ข้าทะลุมิติมาเป็นนางร้ายที่เลี้ยงบุตรสาวเพียงลำพัง
ข้อมูลเบื้องต้น
หว่านไฉ่หนิง หญิงสาวผู้ชื่นชอบนิยายจีนโบราณ ข้ามมิติย้อนเวลา จนวันหนึ่งเธออ่านนิยายเรื่องนางร้ายไม่เป็นที่รัก แล้วเจ็บใจที่พระเอกเอาแต่ตั้งแง่ ทั้งที่นางร้ายนั้นไม่ควรร้ายเลยสักนิด หากพระเอกสนใจนาง ทั้งที่แต่งงานกับนางเข้าจวน แต่เชื่อนางเอกที่เป็นแม่ดอกบัวขาวจนทำให้นางต้องทุกข์ระทม
สุดท้ายแม่สามีก็ขับไล่ พร้อมทั้งกดดันให้นางและลูกสาว หว่านยู่ถิง ที่เป็นเด็กน้อยลูกพี่สาวที่นางรับเลี้ยงมาตั้งแต่เล็กออกมาท่ามกลางอากาศเหน็บหนาว พร้อมกับเงินสินเดิมที่ร่อยหรอเต็มที
“ต้านแม่…ฮึก…ตื่นสิต้านแม่…ยู่ถิงจะเป็นเด็กดี…ต้านย่าจะต้องให้อภัยยู่ถิง ยู่ถิงจะไปคุกเข่าหน้าประตูจวนจนกว่าต้านย่าจะเปิดประตู”
เสียงเด็กสาววัยสามหนาวร่ำร้องจนตาบวมแดง ต้านแม่นางโดนทำโทษพระนางแอบเข้าไปขโมยผลผูเถ้าของท่านย่า จึงทำให้โกรธหนักแล้วโบยท่านแม่ เด็กน้อยที่ไม่รู้ว่าตอนนี้ตนเองได้ไร้ที่ซุกหัวนอนแล้วปลุกท่านแม่ให้ตื่นขึ้นหลังจากโดนโบย
ใช่…นางเจ็บปวดแทบลืมตาไม่ขึ้น แต่ปากก็ยังขยับพูดออกมาได้อยู่ คำแรกที่ถามออกไป…
“ข้าอยู่ที่ไหน”
“ต้านแม่…ต้านย่าไล่พวกเราออกมา…ข้าจะไปขอร้องต้านย่า” ยู่ถิงรู้ว่าตัวเองทำให้ต้านแม่เดือดร้อน เพราะนางอยากกินของที่ไม่ควรกิน
“ต้านแม่? ต้านย่า?” “ไฉ่หนิงขมวดคิวพร้อมกับความทรงจำที่หลังไหลเข้าหัวสมองของนาง และเสียงลูกสาวที่นั่งคุกเข่าอยู่หน้าประตูด้วยความน่าสงสาร
“ข้าคือไห่มีเฟิงงั้นเหรอ”
แนวทะลุมิติมีระบบช่วยเหลือ
หากท่านใดไม่ชื่นชอบเพียงแต่กดออก ไม่ควรเม้นทำร้ายจิตใจนักเขียน
หากใครที่ประเภทแบบ รู้สึกว่าไม่ดีพอรบกวนเชิญไปอ่านเรื่องที่ชอบนะคะ
นักเขียนไม่ได้บังคับขู่เข็นบีบคอมาอ่านเนอะ
กราบขอบพระคุณที่เข้าอ่านนะคะ
ข้ามมิติมาไร้ที่ซุกหัวนอน
ดวงตาที่พร่าเลือนทั้งมึนงง และเจ็บปวดที่หลังทำให้หว่านไฉ่หนิงหลับตาตั้งสติชั่วครู่ ความทรงจำในร่างนี้ไหลเข้าหัวอย่างต่อเนื่อง จนเมื่อนางตั้งสติได้จึงลุกขึ้นมา และรับรู้ว่าตัวเองเป็นสะใภ้ตัวร้ายในนิยายเรื่องนางร้ายไม่เป็นที่รัก ที่แม่สามีรังแกกันมากนัก และเชื่อแม่นางดอกบัวขาว
ซูหลันฮวา ทั้งเป่าหูสามีเฉินเฟยอี้ เป็นประจำ
ตั้งแต่แต่งงานสามีนางก็ออกไปรบเป็นหัวหน้านาย
กอง ในกองทัพของอ๋องโหยวหลุนเปียวของรัฐเว่ย นางจึงต้องทนอยู่กับแม่สามีที่ไม่ใช่แม่แท้ ๆ กดขี่ไม่พอยังทำร้ายหว่านยู่ถิงลูกสาวบุญธรรม ที่นางรับมาเป็นลูกของตนตั้งแต่เด็ก เพราะพี่สาวที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกันเสียชีวิตไปก่อน
นางถูกส่งมาให้แต่งงานเพราะสัญญาระหว่างตระกูลเฉิน กับตระกูลไห่ ซึ่งแม่เฒ่าไห่หลานส่งนางมาแต่งเข้าตระกูลเฉิน เนื่องจากคิดว่าจะช่วยเหลือจุนเจือครอบครัวได้ เพราะว่าเฉินเฟยอี้ลูกชายคนโตของตระกูลนั้นเป็นถึงหัวหน้านายกองในกองทัพของชินอ๋อง
แต่ทว่ากลับไม่ได้เป็นอย่างที่ใจคิด เพราะนอกจากเฉินเฟยอี้จะไม่ได้ไยดีนางแล้ว กลับปล่อยให้แม่เลี้ยงของเขาโขกสับ แล้วตัวเองเอาแต่รับราชการทหารไม่ได้สนใจภรรยา
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ นางก็ควรจะเลี้ยงดูบุตรสาวของนางเพียงลำพังไม่ง้อสามีผู้นั้นอีกต่อไป
“หว่านยู่ถิง!” เสียงนางแหบเล็กน้อยเรียกบุตรสาวบุญธรรมหนึ่งคำ เมื่อเด็กสาวเอาแต่คุกเข่าอยู่ประตูบ้านเฉิน ทั้งใช้มือเล็ก ๆ เคาะจนแดงไปหมด ดวงหน้าแดงก่ำจากการร้องไห้ ทำให้นางนึกสงสารยิ่งนัก
แต่ที่แปลกใจก็คือ ยู่ถิงแซ่เดียวกับนางในโลกปัจจุบัน หรือว่านางกับยู่ถิงจะเกี่ยวข้องกันบางประการนะ อันนี้เป็นเรื่องที่ค่อยคิดทีหลัง ตอนนี้อากาศเย็นนัก อยากหาที่พักนอนและทายาที่หลังเสียก่อน
“ต้านแม่…ฮึก…ยู่ถิงกำลัง…ฮึก…กำลังเรียกต้านย่า” เด็กน้อยร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียจนนางอดสงสารไม่ได้ แม่สามีร้ายกาจขนาดผลักไสนางให้ออกมาเผชิญความเหน็บหนาวกับลูกสาวเพียงสองคนเชียวหรือ ใจร้ายเกินไปหน่อยแล้ว นางเอื้อมไปเก็บข้าวของ แล้วก็มีเสียงแจ้งเตือนบางอย่างขึ้นในหู
ระบบแมวผู้ช่วยตี๊ด…ตี๊ด…เมี้ยว!
[ท่านย้อนเวลามาในอดีตกับในระบบแมวผู้ช่วยสกิลขั้นเทพ…ตี๊ด ตี๊ด…
ท่านต้องการซื้อสิ่งใดหรือไม่ ในระบบมีเริ่มต้นให้ 50 ตำลึงทอง] เมี้ยว!
หว่านไฉ่หนิงประหลาดใจกับหน้าจอโฮโลแกรมที่ขึ้นมาเหมือนจอในหนังมาร์เวลเรื่องไอรอนแมน ที่เป็นคอมพิวเตอร์ผู้ช่วยของเธออีกที
[ระบบแมวผู้ช่วยยินดีต้อนรับทาสคนใหม่] เมี้ยว!
คำต่อมารู้สึกตงิดเล็กน้อย กับการยินดีต้อนรับทาสคนใหม่ แม้ว่าจะชอบเก็บแมวมาเลี้ยงแต่เธอก็ไม่ใช่ทาสแมวนะ…เอ้…หรือว่าเป็นนะ!
ภายในระบบมีร้านค้าออนไลน์เหมือนเซเว่นไม่มีผิด เธอเลือกซื้อยาแก้อักเสบ ยาแก้ปวด และเครื่องทำแผลทั้งหมดออกมา แล้วก็มีช่องเก็บของที่ค่อนข้างใหญ่ทีเดียว นางเอาเก็บไว้แล้วก็ไปซื้อพวกอาหารน้ำไว้ ในห้องเก็บของคาดว่าคืนนี้สองแม่ลูกคงจะลำบากหาที่หลับนอนแล้ว
นางตรวจดูของตัวเองแล้วก็พบกล่องเงินมีอยู่ราว ๆ 20 ตำลึงเงิน แต่ไม่รู้ว่าเงินของโลกนิยายนี้ใช้กันยังไง ค่าที่พักโรงเตี้ยมเท่าไหร่ นางเอาของตัวเองทั้งหมดที่ถูกโยนออกมาเก็บใส่ช่องเก็บของ เอายาแก้ปวดกับแก้อักเสบกิน แล้วก็เดินไปจูงมือลูกสาวบุญธรรม ให้เลิกพยายามเสียเถิด แม่ผัวใจร้ายแบบนี้นางไม่ขอทน
“ยู่ถิง เจ้าไปกับแม่เถิดแม่จะพาเจ้าไปอยู่ที่อื่น”
“ที่ใดเจ้าคะต้านแม่”
“บ้านใหม่ของพวกเรา” เด็กน้อยเลิกร้องไห้เอียงคอมองมารดาอย่างสงสัย ยู่ถิงเท่าที่จำได้ก็มีแต่บ้านหลังนี้ มีต้านย่าใจร้าย กับต้านพ่อที่ไม่ไยดีนาง ทั้งที่นางอยากให้ต้านพ่อกอดนาง แต่สาวใช้ในบ้านเฉินบอกว่า ท่านพ่อไม่ใช่พ่อของนาง และต้านแม่เก็บนางมาเลี้ยง นางร้องไห้อยู่นานแต่ต้านแม่ก็แก้ว่าไม่จริงคนเหล่านั้นโกหก
“คืนนี้เราไปพักโรงเตี้ยมกันก่อน พรุ่งนี้แม่จะพาเจ้าไปหาบ้านใหม่ของพวกเรา”
[ตี๊ด…ตี๊ด…แจ้งเตือน…ช่วยเหลือเด็กอย่างเมตตาได้รับเหรียญเพิ่ม10 เหรียญ ครบร้อยเหรีญปลดล็อกฟังชันก์ถัดไป] เมี้ยว!
แค่เมตตาเด็กได้รับเหรียญสำหรับปลดล็อคสกิลงั้นเหรอ โอ้โหนี่มันสกิลขั้นเทพเลยนะเนี่ย หากนางทำดีเรื่อย ๆ ช่วยเหลือผู้อื่นนางจะได้รับเพิ่มใช่หรือไม่ แค่คิดนางก็รู้สึกตื่นเต้นแล้ว
“ข้าวของของยู่ถิงและต้านแม่ล่ะ” เด็กน้อยมองอย่างสงสัย เมื่อกี้มันยังอยู่เต็มไปหมด เหตุใดตอนนี้หายไปแล้วล่ะ
“แม่เก็บมาหมดแล้ว ไปกันเถอะ เดี๋ยวแม่จะเอาข้าวให้ยู่ถิงกินด้วยดีหรือไม่”
“ข้าว…ข้าวเหรอต้านแม่…ยู่ถิงมีสิทธิ์ได้กินข้าวตอนเย็นด้วยเหรอ”
แค่ได้ฟังคำพูดของเด็กไห่มี่เฟิ่งก็รู้สึกว่า โลกอดีตนี่ช่างยากจนค้นแค้นนัก ขนาดข้าวตอนเย็นยังไม่มีโอกาสได้กินเชียวหรือ คำที่ว่ามีผัวคนจีน สะใภ้ต้องตื่นก่อนนอนทีหลังคงจะเป็นจริง กับข้าวก็ต้องกินเหลือ ๆ จากพ่อแม่สามี
เห้อ…บุญท่วมหัวที่นางไม่ต้องมาตอนแต่งเข้าจวนเฉิน มาตอนไล่ออกก็ดี มีระบบผู้ช่วยที่นางเป็นทาสคนใหม่ก็ดีเหมือนกัน คิดว่าคงจะไม่ลำบากนัก
“เจ้ากำลังจะเติบโตเหตุใดจะกินข้าวไม่ได้เล่า ย่อมต้องกินได้สิ ต่อไปแม่จะทำข้าวให้เจ้ากินอิ่มสามมื้อไปเลย”
เด็กน้อยตาโตไม่คิดว่าการที่โดนไล่ออกจากตระกูลจะเป็นเรื่องที่ดีเพียงนี้ ขนาดเนื้อหมูหนึ่งเดือนจะได้กินสักครั้ง นี่ต้านแม่นางจะให้กินข้าวสามมื้อ ราวกับเป็นความฝันของเด็กน้อย นางแอบไปขโมยผลผูเถาของต้านย่าก็เพราะว่าหิวจนทนไม่ไหว
“แม่ย่อมเลี้ยงเจ้าให้ได้ดี แล้วก็มีบ้านหลังใหญ่ ให้เจ้าได้เรียนหนังสือด้วย” ต่อให้ลูกสาวของนางเป็นสตรีไห่มี่เฟิ่งก็จะให้นางได้มีความรู้ อ่านเขียนออก โตไปจะได้ไม่ต้องโดนแม่สามีข่มเหงรังแก สมัยอดีตมีเถ้าแก่เนี้ยผู้หญิงถมไป
สองแม่ลูกเดินมาถึงโรงเตี้ยมในช่วงดึกแล้ว แต่ยังดีที่มีห้องว่าง นางเลือกเช่าห้องหนึ่งห้องที่มีห้องให้อาบน้ำด้วย นางอยากล้างแผลที่หลังจากโดนโบย แม้ราคาห้องจะสูงถึง 1 ตำลึงเงิน นางก็ยอมจ่ายไว้ค่อยหาวิธีหาเงินใหม่
ยาในระบบผู้ช่วยนั้นดียิ่ง นางไม่รู้สึกเจ็บปวด แต่ทว่ารอยแผลพวกนี้ต้องได้รับการทายาที่ถูกต้องไม่เช่นนั้นจะเป็นแผลเป็น
“ยู่ถิง…แม่จะอาบน้ำให้เจ้า” น้ำในห้องน้ำเป็นน้ำอุ่นนับว่าดียิ่ง แต่เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้ว นางก็หยิบอาหารในช่องเก็บของมาวางให้ยู่ถิงได้กิน อันแรกเป็นซาลาเปาไส้หมูสับ กับขนมจีบที่มีขายในร้านสะดวกซื้อดัง แล้วก็ตามด้วยข้าวแบบง่าย ๆ อุ่นพร้อมทาน และใส่จานในโลกอดีตนี้เพื่อกันเด็กน้อยสงสัย
[ท่านใช้เงินไป 1 ตำลึงทองแล้ว…เหลือเงินในระบบ 49 ตำลึงทอง หากจะหาเพิ่มเพียงนำของมาขายยังร้านค้าระบบแมวผู้ช่วย] เมี้ยว!
นางได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจยิ่ง นำของมาขายในร้านค้า เช่นนั้นนางต้องหาสิ่งใดทำสักอย่าง…
‘โลกอดีตนี่คงไม่พ้นเลี้ยงหมูปลูกผักหรอกกระมัง’
คิดได้ดังนั้นก็ซื้อเมล็ดผักที่ปลูกง่าย ๆ แล้วก็ปุ๋ยเร่งสูตรพิเศษที่มีในร้านค้าออนไลน์ของระบบไว้ เนื่องจากลดราคาพิเศษ
“ต้านแม่…อร่อย…ยู่ถิงชอบ” เด็กน้อยยิ้มตาหยีให้กับผู้เป็นแม่ที่รักนางที่สุด ไม่ว่านางจะทำอะไรผิดต้านแม่ก็ไม่เคยดุเลยสักครั้ง
“อร่อยก็กินเยอะ ๆ ยู่ถิงลูกแม่” หว่านไฉ่หนิงในร่างไห่มี่เฟิ่ง ลูบหัวลูกสาวอย่างเอ็นดู บางทีนางก็คิดว่าที่ย้อนกลับมาก็เพื่อจะมาเลี้ยงเด็กน้อยคนนี้หรือเปล่า ทั้งแซ่ก็เหมือนกัน บางทีแม่ของนางอาจจะเป็นห่วงแล้วให้นางมาเกิดเพื่อดูแลลูกแทนตัวเองที่ตายไปกระมัง
‘ไห่มี่เฟิ่งเป็นนางร้ายแต่สู้แม่สามีไม่ได้สินะ’
หึ…สมัยนางจากมาเขาไม่สู้กันด้วยแรงหรอกเสียมือ เขาแข่งกันว่าใครรวยกว่ากัน ชูหลันฮวาเหรอ ตระกูลเฉินเหรอ คอยดูว่าข้าไห่มี่เฟิ่งผู้จะร่ำรวยกว่าพวกท่าน
ฝากเอ็นดูหว่านยู่ถิงกับไห่มี่เฟิ่งด้วยนะคะ
ตอนแรกว่าจะอัพเดือนกรกฎาแต่ว่าอัพเลยดีกว่า นักเขียนใจร้อน
อันนี้เขียนไปอัพไปค่ะ ยังไม่มีสต็อกแต่จะพยายามมาให้ได้ทุกวัน วันละ 1 ตอน
เวลาดี 18: 00 น เจอกันค่ะ
เกล็ดเล็กเกล็ดน้อย…
1 ตำลึงทอง = 10 ตำลึงเงิน
1 ตำลึงเงิน = 1 ก้วนเหรียญทองแดง
1 ก้วน = 1000 เหวิน (อีแปะ) ซึ่งเป็นเหรียญทองแดงผสม
สรุปคือ 1000 เหวิน = 1 ก้วน = 1 ตำลึงเงิน
หาที่อยู่ใหม่
หลังจากทานอาหารเสร็จแล้ว มี่เฟิ่งก็หยิบยาทาสมานแผลโดยหยิบอุปกรณ์ออกมาวาง หว่านยู่ถิงมองมารดาหยิบโน้นหยิบนี่ออกมาล้วนเป็นสิ่งที่นางไม่เคยเห็นทั้งสิ้น ด้วยความอยากรู้ก็อดที่จะถามไม่ได้
“ต้านแม่…ต้านแม่หยิบอันใดออกมา” ยู่ถิงเอียงคอเดินเข้ามามองใกล้ ๆ อย่างใคร่รู้ หน้าตามันประหลาดนัก มีไม้ที่เหลาเป็นก้านยาว ๆ ม้วนด้วยฝ้ายสีขาวนั่นอีก
“นี่เขาเรียกว่ายาสมานแผล ยู่ถิงช่วยแม่ใส่ยาหน่อยได้หรือไม่” ตอนนี้มีด้วยกันสองคนกับลูกสาว เห็นทีจะให้ลูกสาวช่วยแล้ว
“ได้สิเจ้าคะยู่ถิงช่วยต้านแม่เอง” เด็กน้อยถือก้านสำลีที่ไห่มี่เฟิ่งชุบยาเบต้าดีนแล้วก็ให้นางทาบริเวณแผลที่โดนโบย
“ต้านแม่…ต้านแม่เจ็บหรือไม่ฮึก!…ยู่ถิงซนไปขโมยผูเถาต้านย่า ต้านแม่จึงต้องโดนลงโทษ ฮึก!” เด็กน้อยสะอื้นไห้ปาดน้ำตาไปก็ใส่ยาให้มารดาไปด้วย ทำเอามี่เฟิ่งอดสงสารไม่ได้ เด็กน้อยตัวแค่นี้ถูกเลี้ยงดูมาอย่างอดอยากขนาดต้องขโมยของกินเชียวหรือ
“แม่ไม่เจ็บหรอก ต่อไปถ้าหิวเจ้าก็บอกแม่ อยากกินอันใดก็บอกแม่ แม่จะหาให้เจ้ากินเอง” นางยิ้มให้กับลูกสาว แม้ความจำเดิมจะบอกว่าไม่ใช่บุตรแท้ ๆ เพราะว่านางยังไม่ได้เข้าหอกับเฉินเฟยอี้ด้วยซ้ำ เขาแต่งงานแล้วก็ไปทำงานอยู่ค่ายทหาร ไม่ได้กลับบ้านมาร่วมสองหนาว ตอนนางแต่งเข้ามาหว่านยู่ถิงอายุได้หนึ่งหนาวแล้ว และเขาก็ไม่ได้ยินดียินร้ายที่นางรับเลี้ยงบุตรสาวผู้อื่น เพราะเด็กน้อยไม่มีใครจริง ๆ
นางไม่รู้ว่าเขาโกรธเจ้าของร่างด้วยเรื่องนี้หรือไม่ถึงไม่ยินยอมเข้าหอ หรือมีเหตุผลใดก็ไม่อาจรู้ได้ เรียกได้ว่านางร้ายต้องต่อสู้กับแม่เลี้ยงของสามีที่ร้ายกาจกว่าตั้งสองปี นับว่านานทีเดียว แต่เป็นนางน่ะหรือ วันเดียวก็ไม่คิดอดทน เหตุใดต้องทนมือเท้าก็มีเท่ากัน ตบมาตบกลับนั่นแหละถึงจะเป็นนาง
ไม่รู้ว่านี่นางร้ายจริงหรือเปล่า ไม่ร้ายเหมือนพี่กิ๊กสุวัจนีเลยให้ตายสิ!
บางทีนางต่างหากที่ร้าย นางร้ายอาจจะเป็นนางเอกก็ได้ใครจะรู้
หลังจากทายาแล้วนางก็ให้ลูกสาวนอนข้างในส่วนนางนอนข้างนอกแล้วกอดนางไว้อีกที เด็กน้อยนอนหลับปุ๋ยอย่างมีความสุขเป็นคืนแรกหลังจากทุกข์ทรมานในบ้านสามีมานาน
แต่ไห่มี่เฟิ่งสินอนไม่หลับ นางเปิดระบบแมวผู้ช่วยขึ้น แล้วหน้าโฮโลแกรมก็ฉายออกมา
[สวัสดีทาสผู้ซื่อสัตย์ นี่คือระบบแมวผู้ช่วยยินดีต้อนรับ มีอะไรให้รับใช้หรือไม่] เมี้ยว!
“….” อะไรก็ดีอยู่หรอก แต่ข้อความต้อนรับนี่ขัดใจนัก
โอเค๊!…ทาสก็ทาส
นางใช้นิ้วเลื่อนดูเหมือนโทรศัพท์แบบทัชกรีนยี่ห้อส้มที่วางจำหน่ายทีไรต้องจองคิวนานทุกที ปาดนิ้วขึ้นลงไปเลื่อนซ้ายขวา แล้วดูช่องเก็บของ
นางพบว่าเงินตำลึงที่ใช้ในโลกนี้ก็อยู่ในช่องเก็บเงินเหมือนก็เป๋าเงินเช่นเดียวกัน เวลาจะช้อปปิงก็แค่กดสั่งสินะ เหมือนได้ช้อปปิงออนไลน์เลย
เลื่อนดูในช่องเก็บของมีชั้นวางเป็นระเบียบแยกชัดเจนว่าช่องใส่อาหาร ช่องใส่เมล็ดผัก และช่องเก็บอื่น ๆ ทั้งมีตู้ฟรีซสำหรับแช่อาหารสดด้วย
ว้าว!
น่าตื่นเต้นยิ่งนัก ราวกับหลุดมาอยู่ในโลกที่โคตรล้ำนำเทคโนโลยีไปเลย
ขณะที่กำลังดูอะไรเพลิน ๆ นั้นก็คิดไปด้วยว่าตัวเองจะทำอะไรดี
[ระบบแมวผู้ช่วยสามารถทำความดี เพิ่มเหรียญสำหรับปลดล็อกฟังก์ชัน หากท่านต้องการปลดล็อกฟังชันก์อื่นกรุณาทำความดีเพิ่ม]
ราวกับอีระบบแมวผู้ช่วยนี้อ่านใจนางได้ พูดในสิ่งที่อยากรู้พอดิบพอดี
ทำความดีเพิ่มเหรอ ความดีก็ช่วยเหลือคน ต่อไปคงต้องยุ่งกับคนมากมายสินะ เช่นนั้นก็ช่วยไม่ได้ แล้วนางก็ปิดระบบแมวผู้ช่วยนอนพักเอาแรงเพื่อไปหาที่อยู่ใหม่
‘คืนนี้เป็นคืนแรกที่นางจะหลับในโลกนิยายที่ตัวเองย้อนมาเป็นนางร้ายแล้วเลี้ยงบุตรสาวบุญธรรม หากจะกลับโลกปัจจุบันต้องใช้ชีวิตเดินเรื่องให้จบหรือเปล่านะ’
เมื่อคิดถึงตรงนี้ดวงตาของนางก็ปรือเต็มที่พร้อมกับหลับลงไป
เช้าวันถัดมา ข่าวที่สะใภ้เฉินไล่ลูกสะใภ้ให้นอนข้างถนนกระจายไปทั่ว โดยลุงกู้ผู้คอยขับเกวียนวัวมาส่งของที่บ้านเฉินสั่งซื้อเป็นประจำเป็นคนโพนทะนา ลุงกู้นั้นเอ็นดูยู่ถิง มักจะมีขนมน้ำตาลปั้นมาฝากอยู่เสมอ แม้ว่าจะอยู่ในตระกูลที่ค่อนข้างมีฐานะในเมืองเขื่อชิน แต่ความร้ายกาจของแม่สามีบ้านนี้นั้นเป็นที่โจษจันนัก
เฉินเฟยหงที่กลับจากเมืองหลวงได้ยินเข้าก็เรียกภรรยาไปสอบสวนทันที เพราะชื่อเสียงตระกูลเฉินตอนนี้ปี้ป่นไปหมดแล้ว
“เสี่ยวหร่านเจ้าทำอันใดใช้หัวนิ้วโป้งเท้าคิดหรือ รู้หรือไม่การแต่งงานของเฟยอี้กับมี่เฟิ่งเป็นสัญญาของสองตระกูล เจ้าทำเยี่ยงนี้ข้าจะเอาหน้าที่ไหนไปพบผู้เฒ่าไห่หลาน!”
ปึ่ง!
เสียงทุบโต๊ะในห้องโถงดังขึ้น เฉินเฟยอี้โกรธหนัก เอาความกับภรรยาที่ไว้ใจให้ดูแลจวนก็ไม่ได้
“ท่านพี่อย่าเพิ่งโกรธไปเลยเจ้าค่ะ ป้ายสีว่านังสะใภ้นั่นคบชู้ก็สิ้นเรื่อง แล้วเราก็เลี้ยงหลานที่ไม่ใช่เชื้อสายอยู่ทำอันใด อีกอย่างเฟยอี้ก็ไม่ได้กลับมาที่บ้านนานแล้ว ไปรบทัพไม่แน่ว่ารบชนะจะได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง ถึงเวลานั้นเราให้ซูหลันฮวาแต่งเข้าเป็นสะใภ้ใหญ่มิดีกว่าหรอกหรือท่านพี่ นอกจากนางจะร่ำรวยแล้ว ยังเป็นหน้าให้ตระกูลของเราในอนาคต บ้านนางจะได้ช่วยผลักดันลูกชายอีกแรง”
เผิงเสี่ยวหร่านละโมบมาก ต่อให้มีเงินทองมากมายอยู่แล้วก็ยังอยากมีเพิ่มขึ้นไม่มีหยุด และนั่นอาจจะนำมาซึ่งความซวยก็เป็นได้
“ความคิดต่ำตมนัก คิดหวังพึ่งพาบ้านสะใภ้ ลูกชายเจ้าเล่าไปเสียที่ไหน พี่ชายรับราชการทหาร ส่วนลูกของเจ้านอนตื่นสายงั้นสิ แล้วหวังให้ร่ำรวย เหอะ!”
เฉินเฟยหงนั้นมีลูกกับเผิงเสี่ยวหร่าน สองคนด้วยกัน บุตรชายนามว่า เฟยหวง ส่วนบุตรสาวนามว่าเฟยเทียน ทั้งคู่ล้วนถูกเลี้ยงอย่างตามใจ ขี้เกียจสันหลังยาวทั้งคู่ อีกคนก็วัย 18 ปีแล้ว ส่วนอีกคนก็เลยวัยปักปิ่น แต่ไม่คิดช่วยตระกูลทำสิ่งใด นอกจากเที่ยวเตร่ใช้เงินสิ้นเปลืองไปวัน ๆ ส่วนเฟยอี้นั้นส่งเงินกลับบ้านเพื่อเลี้ยงดูภรรยาก็ไม่เคยมีเงินตกถึงมือ ต้องชักสินเดิมออกมาใช้จ่ายจนใกล้จะหมดเต็มที
“ไปตามนางกลับมา” เฟยหงประกาศกร้าวไม่ว่าอย่างไรสะใภ้ใหญ่ต้องเป็นไห่มี่เฟิ่งเท่านั้น ผู้อื่นเขาไม่ยอมรับ
“ท่านพี่ทำเช่นนั้นได้เช่นไรกันเจ้าคะ ไล่ก็ไล่แล้วข้าไม่ยอมรับสะใภ้ปากดีผู้นั้นมาตีฝีปากแข่งกับข้าด้วยหรอก สะใภ้ข้าต้องซูหลันฮวาเท่านั้น” เผิงเสี่ยวหร่านก็แข็งเช่นกัน นางไม่ยอมลดตัวไปงอนง้อสะใภ้ไม่คู่ควรผู้นั้นเด็ดขาด
“อยากได้ผู้อื่นเจ้าก็ให้ลูกชายเจ้าแต่ง นั่นลูกชายข้ากับอดีตฮูหยิน” เฉินเฟยหงไม่เคยโกรธจัดเท่านี้มาก่อน ภรรยาที่กล้าต่อปากับสามีมันน่าปลดนัก แต่ว่าเขาก็ชราวัยแล้วหากปลดตอนนี้จะเป็นที่ครหา ทั้งชื่อเสียงของลูกชายคนโตจะแปดเปื้อนในการรับราชการทหารอีกด้วย
“ท่านพี่ก็ไปง้อนางเองข้ามิไป”
เผิงเสี่ยวหร่านไม่ใช่แค่ไล่ออกไป ยังโบยนางอีกด้วย ที่จริงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น นางไม่ต้องทำให้ใหญ่โต เพียงแต่หาโอกาสไล่นางออกไป เพื่อจะได้ทาบทามซูหลันฮวามาเป็นสะใภ้นางจะได้มีหน้ามีตามากขึ้นไปอีก
เฉินเฟยหงเมื่อรับมือกับภรรยาไม่ได้ก็รู้สึกปวดขมับจึงเรียกให้พ่อบ้านไปตามหมอมา จากเมืองหลวงมาแคว้นเว่ย เพียงครึ่งวันก็จริง แต่สภาพอากาศที่ต่างกันสุดขั้วทำให้เขาป่วยได้ง่าย เรื่องที่กลับไปตามสะใภ้จึงเอาไว้ก่อน
มี่เฟิ่งตื่นขึ้นมาอาบน้ำแล้วก็ปลุกลูกสาวให้ตื่นเช่นกัน นางหัดให้ยู่ถิงแปรงฟัน ที่ซื้อมาจากร้านค้าออนไลน์อีกด้วย ฟันของนางจะได้ไม่ผุ
ยู่ถิงเห็นท่านแม่เอาของแปลก ๆ ออกมาให้นางทำโน้นทำนี่นางก็ไม่ได้ขัดข้องแม้จะแปลก ๆ ไปบ้างแต่ว่ามันก็ดีมากเช่นเดียวกัน
เมื่อนางอาบน้ำเสร็จก็เห็นว่าโจ๊กที่มีหมูสับปั้นก้อนลอยลูกโต ๆ หลายลูกก็ตาลุกวาว นางไม่เคยได้กินของอร่อยเช่นนี้นัก เนื้อได้กินก็แค่เศษเนื้อ และนั่งมองท่านย่าท่านปู่ท่านน้าทั้งสองกินแต่ของอร่อย ส่วนนางกับแม่ต้องกินทีหลังและกินในครัวอีกด้วย
“นะ…นี่…โจ๊กใช่หรือไม่ต้านแม่” เมื่อมองดี ๆ มันไม่ใช่มีแค่โจ๊กข้าวสีขาวข้นเท่านั้น ยังมีไข่ลอยอยู่ข้างบนดูน่ากินยิ่งนัก
“ใช่แล้วยู่ถิงของแม่ มาแต่งตัวกันเถิดแม่เอาชุดใหม่มาให้เจ้าด้วย” นางชอบลูกสาวและอยากแต่งตัวให้กับยู่ถิง จึงซื้อชุดจีนโบราณของเด็กที่เข้ากับสมัยนี้มาหนึ่งชุดแล้วก็รวบผมเป็นก้อนซาลาเปาสองข้างรัดด้วยหนังยางแบบปัจจุบันแต่ซ่อนไว้ในผมอีกทีเพื่อไม่ให้ใครเห็นแล้วผูกทับด้วยริบบิ้นสีฟ้าสวยสดใส
แล้วก็มานั่งป้อนข้าวให้ลูกสาวเพราะกลัวจะทำหกเลอะเสื้อผ้า
“วันนี้เราจะไปบ้านใหม่กัน” นางไม่รู้ว่าบ้านใหม่อยู่ที่ไหนหรอก แต่เดี๋ยวลงไปด้านล่างก็น่าจะพอหาทางออกได้
หลังจากเก็บของเข้าช่องเก็บของ และถือเพียงห่อผ้าออกมาเพื่อกันคนสงสัย ขณะยืนอยู่หน้าโรงเตี้ยมชั่วครู่นางหันซ้ายแลขวา มองดูแล้วที่นี่คือตัวเมืองเขื่อชิน บ้านแม่ผัวอยู่แถวนี้ดังนั้นนางจะไม่อยู่เป็นหอกข้างแค่แถวนี้แน่ นางต้องไปให้ไกลจากที่นี่หน่อย
แต่ขณะที่กำลังเคว้งอยู่นั้นเสียงหนึ่งก็เรียกนางและลูกสาว
“มี่เฟิ่ง ยู่ถิง…โอ้ขอบคุณสวรรค์พวกเจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่” ลุงกู้ผู้ขับเกวียนวัวผ่านหน้าโรงเตี้ยมเห็นสองแม่ลูกยืนหันรีหันขวางจึงรีบเรียกทันที
“ต้านลุงกู้…ยู่ถิงอยู่นี่เจ้าค่ะ…มีน้ำตาลปั้นให้ยู่ถิงหรือไม่” เด็กน้อยมักจะทักท่านลุงกู้ของนางเช่นนี้เป็นประจำ รอยยิ้มของลุงกู้เบิกบานทันทีเมื่อเห็นว่านางทวงขนม แล้วเขาก็หยิบน้ำตาลปั้นในห่อกระดาษส่งให้กับยู่ถิง เด็กน้อยรับมาถือไว้และกินมันอย่างเอร็ดอร่อย
“คารวะท่านลุงกู้ ท่านรู้ได้อย่างไรว่าพวกเราอยู่ที่นี่”ความทรงจำร่างเดิมบอกมี่เฟิ่งว่าผู้นี่น่าจะเป็นคนที่ช่วยเหลือนางได้ เพราะค่อนข้างใจดีกับนางและลูกสาวนัก
“ข้าไปส่งของที่จวนเฉิน แล้วก็รับรู้จากบ่าวรับใช้ ได้ยินว่าเจ้าโดนโบยด้วยใช่หรือไม่ เป็นเช่นไรบ้าง” ลุงกู้ห่วงแม่ลูกสองคนนี้นัก สามีต้องไปรับราชการทหารโดนแม่สามีกดขี่อยู่สองปีเต็มแล้ว ใจจริงก็อยากให้นางออกไปจากบ้านนั้นเสีย แต่นอกจากหย่าขาด อื่นใดก็ไร้หนทาง ได้ยินว่าโดนไล่ออกจากจวนแล้วก็ตามหาเผื่อจะช่วยเหลือสิ่งใดได้บ้าง
“ขอบคุณที่เป็นห่วงเจ้าค่ะ ข้ามิเป็นอันใดมากนัก ท่านลุงกู้พอจะพาข้ากับลูกไปหาบ้านเช่าหรือมีบ้านให้ซื้อหรือไม่ ข้าอยากหาที่อยู่ใหม่” ไห่มี่เฟิ่งบอกความประสงค์ของนางกับท่านลุงกู้ทันที
“ข้าอยู่หมู่บ้านธารน้ำใส ในหมู่บ้านมีลำธารไหลผ่านด้านหลังเป็นภูเขา ห่างจากตัวเมือง 1 ชั่วยาม เจ้าอยากไปอยู่ที่นั่นหรือไม่ ตอนนี้หัวหน้าหมู่บ้านบอกว่ามีบ้านของเศรษฐีว่างอยู่หลังหนึ่ง ราคาค่อนข้างแพง แต่มีพื้นที่ 5 หมู่มีลำธารด้านหลังไม่ต้องเดินหาบน้ำให้เหนื่อย หากเจ้าชอบ…”
“ชอบเจ้าค่ะ ข้าอยากได้” ดวงตาของไห่มี่เฟิงเป็นประกายทันทีที่ได้รับฟังเรื่องบ้านที่ว่างในหมู่บ้านธารน้ำใสของท่านลุงกู้
“เช่นนั้นก็ไปกันเลย”
มาแล้วเจ้าค่ะ มาลุ้นกันว่าน้องจะได้บ้านใหม่หรือไม่
กราบขอบพระคุณคนที่ติดตามด้วยนะเจ้าคะ
เกล็ดเล็กเกล็ดน้อย
1 หมู่(ไร่จีน) = 166 ตร.ว หรือ 666 ตร.ม
ช่วยคนก่อนค่อยหาบ้าน
ลุงกู้อุ้มยู่ถิงน้อยขึ้นบนเกวียนวัว ส่วนมี่เฟิ่งก้าวขึ้นเองได้โดยไม่ต้องให้ผู้ใดช่วย ความทรงจำในร่างนี้ของนางบอกว่า ท่านลุงกู้รับจ้างพาชาวบ้านมาในเมืองเขื่อชินเพื่อขายของป่าบ้าง ไม่ก็มาติดต่อที่ว่าการเรื่องต่าง ๆ ฉะนั้นหากนางให้ท่านลุงกู้ไปส่งนางที่หมู่บ้านธารน้ำใสตั้งแต่เช้าเช่นนี้ ท่านลุงกู้จะขาดรายได้
“ท่านลุงกู้เจ้าคะ ข้าขอเหมาท่านวันนี้ 1 ตำลึงเงินนะเจ้าค่ะ เพราะท่านลุงกู้ต้องพาข้ากลับไปหมู่บ้านเร็วกว่ากำหนด”
“โอ๊ย…อาเฟิ่งอย่าให้ลุงเยอะเพียงนั้นเลย เจ้าเก็บไว้เถิดลุงไม่ได้ลำบากอะไร เพียงแค่วันนี้กลับเร็วหน่อยก็ดี ยายเฒ่าจะได้เลิกบ่นกลับช้า” ลุงกู้ใจดีกับพวกนางเสมอ เพราะเวลาที่ไปส่งของที่ตระกูลเฉินล้วนไม่เคยให้รางวัลเพิ่ม ทั้งขอลดเป็นประจำ มีเพียงสะใภ้เฉินผู้นี้ที่มีน้ำใจเอาน้ำมาให้ดื่ม เอาของกินแอบมาให้บ้าง ทั้งที่เขาก็รู้ว่าพวกนางก็ลำบากเช่นเดียวกัน แต่พวกนางก็ยังมีน้ำใจ
“รับไว้เถิดเจ้าค่ะ ข้าไม่สบายใจ อีกอย่างข้าคงรบกวนท่านลุงกู้อีกหลายอย่าง” การอยู่ในโลกอดีตที่ไม่มีที่พึ่งพิง สามีไม่อยู่ไปออกรบ หากอยู่ก็ไม่รู้ว่าเขาจะรักใคร่นางหรือไม่ ท่าทีเย็นชาตามที่นางอ่านส่วนของคำโปรยในนิยาย ทำให้นางตั้งแง่ลบให้กับพระเอกเรื่องนี้ไปแล้ว
แต่นางเป็นนางร้ายนี่นา จะได้สมหวังกับพระเอกได้อย่างไรกัน แต่ช่างเถอะใครอยากได้กันแม่ผัวชั่วแบบนั้น ให้ฟรีแถมข้าวสารอีก 100 กระสอบนางก็ไม่เอา แต่งงานไม่ต่างจากตกนรก!
“เช่นนั้นลุงจะรับไว้ หากเจ้าอยากเข้ามาในเมืองเขื่อชินห้ามเจ้าจ่ายให้ลุงอีก เพราะลุงคิดแค่ 3 อีแปะเท่านั้น เจ้าให้ตั้ง 1 ตำลึงเงินนับว่าไปกลับได้หลายเที่ยวนัก” ลุงกู้จำต้องรับเพราะหากไม่รับนางก็จะไม่ยอมอีก ทั้งที่อยากช่วยเหลือนางจริง ๆ
ขณะที่เกวียนวัวของลุงกู้ผ่านตลาด ก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังลั่น ทั้งผู้คนมุงดูจนเกวียนวัวของท่านลุงกู้ผ่านไม่ได้ จึงต้องหยุดเกวียนลงไปดูว่าเกิดอะไรกันขึ้น
“ปล่อย…ปล่อยข้า…ปล่อย” สตรีนางหนึ่งกำลังร่ำไห้โดยมีชายแก่คราวพ่อกำลังฉุดกระชากลากไปตามทาง ชาวบ้านในตลาดต่างมามุงต่อว่าต่อขานชายผู้นั้น
“เจ้าฉุดกระชากลากนางไปทำปู้ยี้ปู้ยำเช่นนี้ ไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมืองเลยงั้นหรือ” ชายผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น
“เกรงกลัวทำไม ในเมื่อแม่ของนางขายให้ข้าแล้ว ข้าจะเอานางไปทำเมียแล้วก็ขายให้บุรุษชำเราต่อ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เสียงชายกักขฬะเอ่ยขึ้น ทำให้สตรีผู้นั้นร่ำร้องหนักกว่าเดิม นางสอดส่ายสายตาไปมามองหาผู้คนที่จะช่วยเหลือนางได้
“ท่านลุง…ท่านป้า…ข้ากราบท่านล่ะ ช่วยข้าด้วย ข้าไม่อยากเป็นเมียชายชั่วผู้นี้”
ฮ่า ฮ่า ฮ่า…!
“เหม่ยเหริน เจ้าควรจะดีใจที่เจ้าจะได้ผัวหลายคนนะ นอกจากข้าแล้วยังมีบุรุษมากมายที่ไปหอนางโลมอีก ฮ่า ฮ่า ฮ่า สวรรค์อยู่ตรงหน้าเหตุใดเจ้าถึงร่ำร้องให้คนช่วย”
ชายผู้นั้นกล่าวด้วยวาจาสกปรกสิ้นดี ชาวบ้านที่เห็นอยากช่วยก็ช่วยไม่ได้ เพราะไม่มีเงินเพียงพอจะซื้อนางต่อ และคิดว่าชายกักขฬะผู้นี้คงเรียกค่าตัวแพงหูฉี่จนไม่อาจจะช่วยเหลือได้
ท่านลุงกู้เห็นแล้วก็อนาถใจ แต่เขาก็ไม่มีกำลังเช่นกัน จึงเดินมาบอกกับมี่เฟิ่งให้รอสักครู่ ประเดี๋ยวคนซาคงจะเดินทางต่อได้
“มีอะไรหรือเจ้าคะท่านลุง” มี่เฟิ่งอยากรู้ว่าชาวบ้านมุงเรื่องอันใดกัน
“หญิงสาวโดนแม่ขายใช้หนี้ เจ้าหนี้จะเอาไปทำเมีย แต่ว่าเด็กสาวผู้นั้นไม่ยินยอมเลยฉุดกระชากลากกันอยู่กลางตลาด เห้อ…น่าสงสารนัก” ลุงกู้พูดออกมาทั้งส่ายหน้าให้กับชะตาของสตรีใบหน้าหมดจรดผู้นั้น
“เหตุใดรุนแรงเยี่ยงนั้นเจ้าคะ” มี่เฟิ่งได้ฟังก็เอามือทาบอก นางจากมาอีกโลก การค้ามนุษย์เช่นนี้ผิดกฎหมาย แต่ในโลกอดีตเช่นนี้ไม่เหมือนกัน แค่คิดก็สงสารผู้หญิงในยุคอดีตแล้ว นางจึงลงเกวียนวัวไปดูที่ชาวบ้านมุง
“ต้านแม่…ต้านจะไปไหนข้าไปด้วย” ยู่ถิงที่นั่งอยู่ในเกวียนวัวเห็นแม่ตัวเองลงจากเกวียนก็ร้องตามทันที
“ยู่ถิงเด็กดีของแม่ อยู่กับท่านลุงกู้สักครู่นะ เดี๋ยวแม่มา” นางไม่อยากเอาลูกสาวไปอยู่ในสังคมที่มีคนความคิดชั่ว ๆ แบบนี้ และการที่ได้เห็นความรุนแรงตั้งแต่เด็กเช่นนั้น มันไม่เริงรมย์นัก เห็นจากที่เด็กน้อยเคยโดนกระทำมาตลอดสองหนาวที่ผ่านมา นางคิดว่ามันมากเกินพอแล้ว
“เจ้าค่ะ ต้านแม่ ยู่ถิงจะเป็นเด็กดี” ยู่ถิงน้อยนั่งกินขนมน้ำตาลปั้นกับต้านลุงกู้ในเกวียนรอต้านแม่กลับมาอย่างว่าง่าย
ไห่มี่เฟิ่งแหวกฝูงชนเข้าไปยังที่ชายกักขฬะนั้นฉุดกระชากลากสตรีแน่งน้อยนางหนึ่งอยู่ ท่าทางหื่นกามทำให้นางอยากหาไม้ฟาดหัวสักทีสองที หากเป็นยุคของนางล่ะก็เจอดีแน่
“นี่ปล่อยนางได้แล้ว” ท่าทางเอาเรื่องของมี่เฟิ่งทำให้ชายคราวพ่อหันมาสนใจนาง มือหยาบกระด้างลูบหนวดเคราอย่างพินิจพิจารณาในเรือนร่างอันเย้ายวนของนาง เห็นแล้วพาลให้เกิดความกำหนัดยิ่ง
“ว่าอย่างไรโฉมสะคราญ เจ้าจะมาขายตัวให้ข้าเหมือนกันงั้นหรือ” ชายผู้มีเงินและหลงตัวเองคิดว่ารูปงามจนสตรีหลงชอบนั้นกล่าวออกมาไม่ดูสารรูปจนไห่มี่เฟิ่งกรอกตาเป็นเลขสามรอบ ให้กับความมั่นหน้ามั่นโหนกของไอ้แก่นี่จริง ๆ
‘เดี๋ยวปั๊ดจัดจระเข้ฟาดหางเสียนี่ คิดว่าเป็นชาอึนอูหรือไง’
“เหอะ…! ท่านกล่าวหนักไปแล้ว ข้าเพียงผ่านทางมาเห็นเสียงเอะอะ คิดว่าสุนัขเรื้อนจับที่ไหนติดสัดเลยลงมาดูเสียหน่อย” นางจีบปากจีบคอฉอดใส่ไม่เกรงกลัวราวกับตัวเองเป็นลูกเจ้าเมืองก็ไม่ปาน ทั้งที่แค่สะใภ้โดนแม่สามีไล่ออกจากบ้าน
แล้วไงใครแคร์!
รู้จักหว่านไฉ่หนิงน้อยไป นางมันแฟนคลับพี่บัวขาวพร้อมแลกหมัดเลยนะบอกไว้ก่อน
แน่นอนว่าในนิยายนางเป็นนางร้าย สกิลปากอย่าได้แพ้นางร้ายที่เคยดูมาในละคร… ‘สู้เขาสิหญิง!’
“นี่เจ้า…ปากหาเรื่อง…อยากโดนตบหรือไง” ชายผู้นั้นเมื่อถูกเปรียบเทียบดังสุนัขเรื้อนจับ จึงปล่อยเหม่ยเหรินแล้วยกมือหมายจะตบหน้าไห่มี่เฟิ่ง ซึ่งนางก็กำหมัดรออยู่แล้ว
แต่ว่ากลับมีมือหนึ่งมาจับไว้
“รังแกสตรีไม่ใช่บุรุษที่ดีกระทำกัน” เสียงเข้มน่ากลัวแฝงด้วยไอสังหารของบุรุษมาใหม่ทำให้เหล่าคนที่มุงดูเกรงกลัวไปตาม ๆ กัน เหม่ยเหรินเองเมื่อมีคนสอดมือมาช่วย นางมองซ้ายก็สตรีใจกล้า มองขวาก็บุรุษน่าเกรงขาม ไม่รู้ว่าชะตากรรมจะเป็นเช่นไร นางจึงเลือกคลานเข้ามากอดสตรีใจกล้าไว้ก่อน อย่างน้อยคงไม่พบเจอกับบุรุษใจทรามอย่างไอ้ชาติชั่วนั่น
ไห่มี่เฟิ่งมองคนที่มาใหม่เป็นบุรุษองอาจร่างสูงราวเกือบเจ็ดฉื่อ (ราว190 cm) ดูสมส่วนเพราะร่างกายที่บึกบึนราวกับชาตินี้ขี้ม้ายิงธนูจับกระบี่วาดฟันศัตรูมาทั้งชาติ ไม่อยากจะคิดว่าภายในกล้ามเนื้อจะเรียกมัดสวยเพียงใด
ใบหน้าหล่อเหล่าสวมชุดสีดำสนิท สีหน้าเยือกเย็นไร้ความรู้สึกไม่รู้ว่าอยู่ในอารมณ์ใด แต่แววตาของเขาดูลึกลับน่าค้นหายิ่งนัก แต่ผิวพรรณนี่สิราวหิมะ ท่าทางน่าจะเป็นคุณชายหรือไม่ก็ผู้สูงศักดิ์คนใดสักคนในแคว้นนี้เป็นแน่
ไห่มี่เฟิงมองบุรุษผู้นั้นอย่างตกตะลึง จนลืมไปแล้วว่าจะมาช่วยคน หากสตรีแน่งน้อยผู้นี้ไม่คลานมากอดขานางไว้
“เจ้า…เจ้าเป็นใคร”
รอยยิ้มเย็นผุดออกจากใบหน้าโยวหวังเหล่ยซื่อจื่อ วันนี้ที่จริงเขาตั้งใจจะกลับไปที่ตำหนักเสด็จพ่อ แต่แวะชมเมืองที่ตลาดเสียก่อน ไม่คิดว่าจะมีเรื่องสนุกให้ลงไปยืดเส้นยืนสาย เขาดูอยู่ครู่หนึ่งแล้ว เพียงแต่รอจังหวะเท่านั้น ไม่คิดว่าจะมีสตรีใจกล้าไม่เกรงกลัวต่อบุรุษบ้ากามตรงหน้า ทั้งยังด่าได้สะใจเขายิ่งนัก จึงยื่นมือเข้าไปช่วย
แต่เมื่อเห็นดวงตาวาววับของนางมองมา เขากลับลมหายใจสะดุด สตรีผู้นี้ใบหน้าพริ้มเพราละมุนละไม เรือนผมดูนุ่มสลวยถูกรวบยกขึ้นแล้วปักปิ่นง่าย ๆ กับชุดที่ไม่งดงามเท่าใดนัก แต่กลับทำให้ตรึงตราตรึงใจกับความงดงามของนางนัก นั่นส่งให้แรงบีบที่มือของเขาหนักขึ้น จนชายผู้นั้นร้องโอดโอย
“คุณชาย…ได้โปรยปล่อยข้าเถิด…ข้ายอมแล้ว” ชายกักขฬะร้องเสียงหลงทำเอาชาวบ้านหัวเราะเยาะ เมื่อกี้ยังตีฝีปากกล้าอยู่เลย เหตุใดตาขาวเสียแล้ว
“ไม่อยากรู้แล้วหรือว่าข้าเป็นใคร?”
“มะ…ไม่…ไม่อยากแล้ว…ปะ…ปล่อยข้าเถิดขอรับคุณชาย” บุรุษเลวทรามพลิกลิ้นเป็นอ่อนหวานราวกับถูกดัดเสียอย่างนั้น ทำให้ไห่มี่เฟิ่งรู้สึกชื่นชมชายหนุ่มตรงหน้ายิ่งนัก
‘เห้อ…เหตุใดนางร้ายอย่างข้าไม่เจอสามีดี ๆ แบบนี้บ้างนะ!’ ได้แต่คิดแล้วก็สงสัย แต่นางเปลี่ยนแปลงอันใดได้เล่า ในเมื่อทะลุมิติมาก็แต่งกับพระเอก อุ่นเตียงก็ยังไม่เคย เรียกได้ว่า นกตั้งแต่อดีตยันปัจจุบันไม่ผิดนัก
โลกที่นางจากมา นางอายุ 29 ปีแล้วแต่ยังไม่เคยสัมผัสคำว่าแฟนเลยสักครั้ง อย่าคิดถึงขั้นแต่งงานเลย
“สตรีผู้นี้เจ้าซื้อมาเท่าไหร่” ชายผู้นั้นถามต่อ
“สะ…สะ…สอง ตำลึงเงินขอรับ” หวังเหล่ยซื่อจื่อล้วงเงินในอกให้ไปสองตำลึงเงิน ชายผู้นั้นรีบรับเอามา
“หนังสือไถ่ถอนเล่า” เขาย่อมทำอะไรให้รอบคอบป้องกันชายผู้นี้ไประรานนางอีก
“นะ นะ นี่ขอรับ” ชายผู้นั้นรีบส่งหนังสือไถ่ถอนทาสให้ทันที แล้ววิ่งหนีไปไม่กล้าอยู่ตรงนี้ต่อ เขาเห็นกระบี่ในมือของชายผู้นั้นแล้ว หากมันออกจากฝักเขากลัวว่าตัวเองจะไม่มีโอกาสได้หายใจอีก ดังนั้นจึงเอาเงินและหนีเอาตัวรอดมาก่อนดีกว่า
“ขอบพระคุณเจ้าค่ะ คุณชาย” เหม่ยเหรินที่ยังอกสั่นขวัญหายกล่าวเสียงเครือ นั่นทำให้ไห่มี่เฟิ่งนึกบางอย่างออก หากปล่อยสตรีแน่งน้อยผู้นี้ไปกับบุรุษอีก นางกลัวจะซ้ำรอยเดิม
“สองตำลึงเงินเจ้าค่ะ ข้าไถ่สตรีคนนี้จากท่าน” ไห่มี่เฟิงยื่นเงินตำลึงให้เขา แต่บุรุษผู้นั้นกลับไม่ยอมรับ
“เจ้าไม่ต้องให้ข้าหรอก เรื่องเล็กน้อย ขอเป็นข้าวที่บ้านเจ้าสักมื้อได้หรือไม่”
ไห่มี่เฟิ่งมองหน้าบุรุษผู้นี้ก็เห็นยันสะดือแล้ว จะบอกว่าต่ำกว่าสะดือไม่ได้ มัน 18 + เขาต้องการจะสานสัมพันธ์กับนางต่อสินะ…แต่แค่ข้าวมื้อเดียวไม่เป็นไรหรอก นางเลี้ยงได้
“ขอบคุณเจ้าค่ะ คุณชาย ข้ากำลังจะไปซื้อบ้านใหม่ ย้ายไปอยู่หมู่บ้านธารน้ำใส…เอ่อ…อยู่ทิศไหนก็ไม่แน่ใจ เอาเป็นว่าข้ายังหาที่อยู่ใหม่ ท่านนามว่าอันใดแล้วจะติดต่อท่านได้ที่ใด ข้าจะได้ส่งจดหมายไปบอกท่านได้ถูก”
ที่นี่ไม่มีจีพีเอส ไม่มีมือถือการติดต่อคงเป็นส่งจดหมาย หรือไม่ก็พิราบสื่อสารกระมัง แต่ว่านางต้องรู้ชื่อเขาก่อน
“เพียงแต่บอกชื่อแซ่ของเจ้าก็พอ หมู่บ้านธารน้ำใสข้าหาไม่ยากนักหรอก” หวังเหล่ยคิดว่า การที่เขาไปหานางย่อมง่ายกว่านางไปหาเขา ดังนั้นการรู้จักชื่อนางย่อมดีกว่า
“ข้าไห่มี่เฟิ่ง อยู่กับบุตรสาวบุญธรรมหว่านยู่ถิง หากท่านไปหาพวกเรา บอกเท่านี้ชาวบ้านน่าจะพอบอกทางท่านได้”
ไห่มี่เฟิ่งบอกอย่างมีไมตรีจิต ในเมื่อเขาช่วยเหลือไม่ให้นางต้องออกแรงเอง เช่นนั้นก็เลี้ยงข้าวเขาสักมื้อก็แล้วกัน
“เช่นนั้นก็ลากันตรงนี้ ไว้ข้าจะไปพบเจ้า”
รอยยิ้มสื่อความหมายผุดจากใบหน้าของซื่อจื่อจน องครักษ์ที่ยืนอยู่ด้านบนมองลงมายังลอบยิ้ม ไม่เคยมีสักครั้งที่ซื่อจื่อจะสนใจสตรี ตอนแรกจะลงไปช่วย เมื่อสตรีงดงามอยู่ด้วยก็ให้เป็นพระเอกไปคนเดียวก็แล้วกัน เขาจะไม่ยุ่ง
“ขอบคุณเจ้าค่ะ คุณชาย ขอบคุณเจ้าค่ะนายหญิง” เหม่ยเหรินคิดว่าตัวเองต้องตกเป็นของชายบ้ากามผู้นี้เสียแล้ว นับว่าสวรรค์ยังเมตตา ส่งคนดีมาช่วยเหลือนางไว้ นางต้องตอบแทนทั้งคู่ให้ดียิ่ง
“ไปเถอะเหม่ยเหริน ไปกัน” ไห่มี่เฟิงจูงมือเด็กสาวมาที่เกวียนวัวของท่านลุงกู้ เมื่อชาวบ้านสลายตัว เส้นทางก็สัญจรได้สะดวกดังเดิม
“อาเฟิ่ง เจ้าช่วยนางมางั้นรึ” ลุงกู้ที่อยู่ดูแลยู่ถิงเห็นนางจูงสตรีนางนั้นมาด้วยก็ตกใจ
“เจ้าค่ะท่านลุงกู้ ข้าเข้าใจความลำบากดี มิสู้ให้นางไปอยู่กับข้าดีกว่าให้อยู่กับบุรุษบ้ากาม ไปเถอะเจ้าฟาดเคราะห์แล้ว ไว้ข้าจะพาไปทำบุญที่อาราม” ไห่มี่เฟิ่งพูดอย่างใจดี
“พี่สาว…พี่สาวชื่ออันใด” ยู่ถิงตื่นเต้นที่บ้านใหม่ของยู่ถิงจะมีพี่สาวด้วย ยู่ถิงจะได้ไม่เหงา
“พี่ชื่อเหม่ยเหริน” นางบอกด้วยรอยยิ้ม เมื่อเห็นทุกคนดีต่อนางความปลื้มปีติก็ทำให้ตัวเองหลั่งน้ำตาออกมา ชีวิตนางเจอแต่เรื่องเลวร้าย พ่อแม่เห็นว่านางเป็นหญิง นอกจากจะใช้ให้ทำงานทุกอย่าง ยังเห็นว่านางเป็นสิ่งของ ขายใช้หนี้อีกด้วย นางชอกช้ำใจนัก แต่กับคนอื่นกลับยื่นน้ำใจให้นางอย่างยินดี ทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน
“ข้าชื่อ มี่เฟิง เรียกข้าอาเฟิ่งเหมือนท่านลุงกู้ก็ได้” มี่เฟิ่งไม่เคยถือตัว นางไม่อยากให้เหม่ยเหรินเรียกนายหญิง มันดูขัดหูชอบกล
“ข้าตั้งใจรับใช้นายหญิงจนตาย ข้าเรียกนายหญิงเหมาะกว่า” เหม่ยเหรินดื้อดึง อย่างไรบุญคุณนี้นางต้องตอบแทนนายหญิงให้ดี
“เอาเถอะ เอาเถอะตามใจเจ้า รีบกลับกันเถิด ข้าอยากเห็นบ้านใหม่ใจจะขาดรอน ๆ ”
ติ๊ด…ติ๊ด…ติ๊ด…! นี่คือเสียงของระบบแมวผู้ช่วย
[ทำความดี ทำความดี ช่วยเหลือคน ได้รับเหรียญทองเพิ่ม 100 เหรียญสามารถปลดล็อกฟังก์ชันถัดไปได้] เหมี้ยว!
เสียงระบบแมวผู้ช่วยแจ้งเตือน ทำให้มี่เฟิ่งเข้าไปในระบบแมวผู้ช่วย แล้วก็โชว์ฟังก์ชันการใช้งาน ทั้งมีของให้เลือกซื้อเพิ่มขึ้น นางเลื่อนไปมา แต่ก็ต้องระวังเพราะพวกเขาไม่เห็นหน้าจอโฮโลแกรมของนาง จึงเลื่อนดูผ่าน ๆ ไว้ค่อยซื้อบ้านเสร็จแล้วจะมาดูเลือกของช้อปปิงอีกที
----------------------------
โย่…และนี่คือเสียงของนักเขียน!!!
เป็นอย่างไรกันบ้างแอบลุ้นกันอยู่ใช่ม๊า!!
มีบุรุษหนุ่มโผล่มาแล้ว…นักอ่านอย่าเพิ่งลงเรือกันนะ
รอให้พระเอกเรามาก่อนค่อยเลือกลงเรือกัน