โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เยือน “น่าน” ชวนดู “สบขุ่นโมเดล” โครงการอนุรักษ์ป่า พลิกผืนดินแห้งแล้งสู่พื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืนด้วย “กาแฟ”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 16 ธ.ค. 2568 เวลา 10.07 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2568 เวลา 07.32 น.
ภาพโดย : ไกรฤกษ์ ไชยมงคล

เยือน “น่าน” ชวนดู สบขุ่นโมเดล โครงการอนุรักษ์ป่า พลิกผืนดินแห้งแล้งสู่พื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืนด้วย “กาแฟ”

เข้าช่วงปลายปีก็ถึงเวลาเติมอากาศบริสุทธิ์ พร้อมชมธรรมชาติอันเขียวชอุ่มเพื่อฮีลใจก่อนลุยต่อในปี 2026

“น่าน” จังหวัดเก่าแก่ทางภาคเหนือของไทย ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทยและเทศ เพราะเป็นเมืองประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ทั้งยังเป็นเมืองที่หลายคนตกหลุมรักบรรยากาศเย็น ๆ อันสวยงาม มองไปทางไหนก็เห็นภูเขา ต้นไม้ ใบหญ้า อันเขียวขจี บนท้องฟ้ามีก้อนเมฆสีขาวแซมเป็นทางยาว

ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติดังกล่าว นอกจากเกิดจากประชาชนในพื้นที่และภาครัฐร่วมกันดูแลรักษาให้คงอยู่อย่างยั่งยืนแล้ว ภาคเอกชนก็ยังมีบทบาทในการสร้างพื้นที่สีเขียว เช่น โครงการ “สบขุ่นโมเดล” สนับสนุนโดย บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (ซีพี)ที่ร่วมมือกับผู้คนในชุมชนบ้านสบขุ่น อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ศึกษา เรียนรู้ และพัฒนาไปด้วยกัน เพื่อให้ธรรมชาติของเมืองน่านยังคงงดงามจากรุ่นสู่รุ่น

จุดเริ่มต้น “สบขุ่นโมเดล” โครงการอนุรักษ์ป่าบ้านสบขุ่น

ปัญหาเอกสารสิทธิ์ ภูเขาหัวโล้น และหมอกควันไฟป่า ล้วนเชื่อมโยงกัน เพราะเมื่อเกษตรกรไม่มีที่ดินทำกินก็ต้องทำไร่เลื่อนลอย ต้องเผาป่าไปเรื่อยๆ เกิดเป็นภูเขาหัวโล้น ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศตามมา ซึ่งน่านเมื่อ 10 กว่าปีก่อนต้องเผชิญปัญหาเหล่านี้ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตแทบทุกด้านของผู้คนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เหตุนี้ ศุภชัย เจียรวนนท์ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่ให้ความสำคัญกับมิติความยั่งยืน (Sustainability) มาโดยตลอด จึงลงพื้นที่จริง ศึกษาโมเดลในหลาย ๆ องค์กร ว่าในพื้นที่จังหวัดน่านทำอะไรไปแล้วบ้าง และซีพีสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้อย่างไรบ้าง เพื่อสร้างทางเลือกให้กับเกษตรกร ที่จำนวนไม่น้อยไม่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทำกิน

“ราวปี 2558 ซีพีได้เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า PM2.5 และภูเขาหัวโล้นในพื้นที่จังหวัดน่านและเขตภาคเหนือ ตอนนั้นคุณศุภชัยมาที่น่าน เพื่อดูว่าซีพีจะทำอะไรเพื่อช่วยเหลือหรือส่งเสริมเกษตรกรได้บ้าง จากนั้นซีพีก็ได้ร่วมกับหลาย ๆ องค์กรที่สนับสนุนเมืองน่านในด้านต่าง ๆ อยู่แล้ว อย่าง ‘มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ’ และ ‘มูลนิธิรักษ์ป่าน่าน’ เพื่อให้ทุกคนในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” บัญชา โชติกำจรผู้อำนวยการสำนักงานด้านความยั่งยืนและพัฒนาชุมชน จ. น่าน เครือเจริญโภคภัณฑ์ บอกเล่า

จุดนั้นเองถือเป็นต้นกำเนิด สำนักงานด้านความยั่งยืนและพัฒนาชุมชน จ. น่าน เครือเจริญโภคภัณฑ์ซึ่งเป็นสำนักงานด้านความยั่งยืนและพัฒนาชุมชนแห่งแรกของซีพีในไทย ก่อนที่ต่อมาจะเป็นกลุ่มหลักที่ร่วมกับชาวบ้านในการก่อตั้ง “สบขุ่นโมเดล”ในปี 2559

อรรถวิทย์ ยุทธยศผู้จัดการทั่วไป ด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เล่าถึงเรื่องนี้ว่า หลังจากซีพีลงพื้นที่ศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดในปี 2558 พบว่า “บ้านสบขุ่น” เป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาภูเขาหัวโล้นจำนวนมาก ทั้งการทำการเกษตรยังใช้ยาและสารฆ่าแมลงอยู่ไม่น้อย

เมื่อเห็นปัญหาแล้วก็เริ่มจากการหาชาวบ้านที่อยากเปลี่ยนอาชีพทำกิน เกิดเป็นกลุ่ม “คนหัวไวหัวใจสู้” ซึ่งต่อมาได้ไปศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับ “กาแฟ” ในหมู่บ้านใกล้เรือนเคียงจังหวัดเดียวกัน นั่นคือ “บ้านสันเจริญ”ซึ่งปลูกกาแฟอยู่แล้ว

ด้วยความสามารถด้านการเกษตรของคนในชุมชน และการเติมเต็มข้อมูลด้านการเกษตรที่ถูกต้อง ทำให้ชาวบ้านที่ลงทุนลงแรงกับไร่กาแฟในพื้นที่สบขุ่นดำเนินไปได้สวย จากนั้นก็มีการต่อยอดโครงการ คือมีโรงงานให้ชาวบ้านมาขายผลผลิตของตนเอง รวมไปถึงเปิด “ร้านกาแฟ” ให้ชาวสบขุ่นได้โชว์ฝีมือทั้งเมล็ดที่ตั้งใจปลูก และทักษะการชงกาแฟ เป็นการสร้างเสริมทักษะผู้ประกอบการได้อีกทางหนึ่ง

บุก “สบขุ่นโมเดล” โครงการอนุรักษ์ธรรมชาติในชุมชนสบขุ่น ลุยทุกขั้นตอนตั้งแต่เก็บเมล็ดกาแฟยันทำขาย

“สบขุ่นโมเดล” เป็นโครงการที่ส่งเสริมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำก็ว่าได้ เพราะเริ่มตั้งแต่การปลูกไปจนถึงการเปิดร้านกาแฟ ซึ่งในทริป “Nan Green Trails: เดินทางสีเขียว ในดินแดนแห่งขุนเขา” ระหว่างวันที่ 12-14 ธันวาคม ที่ผ่านมา ชาวบ้านและทีมงานจากสำนักงานด้านความยั่งยืนและพัฒนาชุมชน จ. น่าน เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้พาทุกคนไปเก็บเมล็ดกาแฟ สายพันธุ์อะราบิกา

ทริกในการเก็บเมล็ดกาแฟที่ขึ้นเป็นต้นพุ่มไม่ใหญ่ไม่เล็กบนขั้นบันไดของภูเขาลูกใหญ่ คือต้องเก็บเมล็ดที่มีสีแดงจัดด้วยการบิดเบา ๆ จากต้น เมื่อเก็บแล้วก็ใส่ตะกร้าไม้สานคู่ใจที่คาดไว้กับร่างกาย

ระหว่างเก็บเมล็ดกาแฟนั้น ชาวบ้านสบขุ่นที่เข้าร่วมโครงการก็เล่าข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีชาวบ้านสบขุ่นจำนวนมากหันมาปลูกกาแฟ จากเดิมที่นิยมปลูกข้าวโพดที่ได้ผลผลิตและรายได้เร็ว ทว่าก็แลกมาด้วยภูเขาที่ไร้ซึ่งความชอุ่ม แต่ต้นกาแฟอยู่ได้ถึงประมาณ 20-30 ปี ถือเป็นการลงแรงที่ต้องเริ่มต้นใหม่แต่ก็คุ้มค่า

หลังจากเก็บเมล็ดกาแฟกันจนพอใจ ก็มากันที่ “ร้านกาแฟสบขุ่น น่าน”ให้เราได้สัมผัสบรรยากาศร้านกาแฟที่อยู่ท่ามกลางทิวเขา ต้นไม้ และใบหญ้า และละเลียดรสชาติเครื่องดื่มที่ได้จากเมล็ดพันธุ์ของชาวบ้านที่ปลูกเอง

ความพิเศษของทริปนี้ คือเด็ก ๆ จากโครงการ “บาริสต้าน้อย” ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนบ้านสบขุ่น มาโชว์การดริปกาแฟให้ทุกคนได้ดู โดยโครงการบาริสต้าน้อยถือเป็นการต่อยอดจาก “สบขุ่นโมเดล” อีกทอดหนึ่ง ซึ่งน้อง ๆ มีความสามารถตั้งแต่การเลือกเมล็ดกาแฟไปจนถึงการทำกาแฟให้รสชาติออกมายอดเยี่ยม ซึ่งหลักสูตรบาริสต้าน้อยได้ดำเนินการมาถึง 2 รุ่นแล้ว

จบจากการชิมกาแฟที่ร้านก็เดินทางขึ้นไปสูงกว่าเดิมเพื่อเยือนโรงแปรรูปเมล็ดกาแฟ อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของ “สบขุ่นโมเดล” ซึ่งเมล็ดกาแฟที่เราเก็บกันตั้งแต่เช้าได้ย้ายมาอยู่ที่นี่ พร้อมกับใช้วิธีการลอยจมคัดเลือกเกรดเมล็ดกาแฟที่ดี หากเมล็ดไหนดีจะจมลงก้นภาชนะ เมล็ดไหนไม่ได้ก็จะลอยน้ำ

นี่คือการคัดแยกเบื้องต้น ซึ่งเมล็ดกาแฟที่ชาวบ้านปลูกก็จะต้องทำการลอย-จม เพื่อคัดเกรดแบบนี้ เพื่อทางโรงงานจะกำหนดราคาที่จะได้ในรอบนั้น ๆ เช่นกัน หลังจากทำการคัดเลือกเรียบร้อยก็จะเข้าสู่การสีให้เปลือกสีแดงออกมาจากตัวกะลา ส่วนที่เป็นเศษจะเอาไปทำเป็นปุ๋ย ซึ่งนี่คือขั้นตอนคร่าว ๆ ของการเป็นเมล็ดพันธุ์กาแฟแสนอร่อยที่ทำด้วยใจจากชาวบ้านสบขุ่น จังหวัดน่าน

“สบขุ่นโมเดล” จึงเป็นความร่วมมือร่วมใจระหว่างประชาชนในพื้นที่กับภาคเอกชน ที่นอกจากช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของทุกคนแล้ว ยังเป็นการอนุรักษ์และส่งเสริมให้ธรรมชาติอยู่กับเราอย่างยั่งยืนได้อีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 15 ธันวาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เยือน “น่าน” ชวนดู “สบขุ่นโมเดล” โครงการอนุรักษ์ป่า พลิกผืนดินแห้งแล้งสู่พื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืนด้วย “กาแฟ”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...