โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ผู้ว่าการ ธปท.ถกคลัง เร่งคุมร้านทอง ชี้พบธุรกรรมสูง 50% ของจีดีพี กดบาทแข็งค่า

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 ธ.ค. 2568 เวลา 09.41 น. • เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2568 เวลา 06.47 น.
วิทัย รัตนากร

ผู้ว่าการ ธปท.ถกกระทรวงการคลัง คุมร้านทอง-เทรดทองคำผ่านแอปพลิเคชั่น หลังพบยอดธุรกรรมเทรดเจ้าใหญ่ 3-4 ราย คิดเป็น 50% ของจีดีพี พร้อมสั่งธนาคารตรวจเข้มธุรกรรม

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่า จะเห็นว่า ธปท.เข้าไปดูแลทุกวัน แต่ต้องเข้าใจว่ามี 2-3 ปัจจัยที่เข้ามากระแทกค่าเงินบาท คือปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental) อาทิ 1.มาจากค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า 10% ในปีนี้ ซึ่งมีผลกับทุกประเทศแตกต่างกัน

2.ดุลบัญชีเดินสะพัดที่เป็นบวกมากกว่าปกติ แม้ว่าในช่วงนี้จะชะลอลง แต่ก็ยังเป็นบวกอยู่ ทั้งกระแสเงินทุน (Flow) และยอดดุลการค้า (Trade Balance) ซึ่งเป็นส่วนที่ควบคุมได้ยาก โดยทั้ง 2 ปัจจัยนี้ไม่สามารถควบคุมได้

และอีกปัจจัยคือกระแสเงินทุนที่เข้ามาลงทุนในตราสารหนี้ หรือตลาดหลักทรัพย์ของนักลงทุนต่างชาติ (Nonresident) ซึ่งเข้ามาค่อนข้างเยอะ และลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว ซึ่งหากการใช้มาตรการภาษีสามารถทำได้ แต่กระทบตลาดหุ้นเหมือนที่เกิดขึ้นในอดีต ดังนั้น มาตรการจึงค่อยเป็นค่อยไป ขณะเดียวกัน กระแสเงินทุนไหลเข้ากลายเป็นค่าเงินบาทมีความสัมพันธ์กับทองคำ โดยราคาทองคำปรับขึ้นไปแล้ว 5%

ดังนั้น สิ่งที่ ธปท.จะทำได้คือ การให้ธนาคารพาณิชย์ในการตรวจเอกสารและแสดงแหล่งที่มาเข้มงวดขึ้น นอกจากนี้ ธปท.หารือกระทรวงการคลังให้เข้าไปควบคุมดูแลร้านทอง ซึ่งร้านทองจะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ร้านทองตู้แดง การซื้อขายของรายย่อยคงไม่ได้มีปัญหามาก

โดยในส่วนของเทรดการซื้อขายทองคำในรูปแบบ Paper ผ่านแอปพลิเคชั่น ซึ่งมีราว 15 ราย คิดเป็น 50% ของจีดีพี ถือว่าใหญ่มาก และโตค่อนข้างเร็ว ซึ่งกลุ่มเหล่านี้มีการทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (FX) ขายดอลลาร์ซื้อเงินบาท ส่งผลให้บาทแข็ง โดยเฉพาะการซื้อขายถี่ ๆ ระดับวันละ 100-1,000 ล้านบาท ส่งผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ

เพราะเห็นว่าผูัค้าทอง 3-4 รายใหญ่ มีสัดส่วนถึง 8% ของวัน และในวันที่ราคาทองคำขึ้นลงสูงจะพบว่าธุรกรรม FX สูงขึ้น 20% ของตลาด และคิดเป็นกว่า 70% ของฝั่งขายดอลลาร์ทั้งหมด ทำให้เงินบาทแข็งรุนแรง จึงจำเป็นต้องมีคนคุมและดูแล เพราะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ แม้อาจจะไม่มีผลต่อเศรษฐกิจ แต่วันนี้มีผลต่อค่าเงินบาท

ขณะเดียวกัน สกุลเงินดิจิทัล (คริปโต) ก็เป็นอีกตัวหนึ่งที่ต้องมีการดูแล โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีข้อจำกัดในการดูแลเรื่องนี้ สิ่งที่ต้องการคือการนำกฎหมายที่เรียกว่า “Travel Rule” มาใช้ ซึ่งต้องอาศัยกฎหมายของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อให้เห็นว่าเงินคริปโต (เช่น USDT) มีแหล่งที่มาต้นทางจากไหน เพื่อแยกแยะว่าเป็นเงินเทา เงินดี หรือเงินไม่พึงประสงค์

“ธปท.ทำทุกอย่างเต็มที่ จะขยายตาม พ.ร.บ.เงินตราต่างประเทศ ธปท.มีข้อจำกัดสำคัญ คือข้อตกลงที่ทำไว้กับรัฐบาลสหรัฐเมื่อ 10 ปีที่แล้ว และในยุคทรัมป์เราไม่สามารถเข้าแทรกแซงค่าเงินในลักษณะที่ตรึงค่าเงิน หรือทำให้ทิศทางของค่าเงินเปลี่ยนไปได้

แต่ธุรกิจทองคำจะต้องมีคนคุม โดยการทำ FX ทองคำต้องมีการตรวจทันที และต้องป้องปราบ จึงมีการขออำนาจและลากจนสุดที่ทำได้ โดยเรายังเสรีในเรื่องของนำเงินดอลลาร์เข้ามา แต่ต้องขอดูเอกสาร อย่างไรก็ดี เราทำเรื่องนี้คนเดียวไม่ได้ เพราะเงินเข้าจากหลายช่องทาง จึงต้องร่วมมือกับหลากหลายหน่วยงาน”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้ว่าการ ธปท.ถกคลัง เร่งคุมร้านทอง ชี้พบธุรกรรมสูง 50% ของจีดีพี กดบาทแข็งค่า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...