โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เต๋อ นวพล ภูมิใจพาหนังไทยคว้า 2 รางวัล เปิดประตูให้โลกรู้จัก เพื่อโอกาสเรื่องอื่น

Khaosod

อัพเดต 08 ม.ค. เวลา 08.19 น. • เผยแพร่ 08 ม.ค. เวลา 08.16 น.

“เต๋อ นวพล” ภูมิใจหนังเรื่องใหม่ “พนักงานใหม่(โปรดรับไว้พิจารณา)” คว้า 2 รางวัลระดับโลก เวนิส–สิงคโปร์ ชื่นใจพาหนังไทยสร้างชื่อ เปิดประตูให้โลกรู้จักเพื่อโอกาสเรื่องอื่น

เรียกว่าผลงานหนังเรื่องใหม่ของผู้กำกับมากฝีมือ “เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์” ปังตั้งแต่เริ่มเปิดตัว กับเรื่อง “HUMAN RESOURCE พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา)” นับว่าเป็นภาพยนตร์เรื่องเดียวของไทย จากค่าย GDH ได้ฉายเปิดตัวในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส ครั้งที่ 82 (Venice International Film Festival) และยังสามารถคว้ามาแล้ว 2 รางวัล จากการไปเดินสายในเทศกาลภาพยนตร์ กว่า 20 เทศกาล

เต๋อ นวพล เปิดตัวภาพยนตร์เรื่องใหม่ “HUMAN RESOURCE พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา)”

โดยรางวัลแรก คือรางวัล Best Picture จากเวที Fondazione Fai Persona Lavoro Ambiente Award เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส ครั้งที่ 82 เพื่อยกย่องภาพยนตร์ที่สะท้อนเรื่องราวเกี่ยวกับ บุคคล การทำงาน และสิ่งแวดล้อม ส่วนรางวัลที่ 2 คือรางวัล FIPRESCI AWARD จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ Singapore International Film Festival 2025

ล่าสุดวันที่ 7 ม.ค. 69 เต๋อ นวพล นำทีมนักแสดง เปิดตัวภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว พร้อมเปิดใจถึงผลงานและความสำเร็จในครั้งนี้ หลังไปสร้างชื่อบนเวทีนานาชาติ คว้า 2 รางวัล จากเวนิสและสิงคโปร์ ก่อนเข้าโรงฉายในไทย 29 ม.ค. นี้

ทำไมถึงเลือกทำโปรเจ็กต์นี้ ที่ไปที่มา? “เป็นหนังเรื่องที่ 9 ของผม คุยกับ GDH ว่าอยากทำหนังที่มีปัญหาอะไรใหม่ๆ แล้วก็เป็นเนื้อหาที่สามารถพูดคุยกับชาวโลกได้เลย ไม่ใช่แค่เมืองไทย ก็เลยคิดมาเป็น พนักงานใหม่(โปรดรับไว้พิจารณา) พนักงานสำหรับเรามันมากกว่าคนทำงานในออฟฟิศ เราเกิดมาบนโลกนี้ เราก็เหมือนเป็นพนักงานใหม่คนหนึ่งที่ต้องเรียนรู้กฎของโลก บริษัทที่ชื่อว่าโลกแล้วกัน ทำงานในฐานะลูก ทำงานฐานะน้อง ในฐานะพ่อแม่บ้าง มันก็เลยเป็นความเปรียบแบบหนึ่ง เป็นคำถามที่เหมาะกับคนยุคนี้ เวลาเราเจอเรื่องยากๆ ในชีวิตบางทีก็ เอ๊ะ เรากำลังมาทำอะไรกันที่นี่นะ เราจะแก้ปัญหาหรือตอบคำถามที่มันตอบยากได้ยังไง”

หนังเรื่องนี้ เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้ถามคำถามกับคนดู ซึ่งผมคิดว่าเป็นคำถามที่เอาจริงๆ มันจะอยู่ในใจของเราทุกคนเวลาเจอปัญหาในงาที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ที่ไม่อยากทำแต่ต้องทำ บางครั้งเราจะเกิดคำถามต่างๆ ว่าทำไมเราถึงทำ หรือทำไมเราถึงไม่ทำ หนังเรื่องนี้มันเลยเหมือนเปิดพื้นที่ให้เราได้มีเวลาคิดมากกว่า เพราะเวลาเราใช้ชีวิตประจำวันบางทีมันเหนื่อยจนไม่มีเวลาคิดแล้ว แต่ปัญหามันยังอยู่นะ หนังเรื่องนี้สมมติความยาว 2 ชั่วโมงมันน่าจะเป็นเวลาที่ทำให้เราได้ค่อยๆ คิดกับตัวเอง บางครั้งเราอาจจะได้คำตอบไปตอบคำถามในชีวิตจริงของเรานั่นแหละ”

ภูมิใจคว้า 2 รางวัลระดับนานาชาติ เวนิส - สิงคโปร์ ตั้งแต่ยังไม่เปิดตัวฉายในไทย

ได้รับรางวัล กระแสต่างประเทศดีมาก?
“จริงๆ ผมเริ่มไปเทศกาลที่เวนิสครั้งแรกเดือน ก.ย. ไปทัวร์มาเยอะมาก คือ 4-5 เดือนที่แล้วก่อนมาที่นี่ ไปทัวร์มา 20 เทศกาล มีทั้งไปฉายโชว์เฉยๆ และมีทั้งที่ไปประกวดด้วย ล่าสุดที่สิงคโปร์เมื่อเดือนที่แล้ว ชนะรางวัลของกลุ่มนักวิจารณ์ ก็เป็นรางวัลที่ภูมิใจเหมือนกัน เป็นรางวัลที่ได้ค่อนข้างยาก เราก็ได้มานะ”

เรื่องนี้ได้ทั้งหมดกี่รางวัล? “ตอนนี้ 2 รางวัลครับ ที่เวนิส และสิงคโปร์ ซึ่งที่เวนิสจะเป็นรางวัลพิเศษเกี่ยวกับว่าด้วยชีวิตของคนทำงานสังคมและสิ่งแวดล้อม”

ฟีดแบ็กหนังของเรา ในต่างประเทศเป็นอย่างไร? “แต่ละประเทศจะแตกต่างกันมากๆ เช่นเราไปฉายที่เวนิส ที่ยุโรป เขาก็จะสนใจเรื่องโครงสร้างสังคมที่มันอยู่ในหนังเรา ซึ่งสำหรับผมดีมากเลยนะครับ หมายถึงว่าเราดูหนังมากกว่าสตอรี่เรื่องราว บางทีมันพูดถึงบริบทที่อยู่ในหนัง ทำไมเมืองไทยเป็นแบบนี้ เอเชียเป็นแบบนี้ ส่วนเวลาย้ายกลับมาฉายฝั่งเอเชีย สมมติไต้หวัน ฮ่องกง ญี่ปุ่น เขาจะอินกับหนังเพราะว่าสภาพสังคมเอเชียบางทีเราไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่ มันมีความอึดอัด กดดัน โดยที่รู้ตัวบ้างและไม่รู้ตัวบ้าง การแข่งขันอะไรแบบนี้ เพราะฉะนั้นผมรู้สึกว่าสนุกดีเวลาที่หนังไปฉายที่ต่างๆ มันได้เห็นแง่มุมอื่นๆ แล้วก็คิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่คนดูชาวไทยอาจจะรู้สึกอยากดูหนังเรื่องนี้มากขึ้น หรือรู้ว่าหนังเรื่องนี้มันมีประเด็นอะไรมากมาย ซึ่งจริงๆ แล้วส่วนตัวเวลาทำหนังเรารู้สึกว่าคนที่จะเข้าใจหนังเรื่องนี้ที่สุด ก็คือคนไทยนี่แหละ เพียงแต่ว่าเรามาฉายช้ากว่าเพื่อนนิดนึง”

แสดงว่าไปตีตลาดนอกมาหมดแล้ว กระแสตอบรับดี มีรางวัลการันตี มีเทศกาลต่างๆ เปิดโอกาสให้ไปฉาย เรามองตลาดยังไงบ้าง ในการไปขายส่งออกข้างนอกประเทศ การไปต่อของหนังได้ขนาดไหน? “ช่วงนี้มันเป็นช่วงฉายโชว์ตามเทศกาล แต่หลังจากนี้มันจะเป็นการฉายตามโรงทั่วๆ ไปของประเทศต่างๆ คือเราเพิ่งเริ่มที่ไทยเป็นที่แรกแล้วหลังจากนี้เราจะเริ่มกระจายแล้วครับ ตอนนี้จะเป็นใกล้ๆ ก่อน เช่น สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มีไต้หวัน ญี่ปุ่น เริ่มติดต่อมา มันก็จะค่อยๆ กระจายออกไป”

มีโอกาสจะได้ไปหลายประเทศเลย? “ใช่ เพราะปกติเวลาหนังเดินทาง จะประมาณ 1 ปีเต็ม แต่นี่ผ่านไป 5 เดือนเอง จริงๆ ครึ่งทาง 20 เทศกาลถือว่าเยอะมากๆ แล้ว แต่หลังจากนี้ก็จะมีมาเรื่อยๆ เพราะว่าอย่างเดือนนี้สัปดาห์สุดท้ายช่วงวีกที่หนังฉายในไทย ก็จะมีไปฝรั่งเศส ก็ยังคงเดินทางอยู่เหมือนกัน”

ชื่นใจหายเหนื่อย พาหนังไทยไปสร้างชื่อ เปิดประตูให้โลกรู้จัก

ชื่นใจหายเหนื่อยมั้ย หนังไทยของเราไปสร้างชื่อระดับโลกอีกแล้ว? “ชื่นใจอยู่แล้ว เพราะว่าเวนิสมันยากมากเหมือนเตะบอลโลกนิดนึง มันเหมือนกับว่าเวลาเราส่งไปบางทีเราไม่รู้หลักเกณฑ์คืออะไร มันเป็นงานศิลปะสร้างสรรค์ เราไม่รู้ว่ามันต้องทำยังไงถึงจะได้ ก็แค่ทำแบบที่เราอยากทำ แล้วพอเราได้รับเลือก ก็ดีใจ เพราะว่าอย่างที่บอกเราไม่ได้รู้หลักเกณฑ์มันหรอก แต่เอาเป็นว่าถ้าสมมติเขาเลือกเราคิดว่ามันก็คงโอเคแหละ แล้วก็ในอีกทางหนึ่งผมรู้สึกว่าในแง่ของภาพยนตร์ไทย อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยมันก็ดีที่เราไปมากกว่าตลาดในประเทศ มันคือการหาพื้นที่ใหม่ๆ ในทางหนึ่งมันก็ได้เติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นบันไดขึ้นหนึ่ง เราก็หวังว่าคนที่ทำหนังต่อจากเราไปเรื่อยๆ ก็จะสเต็ปอัพขึ้นไปต่อจากเราได้”

ความคาดหวัง หนังของเต๋อหลายๆ เรื่อง ทั้งเขียนบท กำกับ ทำเงิน หนังก็ปังได้รางวัล เรื่องนี้เราคาดหวังยังไง? “จริงๆ หนังที่ผมทำทุกเรื่อง ความคาดหวังคืออยากให้คนดูดูแล้วแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน แต่ว่าแต่ละเรื่องเนื้อเรื่องมันแตกต่างกัน อารมณ์ของหนังก็จะแตกต่างกัน บางเรื่องตลกหน่อย บางเรื่องช้าหน่อย บางเรื่องเศร้าหน่อย ก็จะแตกต่างกันไป บางทีคนก็จะงงว่าตกลงหนังเรามันเป็นประเภทไหนกันแน่ แต่ว่าสำหรับผมทำหนังมา 10 ปี มี 9 เรื่อง ผมรู้สึกว่าทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นเนื้อเรื่องแบบไหน มันก็เป็นหนังเราทุกเรื่อง เพราะว่ามันเป็นหนังที่มีคำถาม ถามคนดูเสมอ คือหนังของเราอาจจะไม่ได้ดูง่ายหรือว่าไม่ได้แบบนั่งสบายใจได้ เพราะว่าเราจะมีคำถามโยนให้คนดูตลอด แต่ผมแค่รู้สึกว่ามันสำคัญกับการที่ชีวิตเรามีคำถามใหม่ๆ ให้ตอบ บางครั้งมันช่วยให้เราเติบโตขึ้น แล้วเราก็จะตอบคำถามในชีวิตเราได้จริงๆ นั้นแหละในหลายๆ ครั้ง”

ทุกครั้งที่หนังไทยไปได้รางวัลต่างประเทศ มองว่าจะเป็นการเปิดประตูหนังไทยให้โลกรู้จักเรา? “ใช่ จริงๆ มันเป็นการเปิดประตูมากๆ ในการไปฉายแต่ละครั้ง เพราะว่าอย่างที่ผมบอกคือโอเค หนังเราไป พวกเราได้ไป แต่ว่าในอนาคตข้างหน้าคือการที่มีหนังไทยมาที่เวนิสอีกแล้ว อย่างน้อยคนที่นั่นก็จะคุ้นเคยมากขึ้น สมมติมีน้องๆ หรือใครก็ตามในอนาคตส่งไปอีก ที่นั่นก็จะมีความคุ้นเคยกับหนังของประเทศเรามากขึ้น ก็อาจจะรับไปฉายโอกาสมันเยอะขึ้นครับ”.

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เต๋อ นวพล ภูมิใจพาหนังไทยคว้า 2 รางวัล เปิดประตูให้โลกรู้จัก เพื่อโอกาสเรื่องอื่น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...