เก็บตกจากอเมริกา LISA สาวไทยที่ได้ขึ้นปก The Wall Street Journal Magazine
รายงานพิเศษ | มงคล วัชรางค์กุล
เก็บตกจากอเมริกา
LISA สาวไทยที่ได้ขึ้นปก
The Wall Street Journal Magazine
น.ส.พ. The Wall Street Journal (WSJ)จะออกฉบับ Magazine – นิตยสาร เดือนละหนึ่งฉบับ
นิตยสาร WSJ Magazine ฉบับเดือนมีนาคม 2025 ออกตอนเสาร์/ อาทิตย์ สัปดาห์สุดท้ายของเดือน ขึ้นปกรูป LISA พร้อมข้อความ A Pop Idol On Her Own
ดารายอดนิยมที่เติบโตบนเส้นทางของตัวเอง
แม้จะผ่านมาหลายเดือน แต่อยากนำเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟังในฐานะที่ LISA เป็นหญิงไทยที่ก้าวไปสู่เวทีระดับโลก
ด้านในของ WSJ มีภาพ LISA เต็มหน้าหลายภาพ สวยๆ ทั้งนั้น พร้อมสกู๊ปเล่าเรื่อง ชื่อ The Reinvention of Lisa – การเปลี่ยนแปลงตนเองครั้งใหม่ของลิซ่า
พร้อมโปรยหัวว่า จากหนึ่งในสี่เด็กสาววง Blackpink เธอก้าวสู่ดาวจรัสแสงที่สุดในโลกของวงการ K-pop ขณะนี้หญิงสาวอายุ 27 ปีคนนี้ต้องการจะพิสูจน์ตนเองในฐานะนักแสดงเดี่ยว – a solo performer
WSJ เล่าเรื่องว่า เมื่อ Lalisa Manobal อายุ 14 ปี เธอได้จากบ้านเกิดในประเทศไทยเพื่อจะมาเป็นดาราในเกาหลี เธอได้เซ็นสัญญากับค่ายดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี เพราะเธอเป็นคนเดียวที่ได้รับเลือกจากผู้สมัครนับพันคนที่เข้ามา auditioned ในกรุงเทพฯ
นี่ไม่ใช่การตกลงบันทึกเสียง เพียงแต่เป็น ” โอกาส “- chance ครั้งหนึ่งเท่านั้น
LISA มาถึงกรุงโซลเพียงลำพัง พูดภาษาเกาหลีไม่ได้แม้แต่คำเดียว ต้องอยู่ภายใต้การฝึกซ้อมวันละ 15 ชั่วโมง บ่อยครั้งที่ไม่เคยมีวันหยุดสุดสัปดาห์ แถมำไม่มีหลักประกันเรื่องชื่อเสียง (fame) หรืออนาคต
การฝึกซ้อมดำเนินมานานหลายปี และไม่รู้อนาคตว่าจะทำได้ไหม หลายคนต้องอำลาจากไปก่อนจะค้นพบวิถีทาง
มองย้อนกลับไปช่วงนานปีเหมือนต้องลงโดนลงโทษ แต่ Manobal กลับมองในเชิงบวก เธอยิ้ม ด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
“มันคือเส้นทางหนึ่งที่เป็นตัวฉัน” LISA กล่าว “ฉันก็เป็นอย่างนี้แหละเมื่อตอนที่ยังเล็กเล็กอยู่”
เป็นเวลานานนับทศวรรษที่หญิงสาว 27 ปีคนนี้ยืนอยู่บนแสงไฟสปอตไลต์ในฐานะหนึ่งในสี่ของ Blackpink ที่เป็นหนึ่งในวง girl groups ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
มาถึงปีนี้ LISA ต้องการจะพิสูจน์ตัวเองในฐานะศิลปินเดี่ยว เธอปล่อยอัลบั้มแรกออกมาเมื่อ 12 วันหลังจากเปิดตัวดังกระฉูดในการร่วมแสดงหนังยอดฮิตของ HBO เรื่อง The White Lotus ซึ่งซีซั่นนี้ใช้บรรยากาศเกาะสมุย ประเทศไทย LISA แสดงเป็นคนงานรีสอร์ตชื่อ มุก
“เบื้องลึกของฉันคือเด็กหญิงขี้อาย” ลิซ่ากล่าวขณะให้สัมภาษณ์ที่ the Ritz Paris’s airy Bar Vendome
“ในวง Blackpink พวกเราแต่ละคนต่างมีสถานะ (ที่มั่นคง)”
ดังนั้น ลิซ่าจึงออกจะหวาดหวั่นที่จะออกมายืนบนลำแข้งตัวเอง
“แต่ถ้าไม่ออกมาเสียแต่ตอนนี้ แล้วจะไปออกตอนไหนเล่า”
วันอาทิตย์หนึ่งเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา LISA อยู่ที่มุมหนึ่งของโต๊ะอาหารกับถ้วย cappuccino และแก้วน้ำส้ม กิน French fries ไปทีละน้อย เธอไม่ได้แต่งหน้า นอกจากทาลิปสติกสีคอรัล ใส่ชุดสีม่วงของ Comme des Garcons cardigan คลุมด้วยเสื้อขนแกะ ในฐานะ An ambassador ของ Louis Vuitton ลิซ่าถือกระเป๋า Takashi Murakami Speed bag ใบเดียวกับที่วางโชว์ผ่านกระจกหรูหราของ Place Vendome
บางครั้ง LISA ถูกค้นพบโดยปาปารัซซี่ว่าเธออยู่ในอ้อมแขนของ Frederic Arnault ลูกชายคนรองสุดท้องของ LVMH – Louis Vuitton Moet Hennessy กลุ่มบริษัทฝรั่งเศสที่ครอบครองแบรนด์สินค้าหรูมากกว่า 75 แบรนด์ทั่วโลก
หลังจาก Blackpink เปิดตัวในเดือนสิงหาคม 2016 ลิซ่าและเพื่อนร่วมกรุ๊ป Jennie, Rose และ Jisso มีชื่อเสียงโด่งดังในเกาหลี หลอมรวมเอาท่วงทำนองเพลง hip-hop และ dreamy pop เข้าด้วยกัน ที่ซึ่งบรรดาแฟนจำนวนหลายล้านคนเรียกตัวเองว่า Blink วงนี้มีชื่อเสียงก้องโลกมานานปีนับจากนั้น เพลงของพวกเธอเปิด 14 พันล้านครั้งใน Spotify และ Blackpink คือศิลปินที่ได้รับการ subscribed มากที่สุดในช่อง YouTube
พวกเธอขายตั๋วทัวร์คอนเสิรต์รอบโลก 2 รอบ และ 4 ปีหลังจากสร้างประวัติศาสตร์เป็น K-pop หญิงกรุ๊ปแรกที่แสดงที่ Coachella (เทศกาลดนตรีในแคลิฟอร์เนีย) พวกเธอคือนักแสดง K-pop กรุ๊ฟแรกที่อยู่บนแนวหน้าของเทศกาลดนตรีแห่งปี 2023
ในปีเดียวกันนี้ Blackpink ได้เซ็นสัญญาใหม่กับต้นสังกัด YG Entertainment แต่สมาชิกบางคนได้แยกตัวไปเป็นศิลปินเดี่ยว LISA ก็ได้แยกตัวออกมาในครั้งนี้ บรรดาแฟนคลับส่วนตัวของลิซ่า ที่เรียกตัวเองว่า Lilies ได้ทำให้เธอเป็น K-pop Star ที่มีคนติดตามสูงสุดใน Instagram
LISA เชื่อว่ามีบางส่วนในตัวเธอที่บรรดาแฟนยังไม่รู้จัก ดังนั้น อัลบั้ม Alter Ego จะบอกเล่าสิ่งนั้นของตัวเธอ
“The alter ego คือตัวฉัน” ลิซ่าบอก “ทุกสิ่งทุกอย่าง คือตัวฉัน”
เมื่อแรกเกิด ชื่อของลิซ่า คือ Pranpriya Manobol เกิดที่จังหวัดบุรีรัมย์ ประเทศไทย มีพ่อเลี้ยงเป็นชาวสวิส เธอเล่าว่า ในวัยเด็กเวลาว่างเธอจะมุ่งไปกับการฝึกเต้นกับกลุ่มเพื่อนๆ พ่อเลี้ยงมักจะเรียกเธอว่า “Hello, my superstar”
LISA เข้าออดิชั่นกับกลุ่มบริษัท YG ที่มาเปิดรับสมัครในเมืองไทยเมื่อปี 2010 ระหว่าง 2 เดือนที่รอคอยผลออดิชั่น เธอเปลียนชื่อตัวเองเป็น Lalisa เพื่อความโชคดี เพราะคำนี้ในภาษาไทยแปลว่า ผู้ได้รับการยกย่อง
หลังจากได้รับการคัดเลือกจาก YG ลิซ่ามาเกาหลีปี 2011 เป็นเวลาหลายเดือนที่เธอยังพูดเกาหลีไม่ได้สักคำ “โชคดีที่ Jisoo และ Jennie คอยให้ความ
ช่วยเหลือฉัน”
ตอนนี้ ลิซ่าพูดเกาหลีและอังกฤษได้ดี และพูดจีนกับญี่ปุ่นได้บ้าง
เกาหลีมีกลุ่มบริษัทเอ็นเตอร์เทนเมนต์ใหญ่ 4 บริษัทเรียกกันว่า Big 4 บริษัทเหล่านี้คัดเลือกเด็กที่มี talent มาฝึกฝนหลายปีสอนการร้องเพลง, เต้น, Rap และการพูดหลายภาษา พวกที่ประสบความสำเร็จจะได้เข้ากลุ่ม K-pop groups ที่จุดนี้ คนที่ประสบความสำเร็จจะได้เป็น “Idol”
ในช่วงที่กำลังรับการฝึกฝน จะไม่ได้รับเงินเดือน หลังจากได้รับการเปิดตัวแล้ว (มีรายได้) จะต้องจ่ายคืนให้บริษัทค่าใช้จ่ายระหว่างฝึกซ้อม
ผู้ที่กำลังฝึก จะโดนตัดออกได้ตลอดเวลาถึงแม้ว่าจะเป็น Idol แล้วก็ตาม ขึ้นอยู่กับกฎอันเข้มงวด ดารา K-pop ห้ามดื่ม ห้ามสูบบุหรี่หรือยุ่งกับยาเสพติด ห้ามไม่ให้โพสต์ในโซเชียลมีเดีย ห้ามไม่ให้มีนัด ( dating) สองอย่างหลังนี้เพื่อป้องกันภาพลักษณ์ติดลบในโซเชียล
และเพื่อปกป้องแฟนไม่ให้นัดหมายกับ Idol
LISA เคยมีปัญหาเล็กน้อย เมื่อออกแสดง 5 โชว์ ที่ Crazy Horse, cabaret ที่มีชื่อเสียงแห่งปารีสในปี 2023 ระหว่างสัญญากับ YG ช่วงนั้น บัญชี Weibo เมืองจีนของเธอลดลง
ปีต่อมา เมื่อลิซ่าร้องและเต้นให้ Victoria’s Secret Fashion Show
ประมาณกันว่า Instagram ที่โพสต์โดยลิซ่า มีผู้ติดตาม 106 ล้านคน อันมีผลต่อ Victoria’s Secret เป็นอย่างยิ่ง
ในระหว่างการฝึกซ้อม พวกเขาซ้อมตั้งแต่ 11 โมงเช้าจนถึงตี 2 กลั่นกรองเรื่องการขับร้อง ท่าเต้น และสำเนียงภาษา จะมีวันหยุดวันอาทิตย์ให้หนึ่งวันในทุก 2 อาทิตย์ ในทุกเดือนจะต้องเตรียมตัวเข้าสู่การตัดสินความก้าวหน้าในการฝึกซ้อม ลิซ่าเทรนทั้งหมด 5 ปี
LISA เริ่มต้นเป็นศิลปินเดี่ยวด้วยการเปิดบริษัทตัวเองชื่อ Lloud Co., เมื่อต้นปี 2024 แล้วเซ็นสัญญากับ RCA Records ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นที่รู้จักในการเต้น rapping และ เชี่ยวชาญการ dance สมัยเมื่อเป็น Blackpink แต่เธอต้องการโชว์ความสามารถในการร้องเพลง ซึ่งเธอบอกว่า
“ฉันไม่รู้ว่าจะทำสิ่งนี้ (การร้องเพลง) ได้ดีเท่าการเต้น hip-hop ไหม แต่ฉันอยากให้บรรดาแฟนแปลกใจ”
ปีที่แล้ว YG ประกาศว่า Blackpink จะกลับมารวมวงกันอีกครั้งในปี 2025 เพื่อสร้างอัลบั้มและออกทัวร์ ลิซ่าบอกว่า เธอพร้อม – so ready และทั้ง 4 คนก็กำลังพูดกันถึงการร่วมกันกำหนดตารางทำงาน
การทำงานนำพาลิซ่าไปทั่วโลก โซล, กรุงเทพฯ, ปารีส, ลอสแอนเจลิส เมื่อเราเจอกัน ลิซ่ามีวันว่าง 3 วันเพื่อการช็อปปิ้งและพักผ่อนในเมืองแห่งแสงสีในความเป็นส่วนตัว
ลิซ่าบอกว่า LA ให้ความรู้สึกเหมือนบ้าน เพราะเธอมีบ้านพักส่วนตัวที่นี่ เมื่ออยู่ในเมือง เธอได้กิน hot pot และอาหารไทยพร้อมซื้อตุ๊กตาสะสม plus toy ที่ Pop Mart เมื่อเร็วๆ นี้เพิ่งได้มาหนึ่งตัวเป็นสัญลักษณ์ของ LA “it girls”
เครื่องดื่มยอดนิยมของลิซ่าที่เครือร้าน Erewhon ร้าน health – food chain สุดหรูเมื่อครั้งจอยกับ Hailey Bieber, Bella Hadid (สองคนนี้เป็นเพื่อนสนิทในวงการแฟชั่น) และมือใหญ่อีกบางคน เครื่องดื่มของลิซ่ามื้อนั้นคือ Thai inspired ice tea (ชาเย็นไทย) ที่ลิซ่าให้ชื่อว่า “Thai Up the World” ประกอบด้วย ชาดำ, organic maple และ vanilla, colostrum พร้อมใส่ครีมเยอะๆ
ของซื้อของลิซ่าที่ร้าน cult grocery คือ กล้วยแผ่นตากแห้ง และขิงหั่น ชื่อ C’s the Day
ปีที่แล้ว ลิซ่ามาถ่ายหนัง 6 เดือน 3 locations ในเมืองไทย ซีซั่น 3 ของ The White Lotus ลิซ่าผ่านการ audition เหมือนผู้แสดงอื่น Executive Producer David Bernad บอกว่า ลิซ่าได้รับความชื่นชมจากคนไทยและมีความหมายเชิงวัฒนธรรม เหมือนที่เจ้าหญิงไดอานาเคยได้รับในสมัยก่อน
ในด้านชีวิตส่วนตัว บรรดาเหล่า Lilies ต่างอยากรู้ว่า ความสัมพันธ์กับ Arnault หนุ่มอายุ 30 ปีทายาท LVMH ดำเนินไปถึงจุดไหน หลังจากการไปเยี่ยมชม Rodin Museum ในปารีส, วัดอรุณฯ ในกรุงเทพฯ, การร่วมชม an Adele คอนเสิรต์ที่ Las Vegas หรือแม้แต่ “likes” ที่เขาโพสต์ใน Instagram ของเธอ
รวมถึงในเนื้อเพลง single ของลิซ่า “Moonlit Floor (Kiss Me)” เหมือนกับการส่งสัญญาณพยักหน้า (nod) ให้ Arnault ดังนี้
“Green – eyed French boy got me trippin’/ How your skin is always soft / How your kisses always hit / How you know just way to “
ลิซ่าตอบการให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ว่า ขอให้เป็นเรื่องส่วนตัว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เก็บตกจากอเมริกา LISA สาวไทยที่ได้ขึ้นปก The Wall Street Journal Magazine
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly