โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“โตโยต้า” ยอดขายเดือน ต.ค.พุ่งทำสถิติ 1 ล้านคัน สหรัฐหนุนแรง ชดเชยยอดวูบในจีน-ญี่ปุ่น

การเงินธนาคาร

อัพเดต 27 พ.ย. 2568 เวลา 14.55 น. • เผยแพร่ 27 พ.ย. 2568 เวลา 07.55 น.

“โตโยต้า” ยอดขายเดือน ต.ค.พุ่งทำสถิติ 1 ล้านคัน ตลาดสหรัฐโตแรง พยุงผลกระทบจากยอดขายที่ร่วงในจีน-ญี่ปุ่น พร้อมเตือนภาษีสหรัฐยังฉุดกำไรหลายแสนล้านเยน

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.11 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ยอดขายของ Toyota Motor Corp. เพิ่มขึ้นในเดือนตุลาคม 2568 โดยความต้องการในสหรัฐช่วยชดเชยการชะลอตัวในจีนและญี่ปุ่น สะท้อนความแข็งแกร่งของค่ายรถญี่ปุ่นแม้ต้องเผชิญภาษีนำเข้า เนื่องจากความต้องการที่ยังร้อนแรงสำหรับ RAV4 ซึ่งเป็นรถครอสโอเวอร์ยอดขายอันดับหนึ่ง และรุ่นอื่น ๆ

โตโยต้า ระบุเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ยอดขายทั่วโลก รวมถึงยอดขายจากบริษัทในเครืออย่าง Daihatsu Motor Co. และ Hino Motors Ltd. เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อนหน้าแตะ 1 ล้านคัน ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดสำหรับเดือนตุลาคม ยอดขายรถ Toyota และ Lexus ในสหรัฐเพิ่มขึ้น 12% แต่ลดลง 6.6% ในจีน และลดลง 4.2% ในญี่ปุ่น

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าบริษัทญี่ปุ่นรายใหญ่ที่สุดกำลังพึ่งพาตลาดอเมริกาเหนือมากขึ้น แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์จากญี่ปุ่น ขณะเดียวกันยังชี้ให้เห็นถึงแรงเสียดทานเชิงภูมิรัฐศาสตร์กับจีนที่อาจปรับโครงสร้างยอดขายทั่วโลกของโตโยต้า หลังจากซาเนะ ทากาอิจิ นายกฯ ญี่ปุ่น แสดงท่าทีเกี่ยวกับไต้หวัน ทำให้จีนใช้มาตรการตอบโต้ทางการทูตและเศรษฐกิจในเดือนนี้

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา โตโยต้าปรับเพิ่มประมาณการกำไรจากการดำเนินงานประจำปี แม้คาดว่าจะได้รับผลกระทบ 1.4 ล้านล้านเยนต่อกำไรสุทธิจากภาษีนำเข้ารถยนต์ 15% ของทรัมป์ ก่อนหน้านี้บริษัทเพิ่งปรับลดประมาณการในเดือนสิงหาคม ปัจจุบันโตโยต้าคาดว่ากำไรในปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนมีนาคมจะอยู่ที่ 3.4 ล้านล้านเยน

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) เพิ่มขึ้น 74% จากปีก่อนหน้า แตะ 18,322 คันทั่วโลก โดยตัวเลขของโตโยต้าสะท้อนว่าบริษัทยังคงทิ้งห่างคู่แข่งในญี่ปุ่นอย่างมาก ยอดขายของ Honda Motor Co. หดตัวเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน ลดลง 5.6% ในเดือนตุลาคม เหลือ 292,319 คัน โดยส่วนใหญ่เป็นผลจากยอดขายในจีนที่ร่วงแรงถึง 20% เนื่องจากผู้บริโภคชาวจีนหันไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ท้องถิ่นแทนรถญี่ปุ่น

ขณะที่การผลิตในโรงงานฮอนด้าในอเมริกาเหนือก็ลดลงเช่นกัน เนื่องจากการระงับการส่งมอบชิปจาก Nexperia บริษัทผู้ผลิตชิปสัญชาติเนเธอร์แลนด์ที่ถูกซื้อกิจการโดย Wingtech Technology Co. ของจีน ยอดการผลิตในอเมริกาเหนือเดือนตุลาคมลดลง 14% เหลือ 134,454 คัน

เมื่อต้นปีนี้ รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ใช้อำนาจกำกับดูแลพิเศษกับ Nexperia เพื่อปกป้องเทคโนโลยีสำคัญ โดยให้เหตุผลว่าพฤติกรรมของ Wingtech อาจกระทบความสามารถของบริษัท Nexperia เป็นผู้ผลิตรายสุดท้ายที่ยังมีศักยภาพการผลิตชิปแบบ legacy ในยุโรป ซึ่งมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมยานยนต์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ผู้บริโภค

ฝั่ง Nissan Motor Co. มียอดขายลดลง 4.8% เหลือ 258,517 คันในเดือนตุลาคม โดยยอดขายในสหรัฐที่ลดลง 14% ฉุดภาพรวม แม้ยอดขายในจีนจะเพิ่มขึ้น 11%

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...