"สมชัย" โพสต์เตือน! อ่านโพลการเมืองต้องระวัง ยุค AI ปั่นคะแนนนิยมหลอกสังคม
">
เมื่อวันที่ 10 ม.ค.69 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "ปั่นไปไหน - สมชัย ศรีสุทธิยากร" ระบุ วิชา การทำโพล 101 รศ. สมชัย ศรีสุทธิยากร
ตอนที่ 1 ประวัติการทำโพล
ในประเทศตะวันตก การทำโพลมีมาควบคู่กับการเลือกตั้งมาเนิ่นนาน โพลที่มีชื่อเสียงในอดีต เช่น Gallop poll ที่ใช้วิธีการทางสถิติ การสุ่มตัวอย่างกระจายอย่างเป็นระบบ ใช้ตัวอย่างขนาดน้อยแต่ทายผลได้แม่นยำ จนกล่าวได้ว่า Gallop poll เป็นบิดาแห่งการทำโพลสมัยใหม่
ต่อมา หนังสือพิมพ์ สื่อมวลชนต่าง ๆ เช่น CNN , ABC , New York Time มีการสำรวจโพล ด้วยวิธีการที่ไม่แตกต่างกันในทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งใหญ่ ทำให้มีชื่อเสียงไม่แตกต่างกัน
การทำโพลในอเมริกา ยุคที่ยังไม่มีอินเตอร์เน็ต ใช้ การสอบถามทางโทรศัพท์เป็นหลัก โดยมีกลุ่มตัวอย่างประมาณ 2,000 ตัวอย่าง
แต่พอมีการสื่อสารทางอินเตอร์เน็ต การสำรวจทางอินเตอร์เน็ตจึงเกิดขึ้น ซึ่งมีความเที่ยงตรงต่ำ เนื่องจากเกิดปรากฏการณ์ การระดมหัวคะแนน หรือผู้นิยมพรรคการเมืองตอบคำถามเข้ามา
ด้วยความเชื่อว่า หากผลโพลเป็นไปในทางสนับสนุนใครปรากฏต่อสาธารณะ จะสามารถโน้มน้าวจูงใจให้คนที่ยังไม่ตัดสินใจมาเลือกได้ (Band wagon effect)
การทำโพลทางอินเตอร์เน็ต มีค่าใช้จ่ายน้อย ถึงน้อยมาก เมื่อเทียบกับการสำรวจจริง (on site survey) ที่ต้องใช้คนเดินเข้าไปหาประชาชนเพื่อถามคำถามที่ต้องการ แต่ ก็ได้เปรียบมากกว่าในการเข้าถึงพื้นที่ที่กว้างขวางกว่า ในเงื่อนไขที่อินเตอร์เน็ตเข้าถึงทุกพื้นที่
ยิ่งในปัจจุบัน ยุคที่ AI. ครองโลก การเขียนโปรแกรม BOT. ให้ AI ปลอมตัวเป็นประชาชน ระดมตอบเข้ามาเพื่อสร้างคะแนนนิยมปลอม ยิ่งน่าเป็นห่วง (คำสัมภาษณ์ ของ ดร.สติธร คณะรัฐศาสตร์ จุฬา )
การความแม่นตรงของผลโพล เป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนเนื่องจากมีหลายปัจจัยที่ส่งผลถึง โพลที่เคยแม่นสุด เช่น การทำนายของ Gallop ที่แม่นยำสุดในปี 1936 ก็เคยทำนายผลพลาดมากสุดในปี 1948 ได้
การอ่านผลการทำโพลเกือบทุกโพลในไทย จึงต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง อย่าตกเป็นเหยื่อโพล
(ตอนต่อไป ประวัติการทำโพลในไทย)