โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กมธ.ป.ป.ช. โอด 'นฤมล' ไม่มาชี้แจง ปมองค์การค้าของ สกสค. ติดหนี้ สพฐ. 219 ล้าน

Khaosod

อัพเดต 13 พ.ย. 2568 เวลา 12.35 น. • เผยแพร่ 13 พ.ย. 2568 เวลา 09.55 น.

กมธ.ป.ป.ช. โอด 'นฤมล' ไม่มาชี้แจง ปมองค์การค้าของ สกสค. ติดหนี้ค่าลิขสิทธิ์ สพฐ. 219 ล้านบาท ท่ามกลางข้อครหา แต่ยังได้งบ 1 พันล้านบาท พิมพ์แบบเรียนปี 69

วันที่ 13 พ.ย. 2568 นายปรีติ เจริญศิลป์ สส.นนทบุรี พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงการประชุม กมธ.ฯ ที่มีนายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย สส.สกลนคร พรรคเพื่อไทยเป็นประธาน กมธ.ฯ และเป็นประธานที่ประชุม ว่า น่าเสียดายที่นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ไม่มาร่วมประชุมตามคำเชิญของ กมธ.ฯ ที่มีวาระการติดตามตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างขององค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (องค์การค้าของ สกสค.) ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

โดยเฉพาะโครงการจัดจ้างพิมพ์หนังสือแบบเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ ที่องค์การค้าฯ เป็นผู้ดำเนินการในทุกปีการศึกษา แต่ละปีมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านบาท ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ข้อครหา และข้อร้องเรียนที่ส่งมายัง กมธ. และหน่วยงานตรวจสอบต่างๆ จำนวนมาก

นายปรีติ กล่าวต่อว่า ขณะนี้องค์การค้าฯ กำลังเริ่มดำเนินกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของปีการศึกษา 2569 วงเงินงบประมาณ 1,010 ล้านบาท น่าจะเป็นโอกาสที่กมธ.ฯ จะได้แลกเปลี่ยนข้อมูล และฝากข้อห่วงใยให้กับรมว.ศึกษาธิการ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) สกสค.โดยตรง เนื่องจากโครงการนี้มักมีประเด็นข้อครหาทุกปีการศึกษา

“เชื่อว่าท่านรัฐมนตรีคงติดภารกิจจริงๆ เพราะที่กรรมาธิการเรียนเชิญมาร่วมประชุมนั้น ไม่ได้เป็นลักษณะการตรวจสอบ แต่อยากให้รมว.ศึกษาธิการ นำข้อมูล หรือชี้แจงในบางประเด็นที่ยังไม่ได้คำตอบ หรือเอกสารอ้างอิงจากทางผู้แทนองค์การค้าฯ ที่เคยรับปากกรรมาธิการไว้ แต่ยังไม่ได้ส่งมา รวมทั้งถือโอกาสฝากข้อคิดเห็นและข้อห่วงใย เพื่อให้ท่านรัฐมนตรีนำไปกำกับดูแลให้การผลิตหนังสือแบบเรียนของกระทรวงศึกษาฯ ทั้งปีการศึกษาหน้าและต่อๆ ไป ให้โปร่งใส มีประสิทธิภาพ”

นายปรีติ กล่าวต่อว่า กรณีการตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างขององค์การค้าฯ มีการนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม กมธ.ฯ หลายครั้ง ซึ่งมีผู้แทนองค์การค้าฯ ผลัดเปลี่ยนเข้ามาชี้แจงในที่ประชุม กมธ. แต่ยังมีหลายประเด็นที่ผู้แทนองค์การค้าฯ ไม่สามารถชี้แจงให้ กมธ.ฯสิ้นสงสัยได้ หลายเรื่องก็ขอกลับไปค้นข้อมูลเพื่อนำส่งเป็นเอกสาร แต่ก็ยังส่งมาให้ไม่ครบ ราวกับมีเรื่องปิดบังซ่อนเร้น กลับไปเป็นแดนสนธยาเหมือนในอดีต จน กมธ.ฯต้องไปสืบค้นขอความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นแทน

อย่างกรณีค่าลิขสิทธิ์แบบเรียนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่เพิ่งพบว่าองค์การค้าฯ ค้างจ่ายมากว่า 10 ปี ยอดรวมกว่า 219 ล้านบาท ที่น่าตกใจคือ 2 หน่วยงานไม่ได้ทำสัญญาข้อตกลงระหว่างกัน ทั้งที่มีกำหนดไว้ในระเบียบกระทรวงศึกษาฯ รวมทั้งยังได้ข้อมูลมาว่าตลอดเกือบ 10 ปีมานี้ ทาง สพฐ.ก็ไม่มีการทวงถามเป็นกิจลักษณะ

นายปรีติ กล่าวต่อว่า ส่วนองค์การค้าฯ เองก็ไม่แจ้งผัดผ่อนการชำระหนี้ ต่างจากค่าลิขสิทธิ์หลักสูตรของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ที่องค์การค้าฯ ชำระครบถ้วนทุกปี ทั้งที่อ้างอิงระเบียบกระทรวงศึกษาฉบับเดียวกัน กรณีเช่นนี้จะดำเนินการอย่างไร

หรือการที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน กรมบัญชีกลาง วินิจฉัยว่าการกำหนดขอบเขตงาน (ทีโออาร์) ของโครงการฯ ปีการศึกษา 2567 และปีการศึกษา 2568 ขัดต่อมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 (พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ) มีลักษณะกีดกันการแข่งขันอย่างเป็นธรรม

นายปรีติ กล่าวต่อว่า เมื่อมีการแจ้งผลพิจารณาให้แก่ทาง สกสค. รับทราบเพื่อดำเนินการต่อไปเป็นระยะเวลานานแล้ว แต่ยังไม่มีการดำเนินการตรวจสอบแสวงหาข้อเท็จจริง หรือการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องกับการร่างทีโออาร์ที่เนื้อหาขัดต่อกฎหมาย ตลอดจนไล่ตรวจสอบความเชื่อมโยงของบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งข้าราชการ และเอกชน เพราะหลายข้อบ่งชี้ทำให้เชื่อได้ว่า อาจมีลักษณะเข้าข่ายการทุจริตเป็นขบวนการ

นายปรีติ กล่าวอีกว่า เชื่อว่าหลายๆ ข้อมูลที่ กมธ.ฯได้มาจากแหล่งอื่น เป็นข้อมูลที่ รมว.ศึกษาธิการ อาจจะไม่ได้รับรายงานครบถ้วนจากข้าราชการ ที่อาจจะตกหล่นโดยพลั้งเผลอ หรือตั้งใจให้ตกหล่น เพราะหาก รมว.ศึกษาธิการมีข้อมูลชุดเดียวกับ กมธ.ฯ คงอยู่เฉยไม่ได้แน่นอน

“เพื่อประโยชน์ต่อวงการศึกษา บุคลากรทางการศึกษา และน้องๆ นักเรียนอนาคตของชาติ ในการผลักดันโครงการจัดพิมพ์หนังสือแบบเรียนปีการศึกษา 2569 และปีต่อๆ ไป มีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งในแง่คุณภาพแบบเรียน และงบประมาณที่ต้องสูญเสียไป กมธ.ฯ จึงมีมติเชิญรัฐมนตรีนฤมล ร่วมการประชุม กมธ.ฯ อีกครั้ง ในวันที่ 3 ธ.ค.นี้ เพื่อเรียกข้อมูลจากหน่วยงานมาชี้แจงต่อ กมธ. พร้อมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น รวมถึงข้อห่วงใยจาก กมธ.ฯ ไปปรับจูนโครงการฯ ให้ถูกต้องชอบธรรมตั้งแต่ต้นจนจบ”

นายปรีติ กล่าวอีกว่า การทำหนังสือเชิญ รมว.ศึกษาธิการ ครั้งนี้เป็นเพียงการเชิญมาแลกเปลี่ยนข้อมูลและข้อคิดเห็น ไม่ใช่การเชิญมาเพื่อตรวจสอบ จึงไม่จำเป็นต้องใช้อำนาจตามพ.ร.บ.คำสั่งเรียกคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ.2568 แต่อย่างใด เพราะแง่หนึ่งก็ต้องเห็นใจ นางนฤมล ที่เพิ่งเข้ามาเป็น รมว.ศึกษาธิการ แล้วต้องมาเจอกับปัญหาเรื้อรังเช่นนี้

นายปรีติ กล่าวต่อว่า กมธ.ฯ เองมีความปรารถนาที่จะช่วยให้นางนฤมล ทำงานง่ายขึ้น หรือไม่เข้าใจผิด รับข้อมูลจากรายงานของหน่วยงานด้านเดียว โดยการออกหนังสือเชิญล่วงหน้าถึง 3 สัปดาห์ หากไม่มีเหตุฉุกเฉินก็เชื่อว่าทางรัฐมนตรีจะสามารถจัดสรรเวลาให้กับ กมธ.ได้ไม่ยาก นอกจากนี้ในหนังสือฉบับเดียวกันก็ได้ระบุถึงประเด็นที่จะสอบถาม อาทิ แนวนโยบายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างขององค์การค้าฯ และแนวทางดำเนินการตามผลพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน กรมบัญชีกลาง เป็นต้น

พร้อมทั้งแนบรายงานการติดตามตรวจสอบองค์การค้าฯ ที่ผ่านมาของ กมธ.ป.ป.ช.ไปเป็นข้อมูลด้วย เพื่อที่ รมว.ศึกษาธิการ จะสามารถเรียกข้อมูลมาประกอบการชี้แจงได้อย่างตรงประเด็น และส่งเป็นลายลักษณ์อักษรมาก่อนที่จะมาร่วมประชุมหารือด้วยตัวเอง น่าจะเป็นหนทางในการร่วมกันแสวงหาแนวทางแก้ไขปรับปรุงการผลิตแบบเรียน ดีกว่าการส่งข้าราชการที่อาจจะไม่เกี่ยวข้องมาเป็นผู้ชี้แจงแทน เพราะค่อนข้างมีข้อจำกัดในการตอบคำถามที่อาจไปล้ำเส้นหน้าที่รับผิดชอบของผู้อื่น

"ส่วนการที่ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะประธานบอร์ด สกสค.ให้นโยบายในการเชิญหน่วยงานตรวจสอบ อาทิ ป.ป.ช. (สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ), สตง. (สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน) รวมถึงองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ACT) ร่วมสังเกตการณ์กระบวนการโครงการจ้างผลิตแบบเรียนของปี 2569 ก็บ่งชี้ว่า อาจารย์นฤมล รับทราบถึงปัญหา"

"ส่วนตัวยังเห็นว่า จะอัญเชิญอรหันต์ที่ไหนมานั่งจับผิด อาจไม่ได้ประโยชน์มากนัก เพราะหากองค์การค้าฯ ตรงไปตรงมาตามหลักการ และระเบียบพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ ยึดถือการประมูล E-Bidding อย่างเคร่งครัด ไม่คิดหาวิธีพิสดารมายกเลิกประกาศประกวดราคา เพื่อที่จะเปลี่ยนไปใช้วิธีการคัดเลือก ซึ่งโปร่งใสน้อยกว่า เพียงเท่านี้ก็คงไม่จำเป็นต้องไปรบกวนหน่วยงานอื่นต้องมาคอยจับผิดเช่นนี้" นายปรีติกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กมธ.ป.ป.ช. โอด 'นฤมล' ไม่มาชี้แจง ปมองค์การค้าของ สกสค. ติดหนี้ สพฐ. 219 ล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...