โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดร.กอบศักดิ์ ชี้รัฐบาลใหม่ ควรเลิก นโยบายแจกเงิน แนะอัดงบ BOI สร้างอนาคต

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 ม.ค. เวลา 16.32 น. • เผยแพร่ 14 ม.ค. เวลา 09.32 น.

เศรษฐกิจไทยปี 69 เสี่ยงโตต่ำ 1.5% กอบศักดิ์แนะรัฐบาลใหม่วางตัวเป็นกลางรับศึกสงครามโลก พร้อมจี้เลิก นโยบายแจกเงิน แต่ให้เร่งลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ผ่าน BOI แทน

14 ม.ค.69 - ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยมีความผันผวนจากปัจจัยเสี่ยงที่มีมากขึ้น ซึ่งการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ขยายตัวไม่มากนัก ปี 2569-2570 คาดจีดีพีจะอยู่ที่ 1.5-2%

ขณะเดียวกันประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเลือกตั้งรัฐบาลใหม่ โดยมองที่นโยบายด้านการลงทุน โดยเพิ่มงบประมาณที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพิ่มขึ้น 3-4 เท่า และเพิ่มกำลังคนอีก 3-4 เท่าในอีก 4-5 ปีข้างหน้าเพื่อปรับการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ๆ ในการสร้างอนาคตให้กับเศรษฐกิจไทย

นอกจากนี้ ควรลดการแจกเงิน และนำงบประมาณมาใช้กับการสร้างอนาคตประเทศ อีกทั้งแก้กฎหมายที่เอื้อให้กับธุรกิจมากขึ้น โดยตัดกฎเกณฑ์ที่ไม่จำเป็นในการดำเนินการของธุรกิจ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณในการดำเนินการอีกด้วย

“นโยบายแจกเงิน เช่น คนละครึ่ง ช่วยลดภาระประชาชน แต่ช่วงที่ทำล่าสุด กลับมีประชาชนใช้สิทธิไม่หมด เป็นเรื่องแนวคิดว่าเริ่มมีลิมิตการใช้เงิน แต่ถามว่าทำได้หรือไม่ สามารถทำกระตุ้นเพื่อให้เศรษฐกิจไทยผ่านไปได้ แต่ไม่ควรคิดเป็นนโยบายหลักขับเคลื่อนถึง 90% ของนโยบายทั้งหมด เพราะหัวใจสำคัญคือการสร้างอนาคตท่ามกลางความเสี่ยงเศรษฐกิจสูง”

ดร.กอบศักดิ์กล่าวว่า สำหรับ 3 ความเสี่ยงหลักที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย อาทิ

1. การส่งออกได้รับความเสี่ยงเรื่องการค้าโลกจากนโยบายภาษีสหรัฐฯ ที่ยังอยู่ระหว่างศาลสูงพิจารณาอำนาจของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เตรียมกฎหมายใหม่รองรับไว้แล้ว โดยรัฐบาลสามารถคิดภาษีกับหลายประเทศ เช่น กรณีที่ประเทศใดมีการซื้อน้ำมันจากรัสเซียจะคิดภาษีตั้งแต่ 0-500% กฎหมายลักษณะนี้ จะบังคับใช้กับอิหร่าน ซึ่งไม่สามารถฟ้องศาลได้ เพราะเป็นไปตามกฎหมาย

2. ภาคการท่องเที่ยวชะลอตัวจากปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวตกต่ำ ภายหลังจากมาเลเซียขึ้นนำไทยเรื่องนักท่องเที่ยวที่มากขึ้น สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เช่น ปัญหาชายแดน แผ่นดินไหว การลักพาตัว เป็นต้น รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยน โดยค่าเงินบาทแข็งค่า ทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบเรื่องการแข่งขัน

3. ภาครัฐบาล โดยการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นมีผลต่องบประมาณปี 2569 เมื่อยังไม่มีรัฐบาลอาจทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณไม่เป็นไปตามกรอบที่กำหนดไว้ ทำให้โครงการที่ใช้งบลงทุนต้องชะลอตัว ส่งผลให้ปี 2569 แรงกระตุ้นจากภาครัฐบาลมีไม่มากนัก

“เทรนด์เศรษฐกิจทั้งจากประมาณการของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (imf) มองว่าประเทศไทยขยายตัวได้ต่ำ 2-3 ปี จากปี 2568 โต 2% ปี 2569 ได้ 1.5% ปี 2570 ได้ราว 2% นิดๆ เรายังอยู่ในช่วงการเจริญเติบโตต่ำ”

ดร.กอบศักดิ์กล่าวว่า การที่เศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำ โดยมองสาเหตุมาจากอุตสาหกรรมหลายอย่างตกยุค เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมเกษตร และปิโตรเคมี ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมใหญ่เหล่านี้ ที่ใช้มา 30 ปี เริ่มหมดอายุ เช่น ปัญหาปิดโรงงาน อย่างนิสสัน มิตซูบิชิ อีซูซุ และฮอนด้า มีการปิดสายพานมากขึ้น

ดังนั้น ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างอุตสาหกรรมใหม่ขึ้นมาเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอีก 4-5 ปีข้างหน้า เพื่อสนับสนุนให้จีดีพีขยายตัวกลับมาที่ 4-5% ซึ่งเป็นนโยบายรัฐบาลต้องเพิ่มงบประมาณให้กับ BOI ในการลงทุน

โดยจะเริ่มเห็นโรงงานในอุตสาหกรรมต่างๆ เพิ่มมากขึ้นจากการลงทุนใหม่ที่มากขึ้น เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ ที่ได้ประสบปัญหาการผลิตจาก 2 ล้านคัน เหลือ 1.5 ล้านคัน หากมีอุตสาหกรรมใหม่อย่างรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) มีการลงทุนมากขึ้นจะทำให้การผลิตสูงถึง 3.5 ล้านคัน ไทยอาจจะกลายเป็นฐานการผลิตใหม่ อีกทั้งเรื่องการผลิตแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ไทยจะผลิตใหญ่ที่สุดในอาเซียน และมีการผฃิตเซมิคอนด็อกเตอร์ต่อเนื่อง ซึ่งไทยอยู่ระหว่างช่วงการเปลี่ยนผ่าน

“ช่วงการเปลี่ยนผ่านอาจจะเจอปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ จนนำมาถึงการปรับตัวอย่างไรภายใต้สงครามการค้าโลกที่ต้องขยับการส่งออก และมีสงครามเทคโนโลยี ล้วนเกิดช่วงไทยเปลี่ยนผ่านอาจจะกระทบต่อกระบวนการปรับเปลี่ยนธุรกิจได้ ซึ่งต้องเตรียมการปรับตัว ส่วนแบงก์สนับสนุนด้านสินเชื่อและการให้คำแนะนำ”

ดร.กอบศักดิ์กล่าวว่า ปี 2568 เป็นสงครามการค้าโลก แต่ปี 2569 เป็นปีสงครามที่เกิดขึ้นเป็นจุดๆ และเป็นการเผชิญหน้าทางสงครามในที่ต่างๆ ซึ่ง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีความขัดแย้งเกิดขึ้นในประเทศเวเนซุเอลา อิหร่าน และกรีนแลนด์ อีกทั้งเล่นสงครามเดิมในประเทศยูเครน รวมถึงในประเทศฝั่งยุโรปมากขึ้น ส่งผลให้ปี 2569 จะเกิด 2 สงครามพร้อมกัน คือสงครามการค้าโลก และสงครามจริง

สงครามทั้งหมดนี้ที่เริ่มต้นโดยสหรัฐฯ กับการเผชิญหน้าในสงครามต่างๆ เป็นแรงกดดันให้ประเทศไทยต้องเลือกว่าจะเดินหน้าอย่างไร หรือยืนเป็นกลางอย่างมั่นคง จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของประเทศไทยหรือไม่ ขณะนี้เริ่มเห็นข้อเรียกร้อง เช่น สหรัฐฯ ต้องการกรีนแลนด์ และเมื่อสหรัฐฯ จบแล้ว อาจจะเดินหน้าไปสู่ในภูมิภาคถัดไป เช่น เอเชีย หรืออาเซียน ซึ่งสหรัฐฯ อาจบอกว่าเป็นประเทศที่มีมีความสำคัญในเรื่องของกลยุทธ์ทางทหารต้องเข้าข้างสหรัฐฯ

“ไทยยังมีปัญหาที่รออยู่ข้างหน้า และต้องมีแผนรับมือให่ได้ หากไทยเป็นกลางจริงๆ จะช่วยดึงนักลงทุนเข้าประเทศได้ง่ายขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสเศรษฐกิจแห่งอนาคต”

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...