“ค่าระวางเรือ” พุ่งแรงปลายปี ทะลุ 4-5 เท่า เหตุขัดแย้ง-คว่ำบาตรป่วนเส้นทางเดินเรือโลก
"ค่าระวางเรือ" พุ่งแรงปลายปี ทะลุ 4-5 เท่า หลังกลุ่มฮูตีโจมตีเรือในทะเลแดง การผลิตตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น มาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย และสภาพอากาศในเอเชียซ้ำเติม
วันที่ 4 ธันวาคม 2568 เวลา 07.21 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า อัตราค่าระวางเรือสำหรับขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ ตั้งแต่พลังงานไปจนถึงสินแร่ทั่วโลก กำลังพุ่งขึ้นผิดฤดูกาลในช่วงปลายปี ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก โดยมีปัจจัยจากความขัดแย้ง มาตรการคว่ำบาตร และอุปทานที่เพิ่มขึ้น จนทำให้เส้นทางขนส่งทั่วโลกปั่นป่วน
รายได้ต่อวันของเรือบรรทุกน้ำมันดิบในเส้นทางหลักเพิ่มขึ้นมากที่สุดในปีนี้ กระโดดกว่า 467% ขณะที่ค่าระวางเรือสำหรับขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และสินค้าอย่างสินแร่เหล็ก เพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่าและ 2 เท่าตามลำดับ ทั้งที่ตามปกติแล้ว อุปสงค์ช่วงปลายปีจะอ่อนตัว และค่าระวางเรือมักลดลง
หนึ่งในปัจจัยสำคัญ คือเรือใช้เวลาเดินเรือและขนส่งสินค้านานขึ้น ทำให้ความต้องการเรือเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ผู้บริหารหลายรายในอุตสาหกรรมเชื่อว่า สถานการณ์ตึงตัวนี้จะดำเนินต่อไปอย่างน้อยในช่วงต้นปีหน้า
ลาร์ส บาร์สตัด ซีอีโอของ Frontline Management AS ซึ่งเป็นผู้ประกอบการเรือบรรทุกน้ำมันรายใหญ่ กล่าวว่า “ตอนนี้เราเห็นตลาดขนส่งจริงที่ตึงตัวแบบยุคเก่าอย่างชัดเจน… และยังไม่เห็นสัญญาณอ่อนแรงเลย”
โดยอัตราค่าระวางเรือบรรทุกน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นแรง หลังการผลิตในตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น และเอเชียมีความต้องการน้ำมันสูงขึ้น ภายหลังสหรัฐประกาศคว่ำบาตรบริษัทน้ำมันรัสเซียรายใหญ่ 2 แห่ง ด้านค่าระวางเรือ LNG จากสหรัฐไปยุโรปพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี เนื่องจากโครงการผลิตใหม่ในอเมริกาเหนือดึงเรือจำนวนมากให้ไปขนส่งเชื้อเพลิง
ขณะที่ดัชนีค่าระวางเรือสำหรับสินค้าขนาดใหญ่ (bulk commodities) เช่น ธัญพืชและสินแร่ ขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 20 เดือน เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากตลาดคาดหวังว่าโครงการสินแร่เหล็กขนาดใหญ่ในกินีจะเริ่มเดินเครื่อง ขณะเดียวกันความล่าช้าที่ท่าเรือในจีนจากสภาพอากาศก็ยิ่งจำกัดปริมาณเรือว่าง ความขัดแย้งในเส้นทางเดินเรือสำคัญทั่วโลกก็มีส่วนทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นด้วย
การโจมตีเรือสินค้าโดยกลุ่มฮูตีในเยเมนบริเวณทะเลแดง ทำให้เรือหลายลำต้องอ้อมแอฟริกา ส่งผลให้ตัน-ไมล์ (ton-miles) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดปริมาณงานขนส่ง (คำนวณจากน้ำหนักสินค้า × ระยะทาง) เพิ่มขึ้น แปลว่าต้องขนส่งไกลกว่าเดิม
แม้ค่าระวางเรือจะลดลงเล็กน้อยจากจุดสูงสุดปลายพฤศจิกายน แต่ต้นทุนยังอยู่ในระดับสูงจนสะเทือนไปทั่วตลาด ผู้ซื้อ LNG จากสหรัฐบางรายกำลังพิจารณาชะลอการรับสินค้า ขณะที่เจ้าของเรือบรรทุกน้ำมันบางรายพยายามต่อรองเส้นทางเดินเรือที่ทำกำไรสูงที่สุด ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการเรือ VLCC (เรือบรรทุกน้ำมันขนาดยักษ์) เลือกวิ่งเส้นทางไกลเพื่อทำกำไรสูงสุด ส่งผลให้โรงกลั่นอินเดียบางแห่งต้องใช้เรือเล็ก 2 ลำแทนที่จะใช้เรือ VLCC 1 ลำ เพื่อให้ได้รับน้ำมันจากตะวันออกกลางตรงเวลา
แม้ผู้ประกอบการเรือจะทำกำไรมากหลังจากผ่านช่วงปีที่ยากลำบาก แต่หลายบริษัทก็ยังไม่พร้อมทุ่มเงินซื้อเรือใหม่หรือปรับโครงสร้างกองเรือ เรือใหม่มีราคาสูง ค่าระวางเรืออาจร่วงทันทีถ้าเส้นทางทะเลแดงกลับมาเปิดปกติ และเรือจำนวนมากอาจไหลกลับเข้าสู่ตลาดพร้อมกัน
เจเยนดู กฤษณะ ผู้อำนวยการจาก Drewry Maritime Services กล่าวว่า “ถ้าคุณเป็นเจ้าของเรือ ตอนนี้คุณทำกำไรได้แล้ว และไม่ได้อยู่ในภาวะกดดัน… แต่คุณก็ยังไม่ถึงขั้นอยากฉลอง เพราะแนวโน้มอุตสาหกรรมยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน”
อ้างอิง : www.bloomberg.com