โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อังกฤษ-ญี่ปุ่น-เวียดนาม แสดงความห่วงกังวลเหตุปะทะกันอีกครั้งระหว่างไทย-เขมร

MATICHON ONLINE

อัพเดต 10 ธ.ค. 2568 เวลา 07.07 น. • เผยแพร่ 10 ธ.ค. 2568 เวลา 06.34 น.
REUTERS/Athit Perawongmetha

อังกฤษ-ญี่ปุ่น-เวียดนาม แสดงความห่วงกังวลเหตุปะทะกันอีกครั้งระหว่างไทย-เขมร

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บรรดานานาชาติ ต่างยังออกมาแสดงความห่วงกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง

โดย ซีมา มัลโฮทรา สมาชิกสภาผู้แทน รัฐมนตรีประจำภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก แห่งสหราชอาณาจักร ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่ง ต่อเหตุปะทะกันที่กลับมาเกิดขึ้นอีกครั้งตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย

ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ ได้โพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ แสดงความห่วงกังวลเกี่ยวกับการกลับมาเกิดเหตุปะทะกันอีกครั้ง ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และการสูญเสียชีวิตอย่างน่าเศร้า ซึ่งรวมถึงชีวิตพลเรือน พร้อมกับเรียกร้องขอให้ทั้งสองฝ่ายเร่งแสดงความอดทนอดกลั้น ปกป้องพลเรือน และกลับสู่การเจรจา พลเมืองชาวอังกฤษ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำด้านการเดินทางของทางการอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ญี่ปุ่น ได้ออกมาประกาศเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ขัดแย้งทางทหารตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่อาจทวีความรุนแรงขึ้น พร้อมกับเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่าย ยึดมั่นตามข้อตกลงหยุดยิง และกลับสู่โต๊ะเจรจา

โดยแถลงการณ์ที่ออกมาเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม คิตามูระ โทชิฮิโร โฆษกกระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่น ระบุว่า รัฐบาลญี่ปุ่น มีความกังวลอย่างยิ่ง ต่อความสัมพันธ์ที่เลวร้ายลงอีกครั้ง ระหว่างกัมพูชากับไทย แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะได้ลงนามในปฏิญญาร่วมกันแล้ว เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นไม่เห็นด้วยกับการกระทำใดๆ ที่อาจทำให้สถานการณ์ปะทุรุนแรงขึ้นอีก พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐบาลทั้งสองประเทศใช้ความอดทนอย่างสูงสุด และปฏิบัติตามกรอบหยุดยิงที่กำหนดไว้เมื่อเดือนตุลาคม นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำว่า ความสัมพันธ์ที่มีเสถียรภาพระหว่างรัฐบาลกัมพูชาและไทย เป็นสิ่งจำเป็นต่อความมั่นคงและการพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาค

อีกหนึ่งประเทศที่ออกมาแสดงความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง คือ ประเทศเวียดนาม หนึ่งในประเทศสมาชิกของอาเซียน โดยนางฟาม ทู ฮัง โฆษกกระทรวงต่างประเทศเวียดนาม ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าว เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า เวียดนามขอเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความอดกลั้นอย่างสูงสุด ละเว้นจากการใช้กำลัง ดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างสมบูรณ์ เดินหน้าการเจรจาต่อไป และแก้ไขความขัดแย้งอย่างสันติและเป็นที่น่าพอใจ

นางฟามยังกล่าวด้วยว่า ความพยายามเหล่านี้ควรตั้งอยู่บนหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ กฎบัตรสหประชาชาติ กฎบัตรอาเซียน และสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอยู่บนจิตวิญญาณของมิตรภาพและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของอาเซียน ซึ่งจะนำไปสู่การธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือ และการพัฒนาในภูมิภาค และโลก

นางฟามกล่าวเสริมว่า เวียดนามจะยังคงมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการส่งเสริมการเจรจาและการดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิง ระหว่างสองประเทศ เพื่อให้เกิดการฟื้นฟูสันติภาพและความร่วมมือตามแนวชายแดนโดยเร็ว ภายใต้จิตวิญญาณของมิตรภาพและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของอาเซียน เพื่อผลประโยชน์ในระยะยาวของทั้งสองฝ่ายและของภูมิภาค

ขณะที่ สิงคโปร์ ได้ออกมาเรียกร้องให้ไทยและกัมพูชา ใช้ความยับยั้งชั่งใจ และให้ทั้งสองฝ่ายแก้ไขความขัดแย้งผ่านการเจรจา ท่ามกลางการปะทะกันตามแนวชายแดนระหว่างสองประเทศ ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น

โฆษกกระทรวงต่างประเทศสิงคโปร์ กล่าวเมื่อวันที่ 10 ธันวาคมว่า สิงคโปร์ มีความกังวลอย่างยิ่งต่อการกลับมาปะทะกันอีกครั้งตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และรายงานการสูญเสียของทั้งสองฝ่าย พร้อมกับเรียกร้องให้ทั้งสองประเทศใช้ความยับยั้งชั่งใจ และแก้ไขความขัดแย้งที่เกิดขึ้นผ่านการเจรจา โดยปฏิบัติตามจิตวิญญาณและหลักการของปฏิญญาร่วม ซึ่งสิ่งนี้มีความสำคัญต่อความสัมพันธ์ในระยะยาวระหว่างประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งสองและต่ออาเซียน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อังกฤษ-ญี่ปุ่น-เวียดนาม แสดงความห่วงกังวลเหตุปะทะกันอีกครั้งระหว่างไทย-เขมร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...