โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จับตา World Economic Forum ระเบียบโลกสั่นคลอนจากทรัมป์

PostToday

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

การประชุมประจำปีของเวทีเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum: WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งจะเริ่มขึ้นในสัปดาห์หน้า กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ภายใต้บริบทของระเบียบเศรษฐกิจและการเมืองโลกที่ถูกท้าทายอย่างหนัก โดยเฉพาะจากนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

การคาดหมายว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะเข้าร่วมงานในปีนี้ สะท้อนความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างแนวคิด “อเมริกาต้องมาก่อน” กับแนวทางของ WEF ที่เน้นฉันทามติและระเบียบโลกบนพื้นฐานของกติกาสากล ซึ่งตลอดมาถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเพียงเวทีพูดคุยของชนชั้นนำและมหาเศรษฐี

นโยบายของทรัมป์ส่งผลให้สหรัฐใช้มาตรการภาษีศุลกากรเป็นเครื่องมือกดดันทางการค้า ดำเนินปฏิบัติการทางทหารในเวเนซุเอลา ข่มขู่การยึดครองกรีนแลนด์ รวมถึงการลดบทบาทความร่วมมือระหว่างประเทศด้านสภาพภูมิอากาศ สาธารณสุข และปัญหาโลกอื่น ๆ นอกจากนี้ รัฐบาลทรัมป์ยังเคยขู่ดำเนินคดีอาญากับประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เจอโรม พาวเวลล์ จนทำให้ผู้ว่าการธนาคารกลางชั้นนำทั่วโลกต้องออกแถลงการณ์ปกป้องความเป็นอิสระของธนาคารกลาง

การประชุม WEF ครั้งที่ 56 ใช้ธีม “จิตวิญญาณแห่งการสนทนา” (A Spirit of Dialogue) โดยผู้บริหาร WEF ระบุว่า ท่ามกลางความไม่แน่นอนระดับโลก การรวมตัวเพื่อหาทิศทางร่วมกันด้านธุรกิจและการเมืองเป็นสิ่งจำเป็น

บอร์เก เบรนเด ประธานและซีอีโอ WEF กล่าวย้ำว่า “การเจรจาไม่ใช่ความฟุ่มเฟือย แต่เป็นความจำเป็น”

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า เมื่อสหรัฐและจีนใช้พลังอำนาจเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง WEF อาจเสี่ยงต่อการสูญเสียความสำคัญ

แดเนียล โวเกอร์ อดีตเอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า หากทุกประเทศมุ่งปกป้องผลประโยชน์ของตนเพียงฝ่ายเดียว ระเบียบโลกแบบยึดกติกาอาจไม่มีใครยืนหยัดปกป้อง และเวทีอย่างดาวอสอาจกลายเป็นเพียงเหตุการณ์ในอดีต

ผู้ติดตามเวทีดาโวสยังจับตาว่า การประชุมจะสูญเสียพลังขับเคลื่อนหรือไม่ หลังจากคลาวส์ ชวาบ ผู้ก่อตั้งวัย 87 ปี ลาออกจากตำแหน่งประธานในเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดย WEF ระบุว่า การสอบสวนภายในไม่พบหลักฐานการกระทำผิดร้ายแรง และแต่งตั้ง แลร์รี ฟิงก์ ซีอีโอ BlackRock และอังเดร ฮอฟฟ์มันน์ รองประธาน Roche เป็นประธานร่วมชั่วคราว

WEF คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 3,000 คน จากมากกว่า 130 ประเทศ รวมถึงผู้นำประเทศและรัฐบาล 64 คน โดยเฉพาะจากประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ประเด็นสำคัญในการหารือครอบคลุมตั้งแต่นโยบายแบบ “ลัทธิมอนโร” ฉบับทรัมป์ บทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน ไปจนถึงความมั่นคงและพลังงานโลก

ปีนี้ยังเห็นการกลับมาของผู้บริหารบริษัทน้ำมันรายใหญ่ ซึ่งต้องการรับฟังนโยบายพลังงานของทรัมป์ที่ส่งเสริมการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซ ขณะที่ลดความสำคัญของพลังงานหมุนเวียน โดยซีอีโอจาก Exxon Mobil, Shell, TotalEnergies, Equinor และ ENI คาดว่าจะเข้าร่วมอย่างพร้อมหน้า

ด้านจีนเตรียมส่งคณะผู้แทนขนาดใหญ่ นำโดยรองนายกรัฐมนตรี เหอ หลี่เฟิง สะท้อนบทบาทของจีนในเวทีโลกที่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ ท่ามกลางระเบียบโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านและถูกตั้งคำถามอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...