โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พลิกผัน แปรเปลี่ยน สภาวะ เจ้าฟ้า ประชาธิปก ก่อนเป็น รัชกาลที่ 7

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 18 พ.ย. 2568 เวลา 01.07 น. • เผยแพร่ 18 พ.ย. 2568 เวลา 01.07 น.

บทความพิเศษ

พลิกผัน แปรเปลี่ยน

สภาวะ เจ้าฟ้า ประชาธิปก

ก่อนเป็น รัชกาลที่ 7

มีความจำเป็นต้องย้อนไปยังแผ่นดินสยามใต้พระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เพื่อเข้าใจความเป็นจริง ไม่ว่าในทางการเมือง ไม่ว่าในทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าในทางวัฒนธรรม

ส่วนหนึ่งย่อมต้องย้อนไปพิจารณาผ่านกระบวนการศึกษา ประมวล วิเคราะห์ และสรุปโดยพื้นฐานของ เบนจามิน เอ. บัทสัน

ชาญวิทย์ เกษตรศิริ จะเป็นผู้ให้คำตอบว่าทำไมต้องเป็น “เบน”

ไม่เพียงเพราะเป็นนักประวัติศาสตร์ “ไทย” ที่ดีที่สุดคนหนึ่งที่สังคมในโลกภาษาอังกฤษของตะวันตกจะพึงผลิตมาได้ ไม่เพียงเพราะ The End of the

Absolute Minarchy in Siam ของเขาจะเป็นวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกที่ได้มาจาก Australian National University

ที่มี เดวิด เค. วัยอาจ ปรมาจารย์ทางประวัติศาสตร์ไทยของอเมริกา จากโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา แห่งมหาวิทยาลัยคอร์แนล เป็นที่ปรึกษาทางวิชาการ

หากแต่ยังได้ใช้ช่วงเวลาระหว่างสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ เขาได้ใช้เวลาในการแก้ไขปรับปรุงวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกเล่มนี้จนสำเร็จและตีพิมพ์ครั้งแรกโดยสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดเมื่อปี 2527

อัน ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ในฐานะอาจารย์สอนประวัติศาสตร์ลงความเห็นด้วยความมั่นใจเป็นอย่างสูงว่า

หนังสือเล่มนี้น่าจะเป็นหนังสือที่ดีที่สุดก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเทียบกับงานอันเกี่ยวกับเหตุการณ์ “การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475″ ทั้งในภาษาไทยและภาษาเทศ”

ทำไม ชาญวิทย์ เกษตรศิริ จึงยกย่องถึงขั้นนี้

“ความเป็นนักวิชาการที่แท้จริง ความเชี่ยวชาญในภาษาไทยทั้งอ่าน เขียน พูด ทำให้เบนสามารถที่จะค้นคว้าจากเอกสารเก่าทั้งจากหอสมุดต่างๆ (ทั้งไทยและเทศเช่นกัน)

และที่สำคัญ คือการค้นลึกลงไปในเอกสารชั้นต้นของหอจดหมายเหตุแห่งชาติ”

นี่คือเหตุผลที่มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ จัดตั้งคณะนักแปลชุดใหญ่และตีพิมพ์ออกมาเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2543

จะรู้เรื่องแผ่นดิน “รัชกาลที่ 7” ในห้วงก่อนเปลี่ยนแปลง 2475 ก็ต้องอ่าน

รากฐาน การดำรงอยู่

เจ้าฟ้า ประชาธิปก

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคตในปี 1910 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นกษัตริย์รัชกาลที่ 6 แห่งราชวงศ์จักรี

ตอนขึ้นครองราชย์นั้นพระองค์ยังไม่ได้ทรงอภิเษกสมรส

บัทสันอ้างอิงจากหนังสือ A Physician at the Court of Siam ของ M. Smith โดยยืนยันข้อมูลขั้นต้นที่เขียนโดยแพทย์ชาวอังกฤษว่าด้วยเรื่องราวชีวิตของ สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีและพระบรมวงศานุวงศ์ที่ใกล้ชิดว่า

ก่อนรัชกาลที่ 5 เสด็จสวรรคต พระองค์ทรงแสดงพระราชประสงค์ในการสืบราชสันตติวงศ์ผ่านสายพระโอรสของพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี

ก็เป็นที่มองกันว่าพระราชโอรสพระองค์ที่สอง คือ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ น่าจะเป็นรัชทายาทพระองค์ต่อไป แต่สถานการณ์กลับซับซ้อนเมื่อเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถทรงอภิเษกสมรสกับสตรีชาวรัสเซียและสุดท้ายก็ทรงหย่าร้างกัน

และเมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ในปี 1920 ฐานะของพระองค์จึงกลายเป็นกรณีถกเถียงทางวิชาการ

เมื่อเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถสิ้นพระชนม์ก็เสมือนว่าพระโอรสพระองค์ที่สาม คือ เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ น่าจะเป็นรัชทายาทองค์ต่อไป กฎมณเฑียรบาลใหม่ว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ปี 1924 ได้ปรับปรุงระเบียบการสืบราชสันตติวงศ์ให้ผ่านสายพระโอรสสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีอย่างเป็นทางการ

แต่กฎหมายยังได้ระบุว่าจะใช้กฎมณเฑียรบาลนี้ก็ต่อเมื่อพระเจ้าแผ่นดินไม่ทรงใช้ราชสิทธิ์ระบุนามผู้ที่ทรงประสงค์จะให้เป็นพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ต่อไป

และเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถก็หมดคุณสมบัติที่จะสืบสันตติวงศ์เพราะทรงอภิเษกสมรสกับชาวต่างชาติระหว่างนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระอัครชายาหลายพระองค์

แต่เมื่อไม่มีพระโอรสธิดา เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ จึงอยู่ในฐานะรัชทายาทพระองค์ต่อไป

ภาวะ พลิก แปรเปลี่ยน

ภายใน ราชสำนัก

ในปีท้ายๆ แห่งรัชกาล ได้มีเหตุการณ์หลายอย่างในราชสำนักที่มีผลต่อการสืบราชสมบัติ เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ สิ้นพระชนม์ต้นปี 1925 พระโอรสพระองค์ที่สี่ คือ เจ้าฟ้าจุฑาธุช สิ้นพระชนม์ไปแล้วตั้งแต่ปี 1923

เมื่อเจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธมาสิ้นพระชนม์ลงเช่นนี้ก็เหลือแต่พระโอรสองค์ที่ห้า คือเจ้าฟ้าประชาธิปก

แต่เจ้าฟ้าจุฑาธุชก็มีพระโอรสซึ่งในขณะนั้นอยู่ในฐานะจะเป็นรัชทายาทได้ (พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ โอรสของเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถหมดสิทธิ์ในราชบัลลังก์ เพราะพระมารดาเป็นชาวต่างชาติ)

แต่พระโอรสองค์นี้ก็ยังทรงพระเยาว์และพระมารดาไม่ได้เป็นเจ้าราชนิกุล จึงเป็นที่คาดกันว่าถ้าพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวไม่มีพระโอรส

เจ้าฟ้าประชาธิปกพระอนุชาของพระองค์จะเป็นผู้สืบราชสมบัติต่อไป

แต่เมื่อเจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธสิ้นพระชนม์ไม่นานก็มีประกาศพระราชสำนักว่า พระอัครชายาพระองค์หนึ่งของรัชกาลที่ 6 ทรงพระครรภ์ การสืบราชสันตติวงศ์จึงกลายเป็นเรื่องให้สงสัยกันต่อไป

เมื่อพระประสูติกาลใกล้เข้ามารัชกาลที่ 6 ทรงพระประชวรหนัก พระราชธิดาประสูติเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน

ไม่มีสิทธิ์ขึ้นครองราชย์

และอีก 2 วันต่อมา รัชกาลที่ 6 ก็เสด็จสวรรคต และได้มีพระราชหัตถเลขาระบุให้เจ้าฟ้าประชาธิปกเป็นรัชทายาทสืบราชบัลลังก์ต่อจากพระองค์

จากนิพนธ์ของ พระองค์เจ้าธานีนิวัต เรื่อง “พระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว” ภายหลังตีพิมพ์ผ่าน “ชุมนุมนิพนธ์” เมื่อปี ค.ศ.1964 อันเป็นพระราชหัตถเลขาเขียนก่อนพระราชธิดาประสูติ และทรงระบุด้วยว่า

ให้เจ้าฟ้าประชาธิปกเป็น “ประธานคณะผู้สำเร็จราชการ” หากพระอัครชายาประสูติพระโอรส

เจ้าฟ้าประชาธิปกขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดินสยามด้วยเงื่อนไขที่ไม่อำนวยนานาประการ

ในฐานะที่เป็น 1 ในพระราชโอรสหลายๆ พระองค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นพระโอรสองค์สุดท้องในสายสมเด็จพระนางเจ้าเสาว ภาผ่องศรี

จึงไม่น่าเป็นไปได้ที่พระองค์จะได้ขึ้นเป็นกษัตริย์

จนเมื่อเจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธสิ้นพระชนม์ในปี 1925 พระองค์จึงอยู่ในฐานะน่าได้เป็นรัชทายาท

จากนั้น การรอคอยพระประสูติกาลของพระอัครชายาในรัชกาลที่ 6 ทำให้ปัญหารัชทายาทเป็นเรื่องให้คาดคะเนกันไปต่างๆ นานา จนเมื่อพระธิดาประสูติและรัชกาลที่ 6 เสด็จสวรรคต 2 วันหลังจากนั้น

เจ้าฟ้าประชาธิปกจึงกลายมาเป็นรัชทายาทอย่างสมบูรณ์

รากฐาน ความคิด

ก่อนขึ้น ครองราชย์

นอกจากไม่ทรงหวังจะได้เป็นกษัตริย์แล้ว เห็นได้ชัดว่า เจ้าฟ้าประชาธิปกไม่ทรงประสงค์จะเป็นด้วย

เมื่อทรงทราบพระบรมราชวินิจฉัยในรัชกาลที่ 6

ให้พระองค์เป็นกษัตริย์พระองค์ต่อไป พระองค์ทรงปฏิเสธอ้างว่าพระองค์ยังทรงพระเยาว์

และขาดประสบการณ์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พลิกผัน แปรเปลี่ยน สภาวะ เจ้าฟ้า ประชาธิปก ก่อนเป็น รัชกาลที่ 7

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...