โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMOเดินหน้าอัพผลิต รุกส่งออกดันมาร์จิ้นพุ่ง

ทันหุ้น

อัพเดต 10 พ.ย. 2568 เวลา 04.15 น. • เผยแพร่ 10 พ.ย. 2568 เวลา 00.45 น.

#SMO #ทันหุ้น – SMO เข้าเทรดใน SET วันนี้ ด้าน CEO “กิตติพงษ์ พวงมาลา” ชี้ เป็นก้าวสำคัญเสริมศักยภาพการเติบโตต่อเนื่อง-ฐานะเงินการแข็งแกร่ง หลังนำเงินระดมทุนขยายธุรกิจ -เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้านโบรกเกอร์ คาดกำไรสุทธิปีนี้ 697 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 168.4% ส่วนอีกปี 2569-70 โตเฉลี่ย 19% ให้ราคาเป้าหมายตามปัจจัยพื้นฐาน 8.80 บาท

บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMO เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เป็นวันแรกในวันนี้ (10 พ.ย.) ในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร หลังเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 231.6 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 5.40 บาท มูลค่าระดมทุน 1,250.64 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 4,968 ล้านบาท

@หนุนเติบโต

นายกิตติพงษ์ พวงมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMO กล่าวว่า การเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาธุรกิจและเสริมศักยภาพในการเติบโตให้กับบริษัท ด้วยความแข็งแกร่งของปัจจัยพื้นฐานธุรกิจที่มีประสบการณ์ยาวนานในอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน เป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันปาล์มดิบชั้นนำของประเทศ มีส่วนสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม และสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศ

รวมถึงธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพ ก็มีส่วนช่วยในการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน หลังจากการระดมทุนในครั้งนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน ขยายธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน บริษัทพร้อมมุ่งสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ดูแลชุมชน และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องด้วยธรรมาภิบาลที่ดี และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ จะนำใช้เพื่อขยายการลงทุนในธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ โดยมุ่งเน้นการขยายโรงงานผลิตไปยังพื้นที่อื่นเพิ่มเติมจากที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นธุรกิจที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม รวมทั้งลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในห่วงโซ่อุปทานเดียวกัน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างธุรกิจโดยรวม เพื่อลงทุนในโครงการปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อม (ESG) การชำระเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจต่อไปอย่างมีเสถียรภาพ

@P/Eเพียง 7.60 บาท

สำหรับราคาเสนอขายหุ้น IPO ที่ 5.40 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E Ratio) ที่ 7.60 เท่า โดยคำนวณจากกำไรสุทธิ 4 ไตรมาสล่าสุด (ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2567 ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2568) หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ (Fully Diluted) คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.71 บาท โดยมีบริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญ

ทั้งนี้ SMO เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) และผลพลอยได้ และผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยการบริหารทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เริ่มจากคัดสรรวัตถุดิบ การจัดการผลิตที่มีมาตรฐาน ให้ได้ผลผลิตสูง และนำผลพลอยได้จากการผลิตมาสร้างเป็นพลังงาน ปัจจุบันดำเนินงานผ่านโรงงาน 4 แห่ง ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ชุมพร และสระบุรี มีกำลังสกัดรวม 240 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง และกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 14.38 เมกะวัตต์ ภายใต้สัญญารับซื้อไฟฟ้า (PPA) 12.7 เมกะวัตต์ มีช่องทางขายทั้งในและต่างประเทศ นับเป็นหนึ่งในผู้ผลิต CPO รายสำคัญของประเทศ

สำหรับผู้ถือหุ้นใหญ่หลัง IPO คือ 1. กลุ่มครอบครัวพวงมาลา ถือหุ้น 20.46% 2.ครอบครัวพิริเยศยางกูล ถือหุ้น 20.16% และ 3. กลุ่มครอบครัวลัม ถือหุ้น 17.75% ทั้งนี้บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิหลังหักสำรองต่างๆ โดยพิจารณาจากงบการเงินรวม

@คาดปีนี้กำไรโต 168%

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า คาดกำไรสุทธิปี 2568-2570 ที่ 697 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 168.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) 840 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.6% YoY และ 990 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.8% YoY ตามลำดับ แรงหนุนหลักมาจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นเต็มปีหลัง เข้าซื้อกิจการ AL ในปี 2567 ซึ่งจะสะท้อนชัดในปี 2568 มีแผนเพิ่มกำลังผลิตโรงงานสาขาพนมอีก 75 ต้นผลปาล์มสดต่อชั่วโมง ทำให้ปี 2569 กำลังการผลิตรวมเพิ่มอีกราว 22% และ สัดส่วนการส่งออกที่สูงขึ้นตามดีมานด์น้ำมันปาล์มโลก ขณะที่อุปทานจากผู้ผลิตรายใหญ่เข้าสู่ตลาดลดลง ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยและอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น เนื่องจากมาร์จิ้นส่งอกสูงกว่าตลาดในประเทศ อีกทั้งกระแสเงินสดสม่ำเสมอจากธุรกิจโรงไฟฟ้ายังช่วยหนุนการจ่ายปันผลและรองรับการลงทุน โดยให้มูลค่าตามปัจจัยพื้นฐาน 8.80 บาท

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...