ทรู บิสสิเนส ชู Singularity Insights รู้ใจแบบ Hyper-Personalization
คอลัมน์ Technology : วารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนพฤศจิกายน 2568 (ฉบับที่ 523)
ทรู บิสสิเนส เผยกลยุทธ์ “Singularity Insights” ฝ่า Data Silo เปลี่ยนข้อมูลกระจัดกระจาย เป็นความเข้าใจลูกค้าอย่างสมบูรณ์ ยกระดับการตัดสินใจให้เฉียบคม พร้อมเปิด Intelligence Solutions ดันองค์กรธุรกิจสู่ Data-Driven อย่างยั่งยืน
ในยุคที่ข้อมูลคือขุมทรัพย์ทางธุรกิจ การบริหารจัดการข้อมูลเชิงลึกเป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสามารถในการแข่งขันและความยั่งยืน อย่างไรก็ตาม การใช้ประโยชน์จากข้อมูลให้เกิดประโยชน์สูงสุดยังคงเป็นความท้าทายในปัจจุบัน โดยเฉพาะในองค์กรขนาดใหญ่ซึ่งมีฐานข้อมูลมหาศาล แต่ยังไม่สามารถนำข้อมูลที่มีอยู่มาใช้ได้อย่างเต็มศักยภาพ
การเงินธนาคาร ได้สัมภาษณ์พิเศษ ดร.ธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจองค์กร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (ทรู บิสสิเนส) ถึงการใช้แนวคิด Singularity Insights ฝ่าความท้าทายในการบริหารจัดการข้อมูลขององค์กรธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนข้อมูลมหาศาลที่กระจัดกระจาย ให้กลายเป็นความเข้าใจบริบทที่สมบูรณ์ นำไปสู่การตัดสินใจทางธุรกิจที่เฉียบคมและแม่นยำ
เปิดแนวคิด Singularity Insights เข้าใจลูกค้าแบบ Hyper-Personalization
ดร.ธีรเดชกล่าวว่า Singularity Insights คือ แนวคิดเชิงกลยุทธ์ด้านการวิเคราะห์ข้อมูล ที่ช่วยให้องค์กรธุรกิจสามารถก้าวข้ามการแบ่งกลุ่มลูกค้าแบบดั้งเดิม (Segmentation) ไปสู่การทำความเข้าใจลูกค้าแต่ละบุคคลในระดับที่ลึกซึ้งและสมบูรณ์ หรือที่เรียกว่า Customer Singularity
โดยการผสานข้อมูลในลักษณะนี้จะช่วยทำให้องค์กรเห็นบริบทที่ชัดเจนและสมบูรณ์ 720 องศา ซึ่งเป็นพัฒนาการที่เหนือกว่ามุมมอง 360 องศาแบบดั้งเดิมที่มักบอกแค่ว่าลูกค้า ซื้ออะไร เมื่อไหร่และที่ไหน แต่ยังขาดความเข้าใจถึง แรงจูงใจและบริบทในชีวิตจริง อีกทั้งเมื่อองค์กรธุรกิจนำแนวคิด Singularity Insights มาใช้ในการบริหารจัดการข้อมูล จะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบในเชิงบวก โดยสรุปได้ดังนี้
1. ความเข้าใจลูกค้าแบบเหนือระดับ (Hyper-Personalization) : องค์กรจะสามารถทำความเข้าใจลูกค้าได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่การแบ่งกลุ่ม แต่เป็นการเข้าใจถึงพฤติกรรมเฉพาะเจาะจงของแต่ละบุคคล ทำให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ใช่ในเวลาที่ใช่ ผ่านช่องทางที่เหมาะสมอย่างแท้จริง
2. การตัดสินใจทางธุรกิจที่แม่นยำ และรวดเร็ว : ข้อมูลเชิงลึกที่สมบูรณ์แบบจะถูกนำมาใช้ในการขับเคลื่อนการตัดสินใจ ตั้งแต่ระดับกลยุทธ์ไปจนถึงการปฏิบัติงานประจำวัน ทำให้การจัดสรรงบประมาณ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน หรือการกำหนดทิศทางธุรกิจ มีความแม่นยำ ลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสในการเติบโต
3. การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน : ช่วยให้ระบบงานภายในองค์กรทำงานได้อย่างราบรื่นและอัตโนมัติมากขึ้น ลดความซ้ำซ้อนและลดระยะเวลาในการทำงาน
4. สร้างมูลค่าใหม่ทางธุรกิจ : การค้นพบความเชื่อมโยงของข้อมูลที่ไม่เคยเห็นมาก่อน จะนำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมและบริการใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่ซับซ้อนของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด
“Singularity Insights สามารถสร้างความแตกต่างความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืน ช่วยให้องค์กรสามารถคาดการณ์ความต้องการและวางแผนเชิงรุกได้อย่างแม่นยำสูง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเป็น Data-Driven Organization ที่ปรับตัวได้เร็วกว่าคู่แข่งในตลาด”
ชี้ Pain Point หลักองค์กร มีข้อมูลมาก แต่ไม่เห็นภาพรวม
ดร.ธีรเดชกล่าวต่อว่า แม้ว่าแนวคิด Singularity Insights จะเป็นสิ่งจำเป็น แต่การดำเนินการก็มาพร้อมกับความท้าทายที่องค์กรขนาดใหญ่ต้องเผชิญคือ ข้อมูลกระจัดกระจาย ขาดบริบทที่สมบูรณ์ มีข้อมูลมาก แต่ไม่เห็นภาพรวม ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลการใช้งานโทรคมนาคม, อินเทอร์เน็ต, บริการดิจิทัล, และพฤติกรรมในอีโคซิสเต็มที่กว้างขวางของบริษัท ข้อมูลเหล่านี้มักแยกส่วนกันในลักษณะของ Data Silo ทำให้การวิเคราะห์มองเห็นเพียงอะไรที่ลูกค้าซื้อหรือใช้บริการ แต่ไม่สามารถตอบได้ว่า ทำไมถึงตัดสินใจเช่นนั้น
เมื่อขาดข้อมูลเชิงลึกที่เชื่อมโยงถึงบริบทนอกเหนือจากข้อมูลธุรกรรม เช่น ไลฟ์สไตล์ ความสนใจ หรือสภาพแวดล้อมของผู้ใช้บริการ การแบ่งกลุ่มลูกค้าแบบเดิมจึงมีข้อจำกัด ส่งผลให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การทำแคมเปญการตลาด และการให้บริการแบบ Hyper-Personalization ขาดความเฉียบคม ไม่สามารถสร้างความประทับใจและความผูกพันกับลูกค้าได้อย่างแท้จริง
ดังนั้น การปรับใช้แนวคิด Singularity Insights จึงมาพร้อมกับความท้าทายอีกหลายประการ สามารถสรุปได้ดังนี้
1. ต้องบูรณาการข้อมูลจากหลากหลายระบบ : องค์กรขนาดใหญ่มีระบบข้อมูลที่หลากหลายและมีอายุการใช้งานต่างกัน การรวมข้อมูลที่กระจัดกระจายเหล่านี้เข้าด้วยกันเพื่อให้เกิดมุมมองเดียว (One Data Platform) ต้องใช้เทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญระดับสูง
2. ความซับซ้อนในการกำกับดูแลข้อมูล (Data Governance & Security) : ด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล การจัดการด้านคุณภาพข้อมูล การรักษาความปลอดภัย และการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เป็นเรื่องที่ซับซ้อนและต้องใช้ทรัพยากรสูง
3. การขาดแคลนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ : การทำ Singularity Insights ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญด้าน Data Scientist, AI/Machine Learning และ Data Engineer ที่มีความเข้าใจทั้งด้านเทคนิคและบริบททางธุรกิจ ซึ่งเป็นบุคลากรที่หาได้ยากในตลาด
4. การปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร : การจะให้บุคลากรทุกระดับหันมาใช้ข้อมูลเชิงลึกในการขับเคลื่อนการทำงานแบบ Data-Driven Culture จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนความคิดและกระบวนการทำงานขนานใหญ่ ซึ่งต้องใช้เวลาและความมุ่งมั่นจากผู้นำองค์กร
ทรูเผย Intelligence Solutions ดันองค์กรธุรกิจสู่ Singularity Insights
ดร.ธีรเดชกล่าวต่อว่า เพื่อเผชิญกับความท้าทายที่เกิดขึ้น ทรู บิสสิเนส ได้ออกแบบชุดโซลูชั่น Intelligence Solutions ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่แกนกลางของแนวคิด Singularity Insights หรือการเปลี่ยนข้อมูลที่กระจัดกระจายให้กลายเป็นบริบทที่ชัดเจน 720 องศาเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน ซึ่งผสานการทำงานของโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งเข้ากับเทคโนโลยี AI และ Data Analytics ขั้นสูงไว้ 3 กลุ่มดังนี้:
กลุ่มที่ 1 Data Analytics และ AI Solutions (แกนหลักของ Singularity Insights) ทรู บิสสิเนส ใช้ความเชี่ยวชาญด้านข้อมูลโทรคมนาคมและดิจิทัลอีโคซิสเต็มในการเติมเต็มบริบท 720 องศาให้แก่ลูกค้า
โดยพัฒนาแพลตฟอร์มการจัดการข้อมูลที่สามารถใช้ AI/ML วิเคราะห์แนวโน้มตลาด พฤติกรรมลูกค้า และการเคลื่อนไหวของคู่แข่ง เพื่อสร้างข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปสู่การคาดการณ์ว่าลูกค้าคนไหนมีแนวโน้มจะเปลี่ยนใจหรือตอบรับข้อเสนอใด และบริการที่ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างและปรับใช้โมเดล AI/ML ได้อย่างรวดเร็วไม่ต้องเขียนโค้ดซับซ้อน เพื่อนำไปใช้ในการทำนายความต้องการ, จัดการความเสี่ยง, หรือปรับปรุงการปฏิบัติงานให้เป็นอัตโนมัติ
กลุ่มที่ 2 โครงสร้างพื้นฐานแบบ Adaptive Infrastructure : การทำ Singularity Insights ต้องอาศัยการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่อย่างรวดเร็ว โครงสร้างพื้นฐานของทรู จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่รองรับความท้าทายนี้ เนื่องจากทรูมีการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพสูง รองรับการทำงานกับเทคโนโลยี AI อย่างเต็มระบบเช่น AI-Ready Data Center หรือบริการ Multi-Cloud Services
รวมถึงให้บริการระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ครบวงจร สอดคล้องกับข้อกำหนดด้าน PDPA เพื่อช่วยให้องค์กรธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ตามมาตรฐานสากล
นอกจากนี้ ทรู ยังมีความถนัดในด้าน High-Speed Connectivity (5G & Fiber) เครือข่ายที่มีความเร็วและความหน่วงต่ำ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการรวบรวมข้อมูลแบบเรียลไทม์จากทุกพื้นที่เพื่อให้ Insight ที่ได้มีความทันสมัยอยู่เสมอ
กลุ่มที่ 3 บริการที่ปรึกษา : ทรู บิสสิเนส พร้อมเป็นพันธมิตรที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ตั้งแต่การนำ Insight ไปใช้จริง มีทีมที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้าน Data และ AI ให้คำแนะนำตั้งแต่การวางแผนกลยุทธ์ข้อมูล การประเมินความพร้อมขององค์กร ไปจนถึงการออกแบบ Data Platform
อีกทั้งยังได้มีการนำเสนอหลักสูตร Upskill/Reskill ด้าน Data Analytics, AI และ Data Governance เพื่อช่วยลูกค้าองค์กรปิดช่องว่างด้านบุคลากรซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อความสำเร็จในระยะยาวของ Singularity Insights
ติดตามอ่านคอลัมน์อื่น ๆ ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนพฤศจิกายน 2568 ฉบับที่ 523 ในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi
รวมช่องทางการสั่งซื้อวารสารการเงินธนาคาร ทั้งฉบับปัจจุบันและฉบับย้อนหลัง ครบจบที่นี่ที่เดียว : https://moneyandbanking.co.th/2023/18250/