'ครูกายแก้ว' : สิ่งศักดิ์สิทธิ์ฝั่งไหน และเรามีที่พึ่งทางใจแบบไหนกันอยู่ ?
ภาพไวรัลรถพ่วงบรรทุกรูปปั้นรูปร่างมนุษย์สีดำไซส์ใหญ่ติดคานสะพานลอย ทำให้ถนนรัชดาภิเษกขาเข้าติดยาวถึงสะพานพระราม 7 ทางออกคือต้องปล่อยลมยาวรถบรรทุกเพื่อให้ลอดใต้สะพานลอยไปได้ และทำให้เกิดการเคลื่อนตัวบนถนนได้ดีขึ้น
รูปปั้นดังกล่าวนั้นคือ 'ครูกายแก้ว' เดินทางจากโรงหล่อ จังหวัดราชบุรี เพื่อไปส่งที่โรงแรมแยกรัชดา-ลาดพร้าว
'ครูกายแก้ว' หรือ 'พ่อใหญ่ บรมครูผู้เรืองเวทย์' มีลักษณะจากรูปปั้นคือผู้บำเพ็ญนั่งขัดสมาธิ กึ่งมนุษย์ กึ่งนก มีปีกด้านหลัง มีเขี้ยวสีทองคล้ายนกการเวก (สัตว์โบราณในป่าหิมพานต์) เล็บยาว ตาสีแดง
มีประวัติที่ถูกเล่าสืบต่อกันมาหลายร้อยปีคือ มีพระธุดงค์รูปหนึ่งเดินทางไปทำสมาธิที่ปราสาทนครวัด นครธม ประเทศกัมพูชา และในระหว่างการเดินทางกลับ ได้ผ่านจังหวัดลำปางและพบกับ อาจารย์ถวิล มิลินทจินดา จึงได้มอบองค์ครูกายแก้วขนาด 2 นิ้วให้
อาจารย์ถวิลบูชาองค์ครูกายแก้ว จนเริ่มมีชื่อเสียงเงินทองเพิ่มขึ้น และได้มอบองค์ครูกายแก้วให้ อาจารย์สุชาติ รัตนสุข จากนั้นอาจารย์สุชาติจึงได้วาดภาพครูกายแก้วจากจินตนาการและหล่อรูปองค์ครูขนาดใหญ่กว่า 2 นิ้วขึ้น เป็นลักษณะคล้ายคนแก่ยืนอยู่เพื่อบูชา
ผู้ที่เคารพบูชาเชื่อว่า องค์ครูกายแก้ว ช่วยเรื่องความสำเร็จ เงินทองไหลมาเทมา และด้วยลักษณะที่คล้ายกับนกการเวก สัตว์จากป่าหิมพานต์ที่มีเสียงไพเราะเสนาะหู จึงเชื่อว่าจะช่วยเรื่องการเจรจาค้าขาย และขายของได้กำไรดี
แต่แม้จะมีผู้บูชากราบไหว้ ครูกายแก้วกลับไม่ได้เป็นที่รู้จักในหมู่มากจนกระทั่งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา หลายคนสังเกตว่าลักษณะรูปเคารพของครูกายแก้วคล้ายอสูรมากกว่าเทพ จึงเกิดเป็นการตั้งคำถามว่า ควรกราบไหว้หรือไม่ ?
วันที่ 13 สิงหาคม ในพิธีบวงสรวงเบิกเนตร ครูกายแก้ว ที่แยกรัชดา-ลาดพร้าว มีผู้มาร่วมพิธีจำนวนมาก ในขณะทำพิธีเกิดฝนตกหนักและมีลมกระโชกแรง ชาวโซเชียลส่วนหนึ่งมองว่าคล้ายอาเพศ
ครูกายแก้วถูกมองจากคนกลุ่มหนึ่งว่า เป็นไสยศาสตร์สายดำจากเขมร และในขณะที่กลุ่มที่นับถือครูกายแก้วชี้แจงว่าเคารพบูชาครูกายแก้วมาหลายปี และไม่เคยมีสิ่งที่ไม่ดีเกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
ส่วนทางศาสตรจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ แสดงความเห็นต่อข้อความ 'ครูกายแก้วเป็นครูบาอาจารย์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7' ว่าไม่เคยเห็นหลักฐานยืนยันได้แน่นอน แม้การเคารพบูชาจะไม่ผิดกฎหมาย แต่แสดงถึงความไม่มั่นคงทางจิตใจของคนในสังคม การบูชารูปปั้นลักษณะนี้ไม่น่าจะเป็นสวัสดิมงคล และเกรงว่าจะตรงข้ามด้วยซ้ำ
ไกด์ท่านหนึ่งได้แสดงความเห็นถึงรูปปั้นครูกายแก้วว่าลักษณะคล้ายกับ ภาพแกะสลักที่ นครวัด ทางระเบียงด้านทิศเหนือฝั่งตะวันออก ซึ่งเป็นเรื่องราวของ พระกฤษณะปราบท้าวพาณอสูร โดยเป็นรูปท้าวพาณอสูร ไปเข้าเฝ้าพระศิวะบนยอดเขาไกรลาส ซึ่งแกะสลักเมื่อช่วงปี พ.ศ. 2106 ที่ผ่านมาเท่านั้น
ทาง หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ ได้เผยว่าตนเองไม่ขัดความเชื่อของใคร แต่อยากให้ศึกษาสิ่งที่เคารพกราบไหว้บูชาให้ลึกซึ้งเสียก่อน จากที่หลักฐานที่อ้างอิงได้ พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 นับถือ 2 สิ่ง คือ ปรัชญาปารมิตา และ พระไภษัชยคุรุ พระหมอยาที่มีตัวตนจริงและเคารพนับถือกันมาตั้งแต่พระเจ้าชัยวรมันที่ 5 ซึ่งเป็นทางพุทธทั้งหมด
สรุปได้ว่าความเชื่อของผู้คนในสังคมไทยค่อนข้างหลากหลาย การกราบไหว้บูชารูปเคารพคน ๆ หนึ่ง อาจมีเหตุผลที่ไม่จำเป็นต้องอธิบายออกมาให้เกิดความเข้าใจ ตราบใดที่ความเชื่อนั้นไม่ได้ไปขัดขวางความเชื่ออื่น ๆ จนเกิดความขัดแย้ง หรือส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิตประจำวันของคน ๆ นั้น
การเคารพในความแตกต่างนี้เป็นส่วนหนึ่งของการยอมรับว่ามนุษย์ที่ถึงจะอยู่รวมกันมีที่มาที่นำไปสู่ความเชื่อที่ไม่เหมือนกัน และการมีที่พึ่งทางใจยังคงเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยหรืออาจจะทั่วโลกก็เป็นไปได้เช่นกัน