โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทรู บิสสิเนส ชู Singularity Insights รู้ใจแบบ Hyper-Personalization

การเงินธนาคาร

อัพเดต 19 พ.ย. 2568 เวลา 13.40 น. • เผยแพร่ 19 พ.ย. 2568 เวลา 06.39 น.

คอลัมน์ Technology : วารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนพฤศจิกายน 2568 (ฉบับที่ 523)

ทรู บิสสิเนส เผยกลยุทธ์ “Singularity Insights” ฝ่า Data Silo เปลี่ยนข้อมูลกระจัดกระจาย เป็นความเข้าใจลูกค้าอย่างสมบูรณ์ ยกระดับการตัดสินใจให้เฉียบคม พร้อมเปิด Intelligence Solutions ดันองค์กรธุรกิจสู่ Data-Driven อย่างยั่งยืน

ในยุคที่ข้อมูลคือขุมทรัพย์ทางธุรกิจ การบริหารจัดการข้อมูลเชิงลึกเป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสามารถในการแข่งขันและความยั่งยืน อย่างไรก็ตาม การใช้ประโยชน์จากข้อมูลให้เกิดประโยชน์สูงสุดยังคงเป็นความท้าทายในปัจจุบัน โดยเฉพาะในองค์กรขนาดใหญ่ซึ่งมีฐานข้อมูลมหาศาล แต่ยังไม่สามารถนำข้อมูลที่มีอยู่มาใช้ได้อย่างเต็มศักยภาพ

การเงินธนาคาร ได้สัมภาษณ์พิเศษ ดร.ธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจองค์กร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (ทรู บิสสิเนส) ถึงการใช้แนวคิด Singularity Insights ฝ่าความท้าทายในการบริหารจัดการข้อมูลขององค์กรธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนข้อมูลมหาศาลที่กระจัดกระจาย ให้กลายเป็นความเข้าใจบริบทที่สมบูรณ์ นำไปสู่การตัดสินใจทางธุรกิจที่เฉียบคมและแม่นยำ

เปิดแนวคิด Singularity Insights เข้าใจลูกค้าแบบ Hyper-Personalization

ดร.ธีรเดชกล่าวว่า Singularity Insights คือ แนวคิดเชิงกลยุทธ์ด้านการวิเคราะห์ข้อมูล ที่ช่วยให้องค์กรธุรกิจสามารถก้าวข้ามการแบ่งกลุ่มลูกค้าแบบดั้งเดิม (Segmentation) ไปสู่การทำความเข้าใจลูกค้าแต่ละบุคคลในระดับที่ลึกซึ้งและสมบูรณ์ หรือที่เรียกว่า Customer Singularity

โดยการผสานข้อมูลในลักษณะนี้จะช่วยทำให้องค์กรเห็นบริบทที่ชัดเจนและสมบูรณ์ 720 องศา ซึ่งเป็นพัฒนาการที่เหนือกว่ามุมมอง 360 องศาแบบดั้งเดิมที่มักบอกแค่ว่าลูกค้า ซื้ออะไร เมื่อไหร่และที่ไหน แต่ยังขาดความเข้าใจถึง แรงจูงใจและบริบทในชีวิตจริง อีกทั้งเมื่อองค์กรธุรกิจนำแนวคิด Singularity Insights มาใช้ในการบริหารจัดการข้อมูล จะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบในเชิงบวก โดยสรุปได้ดังนี้

1. ความเข้าใจลูกค้าแบบเหนือระดับ (Hyper-Personalization) : องค์กรจะสามารถทำความเข้าใจลูกค้าได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่การแบ่งกลุ่ม แต่เป็นการเข้าใจถึงพฤติกรรมเฉพาะเจาะจงของแต่ละบุคคล ทำให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ใช่ในเวลาที่ใช่ ผ่านช่องทางที่เหมาะสมอย่างแท้จริง

2. การตัดสินใจทางธุรกิจที่แม่นยำ และรวดเร็ว : ข้อมูลเชิงลึกที่สมบูรณ์แบบจะถูกนำมาใช้ในการขับเคลื่อนการตัดสินใจ ตั้งแต่ระดับกลยุทธ์ไปจนถึงการปฏิบัติงานประจำวัน ทำให้การจัดสรรงบประมาณ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน หรือการกำหนดทิศทางธุรกิจ มีความแม่นยำ ลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสในการเติบโต

3. การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน : ช่วยให้ระบบงานภายในองค์กรทำงานได้อย่างราบรื่นและอัตโนมัติมากขึ้น ลดความซ้ำซ้อนและลดระยะเวลาในการทำงาน

4. สร้างมูลค่าใหม่ทางธุรกิจ : การค้นพบความเชื่อมโยงของข้อมูลที่ไม่เคยเห็นมาก่อน จะนำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมและบริการใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่ซับซ้อนของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด

“Singularity Insights สามารถสร้างความแตกต่างความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืน ช่วยให้องค์กรสามารถคาดการณ์ความต้องการและวางแผนเชิงรุกได้อย่างแม่นยำสูง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเป็น Data-Driven Organization ที่ปรับตัวได้เร็วกว่าคู่แข่งในตลาด”

ชี้ Pain Point หลักองค์กร มีข้อมูลมาก แต่ไม่เห็นภาพรวม

ดร.ธีรเดชกล่าวต่อว่า แม้ว่าแนวคิด Singularity Insights จะเป็นสิ่งจำเป็น แต่การดำเนินการก็มาพร้อมกับความท้าทายที่องค์กรขนาดใหญ่ต้องเผชิญคือ ข้อมูลกระจัดกระจาย ขาดบริบทที่สมบูรณ์ มีข้อมูลมาก แต่ไม่เห็นภาพรวม ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลการใช้งานโทรคมนาคม, อินเทอร์เน็ต, บริการดิจิทัล, และพฤติกรรมในอีโคซิสเต็มที่กว้างขวางของบริษัท ข้อมูลเหล่านี้มักแยกส่วนกันในลักษณะของ Data Silo ทำให้การวิเคราะห์มองเห็นเพียงอะไรที่ลูกค้าซื้อหรือใช้บริการ แต่ไม่สามารถตอบได้ว่า ทำไมถึงตัดสินใจเช่นนั้น

เมื่อขาดข้อมูลเชิงลึกที่เชื่อมโยงถึงบริบทนอกเหนือจากข้อมูลธุรกรรม เช่น ไลฟ์สไตล์ ความสนใจ หรือสภาพแวดล้อมของผู้ใช้บริการ การแบ่งกลุ่มลูกค้าแบบเดิมจึงมีข้อจำกัด ส่งผลให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การทำแคมเปญการตลาด และการให้บริการแบบ Hyper-Personalization ขาดความเฉียบคม ไม่สามารถสร้างความประทับใจและความผูกพันกับลูกค้าได้อย่างแท้จริง

ดังนั้น การปรับใช้แนวคิด Singularity Insights จึงมาพร้อมกับความท้าทายอีกหลายประการ สามารถสรุปได้ดังนี้

1. ต้องบูรณาการข้อมูลจากหลากหลายระบบ : องค์กรขนาดใหญ่มีระบบข้อมูลที่หลากหลายและมีอายุการใช้งานต่างกัน การรวมข้อมูลที่กระจัดกระจายเหล่านี้เข้าด้วยกันเพื่อให้เกิดมุมมองเดียว (One Data Platform) ต้องใช้เทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญระดับสูง

2. ความซับซ้อนในการกำกับดูแลข้อมูล (Data Governance & Security) : ด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล การจัดการด้านคุณภาพข้อมูล การรักษาความปลอดภัย และการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เป็นเรื่องที่ซับซ้อนและต้องใช้ทรัพยากรสูง

3. การขาดแคลนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ : การทำ Singularity Insights ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญด้าน Data Scientist, AI/Machine Learning และ Data Engineer ที่มีความเข้าใจทั้งด้านเทคนิคและบริบททางธุรกิจ ซึ่งเป็นบุคลากรที่หาได้ยากในตลาด

4. การปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร : การจะให้บุคลากรทุกระดับหันมาใช้ข้อมูลเชิงลึกในการขับเคลื่อนการทำงานแบบ Data-Driven Culture จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนความคิดและกระบวนการทำงานขนานใหญ่ ซึ่งต้องใช้เวลาและความมุ่งมั่นจากผู้นำองค์กร

ทรูเผย Intelligence Solutions ดันองค์กรธุรกิจสู่ Singularity Insights

ดร.ธีรเดชกล่าวต่อว่า เพื่อเผชิญกับความท้าทายที่เกิดขึ้น ทรู บิสสิเนส ได้ออกแบบชุดโซลูชั่น Intelligence Solutions ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่แกนกลางของแนวคิด Singularity Insights หรือการเปลี่ยนข้อมูลที่กระจัดกระจายให้กลายเป็นบริบทที่ชัดเจน 720 องศาเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน ซึ่งผสานการทำงานของโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งเข้ากับเทคโนโลยี AI และ Data Analytics ขั้นสูงไว้ 3 กลุ่มดังนี้:

กลุ่มที่ 1 Data Analytics และ AI Solutions (แกนหลักของ Singularity Insights) ทรู บิสสิเนส ใช้ความเชี่ยวชาญด้านข้อมูลโทรคมนาคมและดิจิทัลอีโคซิสเต็มในการเติมเต็มบริบท 720 องศาให้แก่ลูกค้า

โดยพัฒนาแพลตฟอร์มการจัดการข้อมูลที่สามารถใช้ AI/ML วิเคราะห์แนวโน้มตลาด พฤติกรรมลูกค้า และการเคลื่อนไหวของคู่แข่ง เพื่อสร้างข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปสู่การคาดการณ์ว่าลูกค้าคนไหนมีแนวโน้มจะเปลี่ยนใจหรือตอบรับข้อเสนอใด และบริการที่ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างและปรับใช้โมเดล AI/ML ได้อย่างรวดเร็วไม่ต้องเขียนโค้ดซับซ้อน เพื่อนำไปใช้ในการทำนายความต้องการ, จัดการความเสี่ยง, หรือปรับปรุงการปฏิบัติงานให้เป็นอัตโนมัติ

กลุ่มที่ 2 โครงสร้างพื้นฐานแบบ Adaptive Infrastructure : การทำ Singularity Insights ต้องอาศัยการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่อย่างรวดเร็ว โครงสร้างพื้นฐานของทรู จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่รองรับความท้าทายนี้ เนื่องจากทรูมีการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพสูง รองรับการทำงานกับเทคโนโลยี AI อย่างเต็มระบบเช่น AI-Ready Data Center หรือบริการ Multi-Cloud Services

รวมถึงให้บริการระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ครบวงจร สอดคล้องกับข้อกำหนดด้าน PDPA เพื่อช่วยให้องค์กรธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ตามมาตรฐานสากล

นอกจากนี้ ทรู ยังมีความถนัดในด้าน High-Speed Connectivity (5G & Fiber) เครือข่ายที่มีความเร็วและความหน่วงต่ำ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการรวบรวมข้อมูลแบบเรียลไทม์จากทุกพื้นที่เพื่อให้ Insight ที่ได้มีความทันสมัยอยู่เสมอ

กลุ่มที่ 3 บริการที่ปรึกษา : ทรู บิสสิเนส พร้อมเป็นพันธมิตรที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ตั้งแต่การนำ Insight ไปใช้จริง มีทีมที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้าน Data และ AI ให้คำแนะนำตั้งแต่การวางแผนกลยุทธ์ข้อมูล การประเมินความพร้อมขององค์กร ไปจนถึงการออกแบบ Data Platform

อีกทั้งยังได้มีการนำเสนอหลักสูตร Upskill/Reskill ด้าน Data Analytics, AI และ Data Governance เพื่อช่วยลูกค้าองค์กรปิดช่องว่างด้านบุคลากรซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อความสำเร็จในระยะยาวของ Singularity Insights

ติดตามอ่านคอลัมน์อื่น ๆ ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนพฤศจิกายน 2568 ฉบับที่ 523 ในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi

รวมช่องทางการสั่งซื้อวารสารการเงินธนาคาร ทั้งฉบับปัจจุบันและฉบับย้อนหลัง ครบจบที่นี่ที่เดียว : https://moneyandbanking.co.th/2023/18250/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...