นายกฯ ต้อนรับเด็กและเยาวชนดีเด่น ที่ทำเนียบรัฐบาล ให้โอวาท เนื่องในวันเด็กที่จะถึงนี้
วันนี้ (8 ม.ค. 69) เวลา 09:30 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมต้อนรับเด็ก และเยาวชนดีเด่น ที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ เข้าเยี่ยมคารวะและให้โอวาท ว่า ในฐานะที่เป็นหัวหน้าส่วนราชการหัวหน้าส่วนราชการ ขอกล่าวคำว่ายินดีต้อนรับลูกหลานทุกคนสู่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งลูกหลานทุกคนก็มาที่นี่เพื่อมารับรางวัลกว่า 1,000 คน ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีโอกาสได้ต้อนรับผู้คนเป็นจำนวนมากเช่นนี้ ตั้งแต่ทำงานมาในรัฐบาลนี้ จึงขอให้ทุกคนได้ซึมซับ และมองที่ทำงานในอนาคตของตัวเองเอาไว้
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า การที่ทุกคนได้มาอยู่ในที่แห่งนี้ ขอให้ถือเป็นแรงบันดาลใจเผื่อจะได้ตั้งเข็ม ให้เกิดความมุ่งมั่น และพยายามที่จะทำในสิ่งที่เกิดประโยชน์กับบ้านเมืองให้มากที่สุดในอนาคต และตนเองที่ตอนนี้ถือเป็นเด็กโข่งแล้ว เป็นผู้ที่ผ่านชีวิต แต่ก็ยังจำวันชื่นคืนสุขในตอนที่ยังเป็นเยาวชนได้ไม่รู้ลืม ถือเป็นช่วงชีวิตที่มีความสุขที่สุด มีทั้งโอกาสและทำให้เราได้ทดลองว่าชีวิตจะเดินหน้าไปทางไหน ลูกหลานที่อายุขนาดนี้เป็นนักเรียนนักศึกษา เรายังสามารถที่จะลองผิดลองถูกได้ ตรงไหนผิดก็จำเป็นบทเรียน ส่วนตรงไหนถูกก็ทำให้ถูกมากยิ่งขึ้น และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ตนหวังว่าในวันเสาร์ 11 ม.ค. 69 ที่ตรงกับวันเด็กแห่งชาติ หลายคนจะได้มีโอกาสไปในสถานที่ราชการ การรวมถึงสถานที่ด้านความมั่นคงเพื่อดูยุทโธปกรณ์ อาวุธ ดูเรื่องความรู้เทคโนโลยี ด้านการพัฒนาสังคมต่างๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่จะทำให้เกิดแรงบันดาลใจ
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า สิ่งที่อยากจะฝากต่อไปคือ ขอให้ลูกหลานมีความกล้าหาญ กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง กล้าทำในสิ่งใหม่ๆ สิ่งที่เรามีความเป็นเลิศอยู่แล้วก็ให้ศึกษาเพิ่มเติม แบ่งปันประสบการณ์ความรู้ความคิดกับเพื่อนฝูง เราจะเดินไปข้างหน้าด้วยกันอย่างมั่นคงและยิ่งใหญ่ ทีมไทยแลนด์ไม่มีวันตาย ขอให้เชื่อมั่นในคำว่าทีมไทยแลนด์
ส่วนคำขวัญวันเด็กปีนี้ "รักชาติไทย ใส่ใจโลก" เชื่อว่าเด็กทุกคนรักชาติอยู่แล้ว ส่วนใส่ใจโลกคือเราต้องทำเป็นตัวอย่างให้โลกดูน่าอยู่ขึ้น เพราะโลกใบนี้ก็จะเป็นบ้านของเราในอนาคต ตนเชื่อว่าทุกคนในห้องนี้สามารถทำได้อย่างแน่นอน และขอให้วันเด็กที่จะถึงนี้เป็นเครื่องเตือนใจกับผู้ใหญ่ทุกคน ได้ตระหนักถึงหน้าที่ของเราที่มีต่อเด็ก ไม่ใช่แค่เด็กในความปกครองเท่านั้น เราต้องช่วยกันดูแลให้ความรักความเมตตาของเราและของผู้ปกครองพ่อแม่ ครอบคลุมเด็กทุกคนในสังคมไทย ให้มารับช่วงพัฒนาประเทศ เพื่อให้เกิดความก้าวหน้าและยั่งยืนต่อไปในอนาคต และขอให้ทุกคนมีความสุข