ผู้เชี่ยวชาญแนะ 4 เทรนด์สุขภาพฮิต ที่ไม่ได้ไปต่อในปี 2026 ส่งผลเสียมากกว่าผลดี
ผู้เชี่ยวชาญแนะ 4 เทรนด์สุขภาพฮิต ที่ไม่ได้ไปต่อในปี 2026 ส่งผลเสียมากกว่าผลดี เสี่ยงท้องอืด กระทบอวัยวะภายใน ไปจนถึงอันตรายต่อการหายใจ
เรียบเรียงโดยทีมงานข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2569
รายงานจากสื่อต่างประเทศ แม้กระแสเทรนด์สุขภาพรูปแบบใหม่จะได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในโลกออนไลน์ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ระบุว่า มีหลายเทรนด์ไวรัลที่ยังน่าสงสัย และบางอย่างอาจก่อให้เกิดอันตรายมากกว่าผลดี ซึ่งควร “โบกมือลา” ไปพร้อมกับการสิ้นสุดปี 2025
ภาพประกอบ
ต่อไปนี้คือ 4 เทรนด์ยอดฮิตบน Instagram และ TikTok ที่แพทย์และนักโภชนาการไม่แนะนำให้ทำตาม
1. การถ่ายพยาธิด้วยตนเอง (Parasite Cleanse)
กระแสการถ่ายพยาธิด้วยตนเองกลับมาเป็นที่สนใจ หลังนางแบบระดับโลกไฮดี้ ออกมาเปิดเผยว่าเธอเริ่มทำการถ่ายพยาธิเป็นครั้งแรก โดยเชื่อว่าทุกคนมีพยาธิอยู่ในร่างกาย โดยเฉพาะผู้ที่รับประทานอาหารดิบ เช่น ซูชิ
อย่างไรก็ตาม แพทย์ระบบทางเดินอาหารหลายรายออกมาเตือนว่า แนวคิดดังกล่าวไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับอย่างชัดเจน และไม่เป็นความจริงที่ว่าทุกคนมีพยาธิอยู่ในร่างกายตามปกติหากมีการติดเชื้อจริง ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม ไม่ใช่พึ่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือสูตรถ่ายพยาธิที่อาจส่งผลเสียต่อตับและไต
ภาพประกอบ
2. การบริโภคโปรตีนมากเกินไป
อาหารและเครื่องดื่มที่เติมโปรตีนกำลังแพร่หลาย ตั้งแต่ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่มกาแฟ ไปจนถึงอาหารที่มีโปรตีนอยู่แล้วตามธรรมชาติ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การเน้นโปรตีนมากเกินไปอาจทำให้ได้รับพลังงานสูงเกินจำเป็น และเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาหลอดเลือดและโรคหัวใจ
นักโภชนาการระบุว่า ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่ควรใช้ทดแทนมื้ออาหารหลัก ซึ่งควรมีผัก ผลไม้ และธัญพืชเต็มเมล็ดเพื่อให้ได้ใยอาหารและสารอาหารที่หลากหลาย โดยปริมาณโปรตีนที่แนะนำต่อวันอยู่ที่ประมาณ 0.36 กรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งปอนด์
ภาพประกอบ
3. การกินใยอาหารแบบสุดโต่ง (Fibermaxxing)
ใยอาหารมีประโยชน์ต่อระบบขับถ่ายและช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลายชนิด แต่การเพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็วหรือมากเกินไป อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด มีแก๊ส ปวดท้อง และยังรบกวนการดูดซึมแร่ธาตุสำคัญ เช่น ธาตุเหล็ก แคลเซียม และสังกะสี
แนวทางโภชนาการของสหรัฐแนะนำให้ผู้หญิงได้รับใยอาหารประมาณ 25 กรัมต่อวัน และผู้ชายประมาณ 38 กรัม โดยควรเพิ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไปและมาจากอาหารตามธรรมชาติ
ภาพประกอบ
4. การปิดปากด้วยเทปขณะนอนหลับ (Mouth Taping)
แม้เทรนด์การใช้เทปปิดปากเพื่อบังคับให้หายใจทางจมูกจะได้รับการสนับสนุนจากคนดังและอินฟลูเอนเซอร์หลายราย แต่แพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูก เตือนว่าวิธีนี้ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ชัดเจน และอาจเสี่ยงต่อการขาดอากาศหายใจ หากเกิดการอุดตันของจมูกระหว่างนอนหลับ
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากมีปัญหาการนอนกรนหรือหยุดหายใจขณะหลับ ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ แทนการทำตามคำแนะนำจากโซเชียลมีเดีย
แพทย์ย้ำว่า แม้การดูแลสุขภาพจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่การเลือกทำตามเทรนด์ควรอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้องและหลักวิทยาศาสตร์ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาว
ที่มา NYPOST
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้เชี่ยวชาญแนะ 4 เทรนด์สุขภาพฮิต ที่ไม่ได้ไปต่อในปี 2026 ส่งผลเสียมากกว่าผลดี
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th