โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คปภ.หารือ ธุรกิจประกันภัย ออกมาตรการช่วยน้ำท่วมใต้รถท่วมไม่ต้องรอค่ายก-จ่ายสินไหมเร็ว

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 ธ.ค. 2568 เวลา 10.58 น. • เผยแพร่ 04 ธ.ค. 2568 เวลา 03.58 น.

สำนักงาน คปภ. ร่วมหารือด่วนภาค ธุรกิจประกันภัย วางมาตรการเฉพาะหน้าเพื่อช่วยเหลือประชาชนในเหตุอุทกภัยภาคใต้ สั่งทุกบริษัทจัดรถยกเคลื่อนย้ายรถเสียหาย ฟรีทุกคัน-ไม่จำกัดค่ายประกัน พร้อมเร่งพิจารณาสินไหมรถยนต์กรณี Total Loss ภายใน 7 วัน

4 ธ.ค. 2568 - นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคปภ.กับภาคธุรกิจประกันภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดมาตรการช่วยเหลือประชาชนจากสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ โดยขอความร่วมมือให้ทุกบริษัทประกันภัยจัดส่งรถยกเพื่อเคลื่อนย้ายรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายทุกคันโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และไม่จำกัดว่ารถคันนั้นจะทำประกันภัยกับบริษัทใด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นและช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างเท่าเทียม

สำหรับมาตรการด้านการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากเหตุอุทกภัย สำนักงาน คปภ. ได้กำหนดมาตรการต่าง ๆ ดังนี้

กรณีประกันภัยรถยนต์ (Motor) สำนักงาน คปภ. ให้บริษัทประกันภัยเร่งรัดการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน ให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ประชาชนได้รับการเยียวยาอย่างทันท่วงที ดังนี้

1. กรณีเสียหายสิ้นเชิง (Total Loss) บริษัทประกันภัยจะดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายใน 7 วันนับจากวันที่ได้รับเอกสารครบถ้วน โดยจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนเต็มตามทุนประกันที่ระบุไว้ในหน้าตารางกรมธรรม์ หากผู้เอาประกันภัยไม่ประสงค์คืนทุนประกันตามข้อเสนอของบริษัท ผู้เอาประกันภัยสามารถนำรถไปจัดซ่อมเองได้ โดยบริษัทประกันภัยจะดำเนินการจ่ายค่าซ่อมให้ไม่เกิน 70% ของทุนประกัน และคืนเบี้ยคงเหลือตามสัดส่วนจากการยกเลิกกรมธรรม์ให้แก่ผู้เอาประกันภัยด้วย

2. กรณีเสียหายบางส่วน (Partial Loss) บริษัทประกันภัยจะเร่งตรวจสอบ ประเมินความเสียหายและประสานงานกับอู่ซ่อมรถในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณรถที่ได้รับผลกระทบได้อย่างเพียงพอ และเร่งดำเนินการซ่อมแซมให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด

สำหรับการประกันวินาศภัยประเภทอื่น (Non-Motor) ในเขตพื้นที่ประสบอุทกภัย หรือได้รับอิทธิพลของพายุ ตามรายงานสถานการณ์สาธารณภัยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย ให้พิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทน จำนวนเงิน 20,000 บาท และกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย หรือกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ที่ให้ความคุ้มครองภัยน้ำท่วม ให้พิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทน จำนวนเงิน 30,000 บาท (ทั้งนี้ ไม่เกินจำนวนเงินความคุ้มครองที่คงเหลืออยู่ ตามกรมธรรม์)

โดยกรณีมีความเสียหายเกินจำนวนดังกล่าวที่ระบุไว้ ให้ผู้เอาประกันภัยส่งเอกสารหลักฐานเพื่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขกรมธรรม์และให้บริษัทประกันภัยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนภายใน 3 วัน นับแต่ได้รับเอกสารหลักฐานครบถ้วน ส่วนกรมธรรม์ประเภทอื่น ๆ ให้พิจารณาและเร่งรัดการจ่ายค่าสินไหมทดแทนโดยเร็ว ภายใต้ระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงและทันท่วงที

ส่วนกรณีการตรวจสอบข้อมูลการเอาประกันภัยของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์อุทกภัยนั้น สำนักงาน คปภ. ได้ การบูรณาการ ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ นายวิทยา จันทน์เสนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอรายชื่อและเลขบัตรประชาชนของผู้เสียชีวิตที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว ซึ่งสำนักงาน คปภ. จะนำมาใช้ตรวจสอบสิทธิ ความคุ้มครองประกันภัย ผ่านระบบ IBS (Insurance Bureau System) และประสานไปยังบริษัทประกันภัย เพื่อเร่งให้มีการ จ่ายสินไหมทดแทนกับผู้รับประโยชน์หรือทายาทได้เร็วที่สุด

“ทั้งนี้ ประชาชนที่มีญาติเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวก็สามารถติดต่อเพื่อตรวจสอบการมีประกันภัย ผ่านสายด่วน คปภ. 1186 ซึ่งในขณะนี้ เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง”

นายอดิศร กล่าวว่า การออกมาตรการครั้งนี้เป็นการดำเนินการเชิงรุกเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างเต็มที่ มุ่งให้ผู้เอาประกันภัยได้รับการดูแล คุ้มครองและเยียวยาอย่างรวดเร็วที่สุด พร้อมทั้งกำกับติดตามการปฏิบัติงานของบริษัทประกันภัยทุกแห่งอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มาตรการทุกด้านเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบได้อย่างแท้จริง สะท้อนความมุ่งมั่นของสำนักงาน คปภ. ในการยืนหยัดเคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...