โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ชูวิทย์ชี้เกมกัมพูชาใช้วิธีสแกมเมอร์ปั่น ไทยต้องไม่เป็นเหยื่อ

PostToday

อัพเดต 08 ธ.ค. 2568 เวลา 19.31 น. • เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2568 เวลา 01.59 น.

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์ข้อความแสดงความเห็นต่อกระแสปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารจากกัมพูชาในช่วงการเผชิญหน้าทางชายแดน โดยชี้ว่าเป้าหมายการโจมตีบนโซเชียลของกัมพูชามุ่งไปที่รัฐบาลไทย นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีหลายคน พร้อมโยงถึงกรณีคลิป “อังเคิล” ในอดีตที่เคยสร้างผลกระทบทางการเมือง

นายชูวิทย์ ระบุว่า วิธีการเผยแพร่ข้อมูลโจมตีผ่านสื่อออนไลน์เป็น “รูปแบบที่ฝ่ายกัมพูชาถนัด” และถูกใช้มาอย่างยาวนาน ขยายผลไปสู่ปัญหาเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ที่สร้างความเสียหายให้ประชาชนหลายประเทศ ซึ่งนายชูวิทย์เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวพันกับกลุ่มอำนาจในกัมพูชา

ประเด็นสำคัญในโพสต์อยู่ที่ภาพถ่ายของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล กับนางบัน สเร มอม ผู้ว่าราชการจังหวัดไพลิน ที่ถูกเผยแพร่โดยสมเด็จฮุนเซน โดยนายชูวิทย์เห็นว่าเป็นความพยายาม “ลดทอนความน่าเชื่อถือ” ของผู้นำไทย แต่ย้ำว่าภาพดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการติดต่อระหว่างประเทศเพื่อนบ้านเมื่อครั้งความสัมพันธ์ยังเป็นไปในทางบวก

นายชูวิทย์ กล่าวต่อว่า ในสถานการณ์ขณะนี้ สังคมไทยมีความเป็นเอกภาพในการเผชิญปัญหาชายแดน และวิธีการเผยแพร่ข้อมูลเพื่อหวังให้คนไทยเกิดความขัดแย้งกันเองเป็น “ยุทธวิธีซ้ำเดิม” ของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งคนไทยจำนวนมากมองออกและไม่ตกเป็นเหยื่อ

แม้นายกรัฐมนตรีจะถูกวิพากษ์วิจารณ์จากการบริหารจัดการน้ำท่วมหาดใหญ่ แต่ในประเด็นความมั่นคง นายชูวิทย์ย้ำว่ารัฐบาลและกองทัพต้องเดินหน้าในทิศทางเดียวกันเพื่อยุติปัญหาชายแดน พร้อมเตือนว่าสถานการณ์ระหว่างไทย–กัมพูชาจะยังเกิดขึ้นอีกในอนาคต และเป็นเหตุผลว่าทำไม “กองทัพจึงยังจำเป็นต่อการปกป้องอธิปไตยของชาติ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...