"บิ๊กเล็ก" เคืองนานาชาติไม่ประณามเขมรปมวางทุ่นระเบิด ย้ำไทยหยุดยิงหากกัมพูชาสิ้นปฏิปักษ์ชัดเจน
ที่บริเวณลานด้านหน้าสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ศรีสมาน พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกัมพูชาอ้างว่ามีประชาชนเรือนจำนวนหลักแสนคน ออกมากเรียกร้องสันติภาพไทย-กัมพูชา ว่า ไม่แน่ชัดว่า ภาพที่ปรากฏตัวเลขเป็นไปตามนั้นหรือไม่ เพราะดูแล้วไม่น่าจะถึง ซึ่งหากกัมพูชาต้องการหยุดยิง ก็สามารถทำได้ทันที พร้อมถอนกำลังเผชิญหน้าออกจากพื้นที่ ซึ่งหากรัฐรัฐบาลกัมพูชาและมวลชนบอกว่าหยุดยิง ซึ่งแกนนำมวลชนก็คือคนในตระกูลฮุน แต่ขณะเดียวกันทหารหน้าแนวก็ยังมาก่อกวนอยู่ การเผชิญหน้าก็ยังคงอยู่ ต้องถามกลับว่าจะหยุดยิงได้อย่างไร
“ขอย้ำว่าหากกัมพูชาต้องการหยุดยิง ก็ผลักกำลังออกไป แล้วค่อยมาเจรจากัน พร้อมย้ำว่าปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นเรื่องของ 2 ประเทศ อย่าไปคิดว่าต้องเป็นจีนหรือสหรัฐหรือประเทศไหน“ พล.อ.ณัฐพล กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าคาดหวังการประชุม รมต.ต่างประเทศอาเซียนในวันที่ 22 ธ.ค. 2568 ที่มาเลเซีย กัมพูชาจะตอบรับ 3 ข้อเสนอหยุดยิงของไทยอย่างไร พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ฝ่ายไทยต้องการสันติภาพมาตั้งแต่ต้น และกัมพูชาก็รับทราบ ซึ่งเป็นเรื่องที่ 2 ประเทศต้องคุยกัน ขณะเดียวกันขอบคุณประเทศต่าง ๆ ที่มีความปรารถนาดี ก็คิดเช่นเดียวกันว่าการประชุมวันที่ 22 ธ.ค. 2568 ประเทศต่าง ๆ คงอยากให้ไทย-กัมพูชา หยุดยิง แล้วมาพูดคุยกัน แต่ประเทศเหล่านั้นต้องพูดคุยกับกัมพูชาด้วย เพราะฝ่ายที่เริ่มต้นคือกัมพูชา และเคลื่อนกำลังมาก่อน โดยประเทศมหาอำนาจก็มีดาวเทียม สามารถตรวจสอบได้ว่ากัมพูชาเคลื่อนกำลังมาก่อน ถ้าจะหยุดยิงถาวร สิ้นสุดความเป็นปฏิปักษ์ อย่างเปิดเผยและต่อเนื่อง กัมพูชาก็ต้องถอนกำลังออกไป พร้อมปฎิบัติตามเงื่อนไขที่ฝ่ายไทยเสนอ ฝ่ายไทยก็พร้อมหยุดยิง เพื่อสู่กระบวนการสันติภาพ
“เราจะหยุดยิงเมื่อกัมพูชาสิ้นสุดความเป็นปฏิปักษ์ชัดเจน ต่อเนื่อง และเปิดเผย หากครบองค์ประกอบ 3 ข้อนี้ ก็สามารถดำเนินต่อไปได้“ พล.อ.ณัฐพล กล่าว
พล.อ.ณัฐพล กล่าวย้ำว่า กระทรวงกลาโหม ได้มีการสนับสนุนหนุนข้อมูลให้กับกระทรวงต่างประเทศ เพื่อจะใช้ประกอบการหารือในวันที่ 22 ธ.ค. 2568 และมอบหมายให้ พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ รองเสนาธิการทหาร เป็นผู้แทนของกองทัพไทยร่วมคณะไปด้วย นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยระดับนโยบายกับกระทรวงต่างประเทศว่าท่าทีของไทยในวันที่ 22 ธ.ค. 2568 ควรจะเป็นอย่างไร
เมื่อถามว่าในส่วนการปฏิบัติการทางอากาศ ในพื้นที่ปอยเปตนั้น พล.อ.ณัฐพล กล่าวย้ำว่า ได้ให้หลักการชัดเจนหลีกเลี่ยงเป้าหมายพลเรือน ซึ่งการปฎิบัติการเช่นนี้ต้องได้รับการพิสูจน์ทราบว่าเป็นเป้าหมายทางทหารหรือพลเรือน ยืนยันว่ากองทัพไทยจะโจมตีเป้าหมายทางทหารเท่านั้น เรามีเทคโนโลยีที่สามารถตรวจสอบได้ ในขณะที่ฝ่ายกัมพูชาโจมตีโดยไม่ได้สนใจเป้าหมาย ส่งผลให้คนไทยเสียชีวิตและบาดเจ็บ ข้อเท็จจีิงตรงนี้สามารถยืนยันกับนานาชาติได้ ยังรู้สึกแปลกใจที่นานาชาติบอกให้ประเทศไทยหยุดยิง และไม่มีประเทศไหนออกมาประณามกัมพูชา กรณีที่ทหารไทยเหยียบระเบิดขาขาดถึง 7 นาย ซึ่งผิดอนุสัญญาออตตาวา
เผยตรวจสอบโดรนบินใกล้แท่นขุดเจาะอ่าวไทย
ที่บริเวณลานด้านหน้าสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ศรีสมาน พล.อ.ณัฐพล ให้สัมภาษณ์ถึงการป้องกันการก่อวินาศกรรมหลังพบโดรนบินใกล้ขุดเจาะน้ํามัน อ่าวไทย ว่า ท่าทีของกัมพูชาในกรณีนี้อยู่ในขอบเขตที่ได้ประเมินไว้ ซึ่งไม่ใช่การมองในแง่ร้าย แต่เป็นไปเพื่อความไม่ประมาท แต่ยอมรับว่าน่านน้ำของไทย ยากต่อการเฝ้าตรวจการณ์ เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่มีเสรีภาพมาก แตกต่างจากพื้นที่บนบก ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถสังเกตการณ์และพบโดรนได้ง่ายกว่า ซึ่งได้รับทราบจาก ศร.ชล. ว่าพื้นที่ทางทะเลของไทย ซึ่งมีเรือประมงกว่า 10,000 ลำ เรือต่าง ๆ เหล่านั้น ก็มีการบินโดรนของตัวเองด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าโดรนที่พบในอ่าวไทยนั้น เป็นโดรนของฝ่ายตรงข้ามหรือโดรนของไทย และมีความประสงค์ในการก่อวินาศกรรมหรือประสงค์ร้ายหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะต้องประสานงานกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (ซีเอเอที) หรือภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดหาระบบต่อต้านโดรน ดูแลความปลอดภัย ให้กับแท่นขุดเจาะน้ำมันในอ่าวไทยหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ตนได้รับทราบจากเครือข่ายของบริษัท ปตท. ว่ากำลังขออนุญาตที่จะจัดหาระบบต่อต้านโดรนมาติดตั้งในแหล่งขุดเจาะน้ำมันของ ปตท. เพราะถือว่าเป็นผลประโยชน์ของชาติ และอยู่ภายใต้การควบคุมของ กสทช. อยู่แล้ว สามารถดำเนินการได้นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้กองทัพอากาศ (ทอ.) รับผิดชอบเรื่องการดูแลโดรนและความมั่นคง รวมทั้งได้พูดคุยกับกองทัพเรือ ซึ่งกองทัพเรือก็ได้เฝ้าดูในเรื่องนี้อยู่และได้ออกมาตรการเพิ่มเติมแล้ว
เมื่อถามว่าส่วนสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หากไม่ใช่การก่อวินาศกรรม อาจประเมินได้หรือไม่ว่าเป็นการข่มขู่จากฝ่ายกัมพูชา เพื่อสร้างความปั่นป่วน พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ในกรณีนี้ก็เป็นหนทางหนึ่งที่ประเมินไว้เช่นกัน แต่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ว่าเป็นโดรนของฝ่ายกัมพูชาจริงหรือไม่ และจะต้องมีการตรวจสอบต่อไป
เมื่อถามอีกว่าส่วนกรณีที่เมื่อวาน (18 ธ.ค. 2568) ฝ่ายกัมพูชามีการเผยแพร่ภาพว่า สามารถทำลายโดรนตรวจการณ์ของฝ่ายไทยได้นั้น พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ทราบว่าโดรนที่ตกคือรุ่น DP-20 หรือ D-eyes 04 ซึ่งเกิดจากการที่ฝ่ายกัมพูชาก็มีอาวุธต่อต้านอากาศยาน แม้ในช่วงที่ผ่านมา เราจะมีการระมัดระวังอยู่ แต่ย้ำว่าในการรบย่อมเกิดความสูญเสียขึ้น หากเรามียุทโธปกรณ์แล้วไม่กล้านำมาใช้ ก็ไม่ถูกต้อง เราจึงต้องนำสิ่งที่มีอยู่มาใช้ปฏิบัติการ แต่ต้องหลีกเลี่ยงความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ยอมรับว่าแม้จะมีความสูญเสียเกิดขึ้นบ้างก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย
ให้โอวาททหารผ่านศึก รวมพลัง "พลังทหารผ่านศึกเพื่อแผ่นดิน"
ทั้งนี้พล.อ.ณัฐพล ให้การต้อนรับกลุ่มพี่น้องเพื่อนนักรบไทยทุกหมู่เหล่า ในโอกาสองค์การทหารผ่านศึกกำหนดจัดกิจกรรมรวมพลทหารผ่านศึก ตามโครงการ “พลังทหารผ่านศึกเพื่อแผ่นดิน”
ในโอกาสนี้ ผู้แทนทหารผ่านศึกได้แสดงความเคารพและกล่าวรายงานต่อ รมว.กลาโหม ก่อนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะกล่าวแสดงความขอบคุณ พร้อมมอบโอวาทแก่ทหารผ่านศึกทุกหมู่เหล่า เพื่อยกย่องในความเสียสละ ความกล้าหาญ และความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ภายหลังการกล่าวโอวาท รมว.กลาโหม ได้ถวายความเคารพพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จากนั้นทหารผ่านศึกร่วมกันร้องเพลงชาติและเพลงสรรเสริญพระบารมี โดยพร้อมเพรียงกัน
ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี รมว.กลาโหม ได้พบปะและให้กำลังใจแก่ทหารผ่านศึกอย่างใกล้ชิด โดยกิจกรรม “พลังทหารผ่านศึกเพื่อแผ่นดิน” ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของพลังความสามัคคีของเพื่อนนักรบไทย ในยามที่ประเทศชาติกำลังเผชิญกับภัยคุกคามหลากหลายรูปแบบทั้งจากภัยธรรมชาติและสถานการณ์ความไม่สงบจากการสู้รบ ตลอดจนสะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งความเสียสละ ความรักชาติ และความผูกพันของเพื่อนนักรบไทยที่พร้อมยืนหยัดเคียงข้างประเทศชาติและประชาชน