โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ค่าระวางเรือ” พุ่งแรงปลายปี ทะลุ 4-5 เท่า เหตุขัดแย้ง-คว่ำบาตรป่วนเส้นทางเดินเรือโลก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 ธ.ค. 2568 เวลา 11.55 น. • เผยแพร่ 04 ธ.ค. 2568 เวลา 04.55 น.

"ค่าระวางเรือ" พุ่งแรงปลายปี ทะลุ 4-5 เท่า หลังกลุ่มฮูตีโจมตีเรือในทะเลแดง การผลิตตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น มาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย และสภาพอากาศในเอเชียซ้ำเติม

วันที่ 4 ธันวาคม 2568 เวลา 07.21 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า อัตราค่าระวางเรือสำหรับขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ ตั้งแต่พลังงานไปจนถึงสินแร่ทั่วโลก กำลังพุ่งขึ้นผิดฤดูกาลในช่วงปลายปี ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก โดยมีปัจจัยจากความขัดแย้ง มาตรการคว่ำบาตร และอุปทานที่เพิ่มขึ้น จนทำให้เส้นทางขนส่งทั่วโลกปั่นป่วน

รายได้ต่อวันของเรือบรรทุกน้ำมันดิบในเส้นทางหลักเพิ่มขึ้นมากที่สุดในปีนี้ กระโดดกว่า 467% ขณะที่ค่าระวางเรือสำหรับขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และสินค้าอย่างสินแร่เหล็ก เพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่าและ 2 เท่าตามลำดับ ทั้งที่ตามปกติแล้ว อุปสงค์ช่วงปลายปีจะอ่อนตัว และค่าระวางเรือมักลดลง

หนึ่งในปัจจัยสำคัญ คือเรือใช้เวลาเดินเรือและขนส่งสินค้านานขึ้น ทำให้ความต้องการเรือเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ผู้บริหารหลายรายในอุตสาหกรรมเชื่อว่า สถานการณ์ตึงตัวนี้จะดำเนินต่อไปอย่างน้อยในช่วงต้นปีหน้า

ลาร์ส บาร์สตัด ซีอีโอของ Frontline Management AS ซึ่งเป็นผู้ประกอบการเรือบรรทุกน้ำมันรายใหญ่ กล่าวว่า “ตอนนี้เราเห็นตลาดขนส่งจริงที่ตึงตัวแบบยุคเก่าอย่างชัดเจน… และยังไม่เห็นสัญญาณอ่อนแรงเลย”

โดยอัตราค่าระวางเรือบรรทุกน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นแรง หลังการผลิตในตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น และเอเชียมีความต้องการน้ำมันสูงขึ้น ภายหลังสหรัฐประกาศคว่ำบาตรบริษัทน้ำมันรัสเซียรายใหญ่ 2 แห่ง ด้านค่าระวางเรือ LNG จากสหรัฐไปยุโรปพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี เนื่องจากโครงการผลิตใหม่ในอเมริกาเหนือดึงเรือจำนวนมากให้ไปขนส่งเชื้อเพลิง

ขณะที่ดัชนีค่าระวางเรือสำหรับสินค้าขนาดใหญ่ (bulk commodities) เช่น ธัญพืชและสินแร่ ขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 20 เดือน เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากตลาดคาดหวังว่าโครงการสินแร่เหล็กขนาดใหญ่ในกินีจะเริ่มเดินเครื่อง ขณะเดียวกันความล่าช้าที่ท่าเรือในจีนจากสภาพอากาศก็ยิ่งจำกัดปริมาณเรือว่าง ความขัดแย้งในเส้นทางเดินเรือสำคัญทั่วโลกก็มีส่วนทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นด้วย

การโจมตีเรือสินค้าโดยกลุ่มฮูตีในเยเมนบริเวณทะเลแดง ทำให้เรือหลายลำต้องอ้อมแอฟริกา ส่งผลให้ตัน-ไมล์ (ton-miles) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดปริมาณงานขนส่ง (คำนวณจากน้ำหนักสินค้า × ระยะทาง) เพิ่มขึ้น แปลว่าต้องขนส่งไกลกว่าเดิม

แม้ค่าระวางเรือจะลดลงเล็กน้อยจากจุดสูงสุดปลายพฤศจิกายน แต่ต้นทุนยังอยู่ในระดับสูงจนสะเทือนไปทั่วตลาด ผู้ซื้อ LNG จากสหรัฐบางรายกำลังพิจารณาชะลอการรับสินค้า ขณะที่เจ้าของเรือบรรทุกน้ำมันบางรายพยายามต่อรองเส้นทางเดินเรือที่ทำกำไรสูงที่สุด ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการเรือ VLCC (เรือบรรทุกน้ำมันขนาดยักษ์) เลือกวิ่งเส้นทางไกลเพื่อทำกำไรสูงสุด ส่งผลให้โรงกลั่นอินเดียบางแห่งต้องใช้เรือเล็ก 2 ลำแทนที่จะใช้เรือ VLCC 1 ลำ เพื่อให้ได้รับน้ำมันจากตะวันออกกลางตรงเวลา

แม้ผู้ประกอบการเรือจะทำกำไรมากหลังจากผ่านช่วงปีที่ยากลำบาก แต่หลายบริษัทก็ยังไม่พร้อมทุ่มเงินซื้อเรือใหม่หรือปรับโครงสร้างกองเรือ เรือใหม่มีราคาสูง ค่าระวางเรืออาจร่วงทันทีถ้าเส้นทางทะเลแดงกลับมาเปิดปกติ และเรือจำนวนมากอาจไหลกลับเข้าสู่ตลาดพร้อมกัน

เจเยนดู กฤษณะ ผู้อำนวยการจาก Drewry Maritime Services กล่าวว่า “ถ้าคุณเป็นเจ้าของเรือ ตอนนี้คุณทำกำไรได้แล้ว และไม่ได้อยู่ในภาวะกดดัน… แต่คุณก็ยังไม่ถึงขั้นอยากฉลอง เพราะแนวโน้มอุตสาหกรรมยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน”

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...