เปิดรายชื่อ! แคนดิเดตนายกฯปี 69 พร้อมพัฒนาประเทศ
เชียงใหม่นิวส์
อัพเดต 24 ธ.ค. 2568 เวลา 14.43 น. • เผยแพร่ 24 ธ.ค. 2568 เวลา 07.43 น. • Chiang Mai Newsเหลือเวลาอีกเพียงแค่ 1 เดือนเท่านั้นก็จะเข้าสู่วันเลือกตั้งแล้ว หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าแต่ละพรรคนั้นได้แคนดิเดตใครเป็นนายกบ้าง เชียงใหม่นิวส์ได้รวบรวมมาไว้ให้แล้วซึ่งรายชื่อแคนดิเดตนายกฯมีทั้งหมด ดังนี้
พรรคเพื่อไทย เปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี อย่างเป็นทางการ ภายใต้แคมเปญ “ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้” ประกอบด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย และ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ อดีตรองคณบดีฝ่ายวิจัย และวิเทศสัมพันธ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ท่ามกลางผู้บริหาร-แกนนำ และว่าที่ผู้สมัคร สส.ของพรรค
พรรครวมไทยสร้างชาติ แถลงนโยบายพรรค พร้อมเปิดสโลแกนพรรค “เด็ดขาดแก้วิกฤต พลิกโฉมประเทศ” และเปิดแคนดิเดตนายกฯ 3 คน ได้แก่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ , นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค และ นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค
พรรคประชาชน เปิด 3 แคนดิเดตนายกฯ ภายใต้สโลแกน “สร้างประเทศไทยที่ไม่มีสีเทา – เท่ากัน – ทันโลก” และเปิดแคนดิเดตนายกฯ 3 คน ได้แก่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน , ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค , นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร
พรรคกล้าธรรม ลุยศึกเลือกตั้ง 2569 โดยครั้งนี้มาในสโลแกน “ทำ มากกว่าพูด” ขณะที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค คือ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งจะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคแต่เพียงผู้เดียว และจะลงปาร์ตี้ลิสต์ อันดับ 1
พรรคภูมิใจไทย พร้อมลุยศึกเลือกตั้ง 2569 โดยครั้งนี้มาในสโลแกน “พูดแล้วทำพลัส” ขณะที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ส่วนอีก 2 อันดับยังคงรอการยืนยัน แต่ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีที่นายอนุทินได้กล่าวว่าถ้าชนะการเลือกตั้งจะให้ 2 ท่านนี้เป็นรองนายกรัฐมนตรีคือนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์
นอกจากนั้นยังมีพรรคการเมืองพรรคอื่น ๆ อีกที่ส่งชื่อเข้าแคนดิเดตนายกฯด้วย เช่น อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ-พรรคประชาธิปัตย์, พลเอก รังษี กิติญาณทรัพย์-พรรคเศรษฐกิจ, ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล-พรรคพลังประชารัฐ, สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์-พรรคไทยก้าวใหม่ และคุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์-พรรคไทยสร้างไทย
ที่มา :
NBT, พีพีทีวีเอชดี, ไทยรัฐออนไลน์