เซ็นทรัลพัฒนาฯ อัดฉีด 2.5 หมื่นล้าน ลุยตลาดบ้านเดี่ยวกรุงเทพฯ
เซ็นทรัลพัฒนา เรซซิเด้นซ์ พอร์ตสะสม 11 ปี มูลค่ารวม 6.57 หมื่นล้านบาท ครอบคลุม 51 โครงการทั่วประเทศ ประกาศขยายการลงทุนในตลาดแนวราบกรุงเทพฯ เน้นบ้านเดี่ยวกรุงเทพฯ มูลค่ารวมกว่า 25,340 ล้านบาท ผ่าน 4 แบรนด์หลัก“นิยาม-นิรดา-นินญา-นิรติ” เคาะราคา 7-40 ล้านบาท ย้ำภาพ Retail-Led Mixed-Use Development
20 พฤศจิกายน 2568-ร.อ. กรี เดชชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจที่อยู่อาศัย บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ดำเนินธุรกิจพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยมานานกว่าทศวรรษ โดยเริ่มต้นจากโครงการคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ Escent ในหัวเมืองเศรษฐกิจหลัก เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น และระยอง ซึ่งได้รับการตอบรับในระดับสูง ปัจจุบันบริษัทฯ ได้ขยายการพัฒนาโครงการทั้งบ้านและคอนโดมิเนียมไปยังกว่า 20 จังหวัดทั่วประเทศ และกำลังต่อยอดเข้าสู่ตลาดบ้านเดี่ยวในเขตกรุงเทพฯ อย่างแข็งแกร่ง
บริษัทฯ ใช้ 3 กลยุทธ์หลักในการดำเนินงานเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดที่อยู่อาศัย ได้แก่
- 1Location-Led Strategy ซึ่งเน้นการเลือกทำเลที่มีศักยภาพสูงเพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่อยู่อาศัยคุณภาพ
- Brand Portfolio Strategy ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละแบรนด์เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายในเซ็กเมนต์ที่แตกต่างกัน และ
- Customer-Centric Experience ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าผ่านบริการและสิทธิพิเศษต่าง ๆ ทั้งก่อนและหลังการขาย รวมถึงการใช้สิทธิประโยชน์จากเครือเซ็นทรัลเพื่อสร้างความผูกพันกับลูกค้าในระยะยาว
ร.อ. กรี ย้ำว่า นอกเหนือจากกลยุทธ์เชิงรุกแล้ว ความแตกต่างของโครงการของบริษัทฯ คือ การยกระดับสู่ "มาตรฐาน Best of Best" ซึ่งมุ่งเน้นในรายละเอียดของ 3 มิติสำคัญ ได้แก่ โครงสร้างและระบบ, ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย, และสิทธิประโยชน์และบริการหลังการขาย
1) Structure & System:
บริษัทฯ ให้ความสำคัญสูงสุดต่อความแข็งแรงของโครงสร้างและการออกแบบที่ยั่งยืนสำหรับการอยู่อาศัยระยะยาว อาทิ เสาโครงสร้างทุกต้นผ่านการทดสอบความสมบูรณ์ตามมาตรฐานของโครงการ (Seismic Test) การเลือกใช้ระบบก่อสร้างแบบ Conventional System ด้วยอิฐมวลเบาซึ่งมีความแข็งแรง ทนทาน และยืดหยุ่นในการปรับปรุงพื้นที่ในอนาคต
นอกจากนี้ ยังมีการออกแบบพื้นจอดรถบนคาน (Slab on Beam) เพื่อป้องกันปัญหาการทรุดตัวของพื้นดิน การวางระบบท่อประปาเหนือฝ้าเพดาน (Sanitary System) เพื่อความสะดวกในการซ่อมบำรุง และมีการติดตั้งระบบป้องกันน้ำท่วมแบบครบวงจร
2) Privacy & Security:
ระบบความปลอดภัยของโครงการถูกออกแบบมาถึง 7 ระดับเพื่อสร้างความอุ่นใจในการอยู่อาศัย โดยมีการติดตั้ง Double Gate เพื่อแยกโซนผู้อยู่อาศัยและผู้มาติดต่อออกจากกันอย่างชัดเจน ใช้ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนอัตโนมัติ (License Plate Recognition Access Control) และระบบบันทึกข้อมูลผู้มาติดต่อ (VMS - Visitor Management System) ที่รวดเร็วและแม่นยำ
นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ครอบคลุมพื้นที่ และมีการสร้างรั้วรอบโครงการที่มีความสูง 3 เมตร รวมถึงการติดตั้ง Magnetic Sensor และ Shock Sensor ที่ประตูและหน้าต่าง เพื่อตรวจจับการเปิด-ปิด และแรงสั่นสะเทือนที่อาจเกิดขึ้น
3) Privilege & After Sales Service:
การบริการหลังการขายมุ่งเน้นการสร้างความผูกพันระยะยาว โดยลูกบ้านจะได้รับสิทธิพิเศษในฐานะ Central Citizens ซึ่งรวมถึงสิทธิพิเศษจากเครือเซ็นทรัล กรุ๊ป อาทิ บริการช่องจอดรถพิเศษเฉพาะลูกบ้านในศูนย์การค้าเซ็นทรัล และส่วนลดจากแบรนด์ต่าง ๆ ภายในเครือฯ
นอกจากนี้ ด้านการบริหารจัดการ มีทีมงานนิติบุคคลมืออาชีพจากเซ็นทรัลพัฒนา เรซซิเด้นซ์ ดูแลการบริการหลังการขายอย่างครบวงจร อำนวยความสะดวกผ่านแอปพลิเคชัน และมีบริการ Mr.Service สำหรับตรวจสอบคุณภาพบ้านและคอนโดฯ ทั้งภายในและภายนอก รวมถึงระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็น
ร.อ. กรี เดชชัย เน้นย้ำว่า ในฐานะวิศวกร ความใส่ใจในคุณภาพงานก่อสร้างและรายละเอียดในทุกขั้นตอนการพัฒนาโครงการคือหัวใจสำคัญ เพราะเชื่อว่าบ้านที่ดีต้องสามารถอยู่อาศัยได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว
นับตั้งแต่ตั้งบริษัทได้พัฒนาโครงการแนวราบและแนวสูงทั่วประเทศรวม 51 โครงการ 16,000 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ารวม 65,700 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันบริษัทฯ มุ่งเน้นการขยายฐานตลาดที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานคร
โดยมีแผนลงทุนในตลาดบ้านเดี่ยวรวม 13 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 25,340 ล้านบาทกระจายใน 4 โซนหลักของกรุงเทพฯ ดังนี้ โซนกรุงเทพฯ เหนือ มี 3 โครงการ เช่น บ้านนิรดา แจ้งวัฒนะ–ชัยพฤกษ์ และ นิรติ ดอนเมือง, โซนกรุงเทพฯ ใต้ มี 2 โครงการ เช่น นิรติ บางนา, โซนกรุงเทพฯ ตะวันออก มี 2 โครงการ เช่น บ้านนินญา กรุงเทพกรีฑา–มอเตอร์เวย์, และโซนกรุงเทพฯ ตะวันตก มี 6 โครงการ เช่น นิยาม บรมราชชนนี และ นินญา กัลปพฤกษ์
บริษัทฯ มีแผนการขยายพอร์ตบ้านเดี่ยวในกรุงเทพฯ ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ได้เปิดตัว 1 โครงการใหม่ คือ บ้านนินญา กรุงเทพกรีฑา – มอเตอร์เวย์ และกำลังเตรียมเปิดตัว บ้านนินญา รามอินทรา 83 ในช่วงสิ้นเดือนพฤศจิกายน โดยทั้ง 2 โครงการมีมูลค่ารวมกว่า 4,100 ล้านบาท
“การรุกตลาดแนวราบในกรุงเทพฯ นี้ จะดำเนินการผ่านการใช้ 4 แบรนด์หลัก เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกกลุ่มราคา ได้แก่ นิยาม (ระดับ Super Luxury ราคา 25-40 ล้านบาท), นิรดา (ระดับ Luxury ราคา 20-30ล้านบาท), นินญา (ระดับ Premium ราคา 10-20 ล้านบาท) และ นิรติ (ระดับ Upper Class ราคา 7-15 ล้านบาท)
โดยมีการกำหนดทำเลศักยภาพครอบคลุมหลายพื้นที่รอบกรุงเทพฯ ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตร่วมกับโมเดล Retail-Led Mixed-Use Development เป็นกลยุทธ์หลักของเซ็นทรัลพัฒนา เพื่อต่อยอด Ecosystem ทางธุรกิจให้เชื่อมโยงกับศูนย์การค้าและโครงการมิกซ์ยูสทั่วประเทศ”