โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ทภ.2 สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังมีการปะทะกันต่อเนื่อง ยัน ไทยใช้สิทธิในการป้องกันตนเองตามกฎหมายระหว่างประเทศ ปฏิบัติการทั้งหมดเป็นการป้องกันตนเอง

สวพ.FM91

อัพเดต 22 ธ.ค. 2568 เวลา 03.50 น. • เผยแพร่ 22 ธ.ค. 2568 เวลา 03.50 น.

กองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา วันที่ 21 ธ.ค. พื้นที่ ผามออีแดง-ห้วยตามาเรีย-ภูมะเขือ ยังคงมีการปะทะกันตลอดทั้งวันด้วยอาวุธประจำกายและอาวุธหนัก ไทย ย้ำ โบราณสถานไม่ใช่สนามรบ ยืนยัน ไทยใช้สิทธิในการป้องกันตนเองตามกฎหมายระหว่างประเทศ ปฏิบัติการทั้งหมดเป็นการป้องกันตนเอง

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 22 ธันวาคม 2568 กองทัพภาคที่ 2 รายงานสรุปสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ประจำวันที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมา ระบุว่า ตลอดทั้งวันยังคงเกิดการปะทะด้วยอาวุธหนัก โดยเฉพาะการใช้ปืนใหญ่และเครื่องยิงลูกระเบิดอย่างหนาแน่น ในพื้นที่ผามออีแดงและภูมะเขือ

รายงานระบุว่า ฝ่ายไทยยังสามารถคุมจังหวะการยิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความแม่นยำสูง และมีการรวมอำนาจการยิงเข้าสู่พื้นที่เป้าหมายหลายครั้ง รวมถึงการใช้โดรนทิ้งระเบิดโจมตีที่ตั้งฝ่ายตรงข้ามจนเกิดความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่ฝ่ายกัมพูชามีการใช้รถถังยิงตอบโต้ในช่วงค่ำ แต่ยังไม่สามารถผลักดันแนวรบได้สำเร็จ โดยสถานการณ์ในพื้นที่ช่องอานม้า–ช่องบกยังคงปกติ สะท้อนถึงข้อจำกัดในการขยายสมรภูมิในหลายแนวพร้อมกันของฝ่ายตรงข้าม

อุบลราชธานี พื้นที่ช่องบกพบการยิงอาวุธประจำกายเป็นระยะ ลักษณะยิงตรวจแนว ขณะที่พื้นที่ช่องอานม้า ฝ่ายกัมพูชาถอนกำลังไปตั้งแนวรับที่สอง ห่างจากพื้นที่สู้รบราว 10 กิโลเมตร และใช้โดรนบินตรวจการณ์ฝ่ายไทย

ศรีสะเกษ พื้นที่ซำแต–โดนตรวล–ภูผี–สัตตะโสม–พนมประสิทธิโส–ช่องตาเฒ่า ถือเป็นพื้นที่ที่มีการยิงปืนใหญ่และปืนครกตอบโต้กันรุนแรงที่สุด ฝ่ายกัมพูชายิงกดดันเป็นระยะ โดยเฉพาะบริเวณเขาสัตตะโสมและภูผี ขณะที่ฝ่ายไทยยิงตอบโต้ไปยังจุดตรวจพบการยิงหลายครั้ง พร้อมใช้โดรนทิ้งระเบิดทำลายที่ตั้งฝ่ายตรงข้ามจนได้รับความเสียหายหนัก

บริเวณผามออีแดง–ห้วยตามาเรีย ทั้งสองฝ่ายปะทะกันตลอดทั้งวันด้วยอาวุธประจำกายและปืนค. ส่วนพื้นที่ภูมะเขือ–ช่องโดนเอาว์–พลาญยาว–พลาญหินแปดก้อน มีการยิงประปราย โดยฝ่ายกัมพูชายังคงเฝ้าตรวจและยิงกดดันเป็นระยะ

สุรินทร์ พื้นที่ช่องจอม–ช่องเปรอ–ช่องระยี รวมถึงพื้นที่คนา ฝ่ายไทยสถาปนาที่หมายและตรึงกำลังอย่างต่อเนื่อง โดยพื้นที่คนา ฝ่ายกัมพูชาใช้รถถังยิงเข้ามาในฝั่งไทย แต่ไม่เกิดความสูญเสีย

พื้นที่ตาควาย ฝ่ายไทยสามารถยึดที่หมายเนิน 350 และตั้งฐานที่มั่นได้สำเร็จ ระหว่างการใช้รถ JCB เคลียร์พื้นที่ รถเหยียบกับระเบิดทำให้ยางล้อหน้าเสียหาย แต่กำลังพลปลอดภัย ต่อมาพบการยิงจากฝ่ายกัมพูชามายังยอดเนิน และในช่วงเย็นตรวจพบการเคลื่อนยานรบ จึงใช้ปืนยิงสกัดไว้

ขณะที่พื้นที่ช่องกร่าง และตาเมือนธม ฝ่ายไทยตรึงกำลังตลอดแนว โดยพื้นที่ตาเมือนธม ฝ่ายกัมพูชายิงจรวด BM-21 มายังด้านทิศใต้ของปราสาทตาเมือน

บุรีรัมย์ พื้นที่ช่องสายตะกู ทั้งสองฝ่ายยังคงตรึงกำลังเผชิญหน้ากันตลอดแนว

นอกจากนี้ ในพื้นที่ส่วนหลัง จังหวัดสุรินทร์ ตรวจพบจรวด BM-21 จำนวน 4 ลูก ตกในพื้นที่ทิศใต้บ้านหนองจูบ หมู่ 2 ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก เบื้องต้นยังไม่พบรายงานความเสียหายหรือการสูญเสีย

กองทัพภาคที่ 2 เน้นย้ำว่า โบราณสถานไม่ใช่สนามรบ การนำพื้นที่โบราณสถานไปใช้ติดตั้งอาวุธ กล้องตรวจการณ์ หรือระบบต่อต้านโดรน ถือเป็นการละเมิดหลักสากลที่ทุกประเทศต้องเคารพ

ฝ่ายไทยยืนยันสิทธิในการป้องกันตนเองตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยการปฏิบัติการทั้งหมดเป็นไปเพื่อการป้องกันตนเองโดยชอบ หลังมีหลักฐานชัดเจนว่ามีการใช้พื้นที่โบราณสถานเป็นฐานปฏิบัติการทางทหารและเป็นจุดโจมตีเข้ามาในฝั่งไทย พร้อมย้ำยึดหลักความจำเป็น ความได้สัดส่วน และมุ่งรักษาสันติภาพตามแนวชายแดน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...