คืบหน้าก่อสร้าง “โรงพยาบาลสระบุรีแห่งที่ 2” พระราชวัชรญาณรังสี เมตตาบริจาค 3 ล้านบาท
ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลสระบุรีแห่งที่ 2 เดินหน้าไปอีกขั้น เมื่อเร็วๆนี้ นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี มอบหมายให้นายเลิศชัย สกลเสาวภาคย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี พร้อมด้วยนายวิบูลย์ สุขอนันต์ธรรม ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ นายแพทย์ธนกร ศรัญภิญโญ นายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดสระบุรี แพทย์หญิงภาวิณี เอี่ยมจันทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสระบุรี นายอุดร สาระคม และนายสายชล เพยาว์น้อย ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ พร้อมคณะ เดินทางเข้ากราบนมัสการพระราชวัชรญาณรังษี เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี (ธ) เจ้าอาวาสวัดพุทธแสงธรรม
คณะได้กราบเรียนถึงวัตถุประสงค์ร่วมกันของหลายภาคส่วนที่เห็นตรงกันว่า สระบุรีควรมีโรงพยาบาลแห่งใหม่เพิ่มขึ้น เนื่องจากโรงพยาบาลสระบุรีเดิมมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ ไม่สามารถขยายอาคารหรือก่อสร้างส่วนบริการเพิ่มเติมได้ โดยเฉพาะปัญหาที่จอดรถไม่เพียงพอ อีกทั้งจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ในโอกาสนี้ คณะผู้แทนจังหวัดได้ขอรับบริจาคสมทบทุนเพื่อการก่อสร้างห้องฉุกเฉิน (อุบัติเหตุ) ของโรงพยาบาลแห่งใหม่ ซึ่งพระราชวัชรญาณรังษีได้เมตตาบริจาคปัจจัยจำนวน 3 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการ
อนึ่งการประชุมก่อนหน้านี้ ที่ห้องปฏิบัติราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ในที่ประชุมมีความเห็นให้ใช้พื้นที่ของกรมธนรักษ์ บริเวณ”เขาตะกร้า” อำเภอเมืองสระบุรี เป็นสถานที่ก่อสร้าง แต่เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าว อาจไม่เหมาะสมต่อการออกแบบอาคารสถานพยาบาลขนาดใหญ่และอาจก่อให้เกิดความยุ่งยากในหลายด้าน
อย่างไรก็ตาม เมื่อได้หารือถึงปัญหาพื้นที่ก่อสร้าง พระราชวัชรญาณรังษีได้พิจารณาและตระหนักถึงอุปสรรค จึงเมตตาเสนอ มอบที่ดินจำนวนกว่า 88 ไร่ 3 งาน ในพื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ราบและพื้นที่กว้างกว่าเขาตะกร้า เหมาะสมต่อการก่อสร้างโรงพยาบาล และอยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง
ภายหลังการสนทนา ท่านพระราชวัชรญาณรังษีได้เมตตานำรองผู้ว่าราชการจังหวัดและคณะเดินทางไปสำรวจพื้นที่จริงทันที สร้างความพึงพอใจแก่คณะผู้ผลักดันโครงการอย่างยิ่ง ถือเป็นพัฒนาการสำคัญที่สะท้อนถึงเมตตาธรรมและความห่วงใยที่ท่านมีต่อประชาชนชาวสระบุรี
การบริจาคปัจจัย 3 ล้านบาท พร้อมทั้งมอบที่ดินกว่า 88 ไร่ในครั้งนี้ นับเป็นนิมิตรหมายอันดีที่ช่วยขับเคลื่อนการก่อสร้าง “โรงพยาบาลสระบุรีแห่งที่ 2” ให้ใกล้ความจริงมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการยกระดับบริการทางการแพทย์ให้แก่ประชาชนในจังหวัดสระบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงต่อไป