช้ระบบ Dashboard โปร่งใส ให้ประชาชนร้องเรียนและติดตามผลการจัดการธุรกิจนอมินีและทุนเทา เพราะผู้ประกอบการจะรู้ดีที่สุดว่าร้านไหนเทาหรือใช้นอมินี และที่ผ่านมาอาจได้รับผลกระทบด้านการแข่งขัน มีการร้องเรียนไปยังภาครัฐ แต่ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาจริง

เห็นด้วยเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน
นายสิทธิพล กล่าวว่า สำหรับการเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทย หรือค่าเหยียบแผ่นดินนั้น เห็นด้วยกับการเก็บค่าธรรมเนียมท่องเที่ยว 300 บาท (ทางอากาศ) และ 150 บาท (ทางบก/น้ำ) หากเป็นการเดินทางระยะสั้น 1-2 คืน อย่างนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่ข้ามเข้ามาเที่ยวไทย อาจไม่คุ้มค่า เตรียมทางแก้คือ จ่าย 1 ครั้ง อยู่ได้นาน 30 วัน เข้าออกกี่ครั้งก็ได้ รวมถึงเม็ดเงินจะต้องบริหารผ่านคณะกรรมการที่มีเอกชนร่วมและเปิดเผยสถานะกองทุนแบบเรียลไทม์ มีการบริหารเม็ดเงินที่มาที่ไปอย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน เตรียมปรับปรุง พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า เพื่อกำกับดูแลแพลตฟอร์มจองที่พักต่างชาติ (โอทีเอ) ที่เรียกเก็บค่าคอมมิชชั่นไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่องนโยบายพรรคส้ม ชู 7 นโยบายแก้ปมท่องเที่ยวไทยไม่ไปไหน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...