นักวิจัย ตปท.ชี้ ผู้นำไทย–กัมพูชา ใช้สงครามหาประโยชน์ทางการเมือง มองเป็น “สงครามที่โง่ที่สุด”
นักวิจัย ตปท.ชี้ ผู้นำไทย–กัมพูชา “ใช้สงครามหาประโยชน์ทางการเมือง” ทำข้อพิพาทชายแดนปะทุรุนแรง มองเป็น “สงครามที่โง่ที่สุด” ทั้งสองฝ่ายเสียหายทางเศรษฐกิจหนัก
วันที่ 9 ธ.ค. 2568 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Pipob Udomittipong ระบุว่า David Camroux นักวิจัยอาวุโสและศ.พิเศษของ Sciences Po CERI บอกว่า การขาดเจตจำนงทางการเมืองในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทชายแดน เพราะผู้นำประเทศทั้งสองฝ่ายต่างแสวงหาประโยชน์จากการทำสงคราม ฝ่าย #อนุทิน ต้องการให้เกิดการเลือกตั้งท่ามกลางสงครามและกระแสรักชาติ ฮุน มาเนตต้องการให้สงครามเข้ามากลบข่าวสแกมเมอร์ ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศจึงปะทุขึ้นอย่างรุนแรง
อ. เดวิด แคมรูซ์ บอกว่า ข้อพิพาทเรื่องเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างกัมพูชา-ไทย เกิดขึ้นมาเป็นร้อยปี สมัยก่อนกษัตริย์กัมพูชาไปร้องขอเป็นรัฐในอารักขาของฝรั่งเศส เพื่อให้ฝรั่งเศสเป็นตัวแทนเจรจากับสยามที่มีอำนาจมากกว่า ในขณะที่กัมพูชายึดตามแนวเส้นแบ่งพรมแดนที่ 817 กม. แต่ไทยยึดตามแนวเส้นแบ่งพรมแดนที่ 798 กม. เพราะการใช้สเกลที่แตกต่างกัน
ความจริงอาเซียนมีกลไกหาทางออกเรื่องเส้นแบ่งพรมแดน รวมทั้งคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (ASEAN Observer Team– AOT) อยู่แล้ว แต่ผู้นำทั้งสองฝ่ายไม่สนใจใช้ทางออกนี้
สำหรับฝ่ายไทย เพราะอนุทินมีแผนจะประกาศยุบสภาในวันที่ 12 ธ.ค. เขาจึงไม่สนใจกลไกของอาเซียน อนุทินพอใจกับ “Khaki election” การจัดเลือกตั้งระดับชาติในระหว่างที่เกิดสงคราม เพื่อเน้นความรักชาติ การปกป้องอธิปไตย เพื่อเรียกคะแนนเสียงกลับคืนมา
ส่วนฮุน มาเนต นายกฯ กัมพูชา ก็ต้องการเอาปัญหาชายแดนกับไทยมากลบข่าวการปราบปรามอุตสาหกรรมสแกมเมอร์ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญของพรรคการเมืองและครอบครัวของเขา รายได้จากสแกมเมอร์มากกว่ารายได้จากการส่งออกสิ่งทอที่เป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญสุดของประเทศ
เมื่อถามว่ากัมพูชาจะตอบโต้อย่างไรกับท่าทีที่แข็งกร้าวของไทย อ.เดวิด แคมรูซ์บอกว่า กัมพูชาไม่มีกองทัพอากาศ ทำให้เสียเปรียบไทยอย่างมาก แต่ทั้งสองประเทศได้รับผลกระทบอย่างหนักด้านเศรษฐกิจ คนงานกัมพูชาในไทยเคยส่งเงินจำนวนมากกลับไปประเทศ แต่ตอนนี้เดินทางกลับบ้านไปหมดแล้ว ส่วนไทยซึ่งมีประชากรเกิดใหม่น้อยลงก็จำเป็นต้องพึ่งพาแรงงานจากกัมพูชา นทท.ก็ไม่อยากมาไทยตอนที่มีสงคราม
อาจารย์บอกว่า มันเป็นสงครามที่โง่เง่ามาก “It’s a very stupid kind of war occurring at the moment.” ทั้งสองฝ่ายต้องเสียประโยชน์ด้านเศรษฐกิจทั้งคู่ แต่เพราะกระแสความรักชาติที่เกิดจากการปลุกกปั่นของนักการเมืองที่เห็นแก่ตัวในทั้งสองประเทศ ทำให้มีโอกาสน้อยที่จะยุติสงครามครั้งนี้ด้วยดี
สำหรับทางออก อาจารย์มองว่าอาเซียนควรเข้ามาเป็นตัวกลางเพื่อแก้ไขข้อพิพาทด้านพรมแดน และควรได้รับความช่วยเหลือทางเทคนิคจากปท.อื่นอย่าง ฝรั่งเศส และปท.ตะวันตก เพื่อจัดทำแผนที่พรมแดนประเทศที่ยอมรับได้ทั้งสองฝ่าย และใช้ชีวิตร่วมกันต่อไป แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าการขาด political will ของผู้นำประเทศทั้งสองฝ่ายที่จะแก้ปัญหาอย่างสันติวิธี
สงครามทำให้คนเดือดร้อนเป็นแสนและไม่ใช่คำตอบ อย่าไปเล่นตามเกมของนักการเมืองที่เห็นแก่ตัวครับ