โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เซ็นทรัลพัฒนาฯ อัดฉีด 2.5 หมื่นล้าน ลุยตลาดบ้านเดี่ยวกรุงเทพฯ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 พ.ย. 2568 เวลา 13.06 น. • เผยแพร่ 20 พ.ย. 2568 เวลา 06.06 น.

เซ็นทรัลพัฒนา เรซซิเด้นซ์ พอร์ตสะสม 11 ปี มูลค่ารวม 6.57 หมื่นล้านบาท ครอบคลุม 51 โครงการทั่วประเทศ ประกาศขยายการลงทุนในตลาดแนวราบกรุงเทพฯ เน้นบ้านเดี่ยวกรุงเทพฯ มูลค่ารวมกว่า 25,340 ล้านบาท ผ่าน 4 แบรนด์หลัก“นิยาม-นิรดา-นินญา-นิรติ” เคาะราคา 7-40 ล้านบาท ย้ำภาพ Retail-Led Mixed-Use Development

20 พฤศจิกายน 2568-ร.อ. กรี เดชชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจที่อยู่อาศัย บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ดำเนินธุรกิจพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยมานานกว่าทศวรรษ โดยเริ่มต้นจากโครงการคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ Escent ในหัวเมืองเศรษฐกิจหลัก เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น และระยอง ซึ่งได้รับการตอบรับในระดับสูง ปัจจุบันบริษัทฯ ได้ขยายการพัฒนาโครงการทั้งบ้านและคอนโดมิเนียมไปยังกว่า 20 จังหวัดทั่วประเทศ และกำลังต่อยอดเข้าสู่ตลาดบ้านเดี่ยวในเขตกรุงเทพฯ อย่างแข็งแกร่ง

บริษัทฯ ใช้ 3 กลยุทธ์หลักในการดำเนินงานเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดที่อยู่อาศัย ได้แก่

  • 1Location-Led Strategy ซึ่งเน้นการเลือกทำเลที่มีศักยภาพสูงเพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่อยู่อาศัยคุณภาพ
  • Brand Portfolio Strategy ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละแบรนด์เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายในเซ็กเมนต์ที่แตกต่างกัน และ
  • Customer-Centric Experience ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าผ่านบริการและสิทธิพิเศษต่าง ๆ ทั้งก่อนและหลังการขาย รวมถึงการใช้สิทธิประโยชน์จากเครือเซ็นทรัลเพื่อสร้างความผูกพันกับลูกค้าในระยะยาว

ร.อ. กรี ย้ำว่า นอกเหนือจากกลยุทธ์เชิงรุกแล้ว ความแตกต่างของโครงการของบริษัทฯ คือ การยกระดับสู่ "มาตรฐาน Best of Best" ซึ่งมุ่งเน้นในรายละเอียดของ 3 มิติสำคัญ ได้แก่ โครงสร้างและระบบ, ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย, และสิทธิประโยชน์และบริการหลังการขาย

1) Structure & System:

บริษัทฯ ให้ความสำคัญสูงสุดต่อความแข็งแรงของโครงสร้างและการออกแบบที่ยั่งยืนสำหรับการอยู่อาศัยระยะยาว อาทิ เสาโครงสร้างทุกต้นผ่านการทดสอบความสมบูรณ์ตามมาตรฐานของโครงการ (Seismic Test) การเลือกใช้ระบบก่อสร้างแบบ Conventional System ด้วยอิฐมวลเบาซึ่งมีความแข็งแรง ทนทาน และยืดหยุ่นในการปรับปรุงพื้นที่ในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีการออกแบบพื้นจอดรถบนคาน (Slab on Beam) เพื่อป้องกันปัญหาการทรุดตัวของพื้นดิน การวางระบบท่อประปาเหนือฝ้าเพดาน (Sanitary System) เพื่อความสะดวกในการซ่อมบำรุง และมีการติดตั้งระบบป้องกันน้ำท่วมแบบครบวงจร

2) Privacy & Security:

ระบบความปลอดภัยของโครงการถูกออกแบบมาถึง 7 ระดับเพื่อสร้างความอุ่นใจในการอยู่อาศัย โดยมีการติดตั้ง Double Gate เพื่อแยกโซนผู้อยู่อาศัยและผู้มาติดต่อออกจากกันอย่างชัดเจน ใช้ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนอัตโนมัติ (License Plate Recognition Access Control) และระบบบันทึกข้อมูลผู้มาติดต่อ (VMS - Visitor Management System) ที่รวดเร็วและแม่นยำ

นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ครอบคลุมพื้นที่ และมีการสร้างรั้วรอบโครงการที่มีความสูง 3 เมตร รวมถึงการติดตั้ง Magnetic Sensor และ Shock Sensor ที่ประตูและหน้าต่าง เพื่อตรวจจับการเปิด-ปิด และแรงสั่นสะเทือนที่อาจเกิดขึ้น

3) Privilege & After Sales Service:

การบริการหลังการขายมุ่งเน้นการสร้างความผูกพันระยะยาว โดยลูกบ้านจะได้รับสิทธิพิเศษในฐานะ Central Citizens ซึ่งรวมถึงสิทธิพิเศษจากเครือเซ็นทรัล กรุ๊ป อาทิ บริการช่องจอดรถพิเศษเฉพาะลูกบ้านในศูนย์การค้าเซ็นทรัล และส่วนลดจากแบรนด์ต่าง ๆ ภายในเครือฯ

นอกจากนี้ ด้านการบริหารจัดการ มีทีมงานนิติบุคคลมืออาชีพจากเซ็นทรัลพัฒนา เรซซิเด้นซ์ ดูแลการบริการหลังการขายอย่างครบวงจร อำนวยความสะดวกผ่านแอปพลิเคชัน และมีบริการ Mr.Service สำหรับตรวจสอบคุณภาพบ้านและคอนโดฯ ทั้งภายในและภายนอก รวมถึงระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็น

ร.อ. กรี เดชชัย เน้นย้ำว่า ในฐานะวิศวกร ความใส่ใจในคุณภาพงานก่อสร้างและรายละเอียดในทุกขั้นตอนการพัฒนาโครงการคือหัวใจสำคัญ เพราะเชื่อว่าบ้านที่ดีต้องสามารถอยู่อาศัยได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว

นับตั้งแต่ตั้งบริษัทได้พัฒนาโครงการแนวราบและแนวสูงทั่วประเทศรวม 51 โครงการ 16,000 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ารวม 65,700 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันบริษัทฯ มุ่งเน้นการขยายฐานตลาดที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานคร

โดยมีแผนลงทุนในตลาดบ้านเดี่ยวรวม 13 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 25,340 ล้านบาทกระจายใน 4 โซนหลักของกรุงเทพฯ ดังนี้ โซนกรุงเทพฯ เหนือ มี 3 โครงการ เช่น บ้านนิรดา แจ้งวัฒนะ–ชัยพฤกษ์ และ นิรติ ดอนเมือง, โซนกรุงเทพฯ ใต้ มี 2 โครงการ เช่น นิรติ บางนา, โซนกรุงเทพฯ ตะวันออก มี 2 โครงการ เช่น บ้านนินญา กรุงเทพกรีฑา–มอเตอร์เวย์, และโซนกรุงเทพฯ ตะวันตก มี 6 โครงการ เช่น นิยาม บรมราชชนนี และ นินญา กัลปพฤกษ์

บริษัทฯ มีแผนการขยายพอร์ตบ้านเดี่ยวในกรุงเทพฯ ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ได้เปิดตัว 1 โครงการใหม่ คือ บ้านนินญา กรุงเทพกรีฑา – มอเตอร์เวย์ และกำลังเตรียมเปิดตัว บ้านนินญา รามอินทรา 83 ในช่วงสิ้นเดือนพฤศจิกายน โดยทั้ง 2 โครงการมีมูลค่ารวมกว่า 4,100 ล้านบาท

“การรุกตลาดแนวราบในกรุงเทพฯ นี้ จะดำเนินการผ่านการใช้ 4 แบรนด์หลัก เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกกลุ่มราคา ได้แก่ นิยาม (ระดับ Super Luxury ราคา 25-40 ล้านบาท), นิรดา (ระดับ Luxury ราคา 20-30ล้านบาท), นินญา (ระดับ Premium ราคา 10-20 ล้านบาท) และ นิรติ (ระดับ Upper Class ราคา 7-15 ล้านบาท)

โดยมีการกำหนดทำเลศักยภาพครอบคลุมหลายพื้นที่รอบกรุงเทพฯ ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตร่วมกับโมเดล Retail-Led Mixed-Use Development เป็นกลยุทธ์หลักของเซ็นทรัลพัฒนา เพื่อต่อยอด Ecosystem ทางธุรกิจให้เชื่อมโยงกับศูนย์การค้าและโครงการมิกซ์ยูสทั่วประเทศ”

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...