โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“นกแอร์” Think Big จ่อลงทุน “ศูนย์ซ่อม” 1.4 พันล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 ก.ย 2566 เวลา 10.27 น. • เผยแพร่ 21 ก.ย 2566 เวลา 08.06 น.
วุฒิภูมิ จุฬางกูร

สายการบินนกแอร์มีเครื่องบินประจำการอยู่ 14 ลำ โดยมี 1 ลำอยู่ระหว่างการซ่อมบำรุงจากเหตุที่เชียงราย อีก 3 ลำอยู่ระหว่างซ่อมบำรุงตามวงรอบปกติ ปัจจุบันมีเครื่องบินใช้ปฏิบัติการบิน 9 ลำ จึงจำเป็นต้องเร่งจัดหาเครื่องบินเข้ามาเพิ่มโดยเร็ว

“วุฒิภูมิ จุฬางกูร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้สายการบินอยู่ระหว่างการพิจารณาการลงทุนศูนย์ซ่อมอากาศยาน (Maintenance Repair and Overhaul : MRO) ในประเทศไทย รวมถึงเจรจากับผู้สนใจ

ทั้งนี้ ประเมินว่าจะเป็นโรงเก็บเครื่องบิน 2 โรง แบ่งเป็นโรงใหญ่ 1 โรง สามารถซ่อมเครื่องบินลำตัวแคบได้พร้อมกัน 2 ลำ และโรงเล็กอีก 1 โรง เนื่องจากนกแอร์มีแผนเพิ่มฝูงบินเป็น 22 ลำ ภายในปี 2568 ประกอบกับต้องส่งเครื่องบินไปซ่อมใหญ่ตามวงรอบ การลงทุนสร้าง MRO จะทำให้สายการบินไม่ต้องส่งเครื่องบินไปต่างประเทศ

ลงทุน 1.4 พันล้านบาท

“วุฒิภูมิ” บอกว่า เบื้องต้นบริษัทวางกรอบงบฯการลงทุนที่ 1,400 ล้านบาท โดยการลงทุนนี้เป็นการแยกตั้งบริษัทใหม่ ไม่อยู่ภายใต้แผนฟื้นฟู ทำให้นกแอร์ต้องขอความเห็นชอบจากศาลล้มละลายกลางอีกครั้ง คาดว่าจะมีความชัดเจนในไตรมาส 1/2567เบื้องต้นคาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2569

เพิ่มฝูงบิน 8 ลำภายในปี’67

“วุฒิภูมิ” ยังบอกด้วยว่า ก่อนหน้านี้สายการบินนกแอร์เคยขออนุญาตนำเครื่องบินเข้าประจำการ แต่ใบขออนุญาตได้หมดอายุลง ทำให้ต้องขออนุญาตใหม่อีกครั้ง โดยแผนคือ ต้องการนำเข้าเครื่องบินแบบโบอิ้ง 737-800 Next Generation 8 ลำ เข้ามาตั้งแต่ปลายปี 2566-2567 แบ่งเป็นปลายปี 2566 นี้ 2 ลำ เพื่อให้สอดคล้องกับการผลิตนักบิน และในอนาคตยังเตรียมรับนักบินพาร์ตไทม์เพื่อแก้ไขปัญหานักบิน

และมีแผนจัดหาเครื่องบินโบอิ้ง 737 Max เพิ่มอีก 8 ลำ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาว่าจะรับเครื่องบินเข้ามาเมื่อใด แต่วางค่ามัดจำไปแล้ว และต้องวางคำสั่งซื้อภายในปี 2568

“เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหาในการนำเข้าเครื่องบิน เพราะรัฐบาลชุดใหม่ต้องการเพิ่มซัพพลายภาคการบิน เพิ่มเที่ยวบิน ลดราคาบัตรโดยสาร”

ไม่ทิ้งแผนเครื่องบินเล็ก

ต่อคำถามว่า นกแอร์จะนำเครื่องบินเล็กกลับเข้ามาให้บริการหรือไม่ “วุฒิภูมิ” บอกว่า ประเด็นนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยอาจเป็นเครื่องบินเจ็ตขนาดเล็ก หรือเครื่องบินใบพัด เช่น ATR72-600 และ Q400 สำหรับบินในเมืองรอง เช่น แม่ฮ่องสอน แพร่

ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการสนับสนุนของภาครัฐจะสนับสนุนสายการบินที่ทำการบินเมืองรองหรือไม่ และเชื่อว่าภาครัฐอยู่ระหว่างการศึกษาเช่นกัน

เชื่อครึ่งปีหลังฟื้นต่อเนื่อง

“วุฒิภูมิ” บอกอีกว่า ปัจจุบันปริมาณการผลิตที่นั่งของสายการบินนกแอร์ยังต่ำกว่าก่อนระดับ 2562 เนื่องจากมีจำนวนเครื่องบินประจำการน้อยกว่าก่อนการระบาดของโควิด รวมถึงอัตราการใช้ประโยชน์เครื่องบินอยู่ที่ประมาณ 9-10 ชั่วโมง จากเดิม 11-12 ชั่วโมง แต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สายการบินนกแอร์มีอัตราการบรรทุกเฉลี่ย (load factor) ผู้โดยสารอยู่ที่ประมาณ 75-80%

“ไตรมาส 1/2566 และ 2/2566 สายการบินมีอัตราการบรรทุกผู้โดยสารที่ประมาณ 85% และ 80% ตามลำดับ คาดว่าไตรมาส 3/2566 นกแอร์จะมีอัตราการบรรทุกผู้โดยสารอยู่ที่ 80-85% และเชื่ออัตราการบรรทุกผู้โดยสารน่าจะสูงขึ้นต่อไปอีกในไตรมาส 4/2566”

เพิ่มเที่ยวบิน “จีน-อินเดีย”

สำหรับเส้นทางบินต่างประเทศนั้น “วุฒิภูมิ” ระบุว่า นกแอร์ให้ความสนใจตลาดเส้นทางสู่จีน อินเดีย สิงคโปร์ ส่วนประเทศจีนมี 2 เส้นทาง ได้แก่ หนานหนิง (NNG) และเจิ้งโจว (CGO)

“เชื่อมั่นนโยบายวีซ่าฟรีของรัฐบาลจะช่วยให้อัตราการบรรทุกผู้โดยสารจะดีมากขึ้น และในช่วงวันชาติจีน (1 ตุลาคม) นักท่องเที่ยวก็น่าจะเดินทางเข้าประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ซึ่งต้องติดตามว่าเดือนพฤศจิกายนจะเป็นเช่นไร”

อย่างไรก็ตาม ในปลายปีนี้สายการบินได้เตรียมเพิ่มความถี่เที่ยวบินไปยังไฮเดอราบาด เป็น 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และในอนาคตยังมีแผนเพิ่มเส้นทางบินจีนเป็น 7 เส้นทาง โดยปัจจุบันสายการบินนกแอร์มีสัดส่วนของรายได้และผู้โดยสารจากเส้นทางต่างประเทศอยู่ที่ 5% และหลังการเพิ่มเส้นทางและความถี่มากขึ้น จะทำให้สัดส่วนของเที่ยวบินต่างประเทศขยับเป็น 12%

แก้ปัญหาดีเลย์-มุ่งสู่พรีเมี่ยม

“วุฒิภูมิ” ยังเพิ่มเติมว่า เพื่อลดปัญหาความล่าช้าของเที่ยวบิน นกแอร์ได้สำรองอะไหล่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงมีพันธมิตรกับผู้ให้บริการซ่อมเครื่องบินมากขึ้น และจัดตารางการบินให้เหมาะสม dynamic มากขึ้น ซึ่งจะปรับเปลี่ยนได้ในช่วงตารางการบินฤดูหนาว หรือปลายเดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป

ส่วนแผนการปรับตัวของสายการบินนกแอร์สู่ “พรีเมี่ยมแอร์ไลน์” นั้น สายการบินเตรียมเปิดตัวระบบความบันเทิงบนอากาศยานผ่านการใช้อุปกรณ์ เช่น สมาร์ทโฟนของผู้โดยสาร สตรีมระบบความบันเทิงบนเที่ยวบินได้ฟรี โดยนกแอร์ได้ร่วมมือกับบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ในการช่วยสนับสนุนคอนเทนต์และการโฆษณา

คาดออกแผนฟื้นฟูปี’69

ซีอีโอสายการบินนกแอร์ยังพูดถึงความคืบหน้าของแผนฟื้นฟูด้วยว่า แผนฟื้นฟูไม่มีปัญหาอะไร สัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดคือเงินกู้ของครอบครัว จะชำระในอีกเวลา 2 ปี และในอีก 2 ปีครึ่ง โดยบริษัทจะเพิ่มทุนอีก 4,000 ล้านบาท เพื่อขยายฝูงบิน ซ่อมแซมเครื่องบินที่มีอยู่

ส่วนในปีนี้-ปีหน้า บริษัทจะต้องหาแหล่งทุนอีก 600 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้สำหรับการนำเครื่องบินเข้ามาใหม่ การนำเครื่องบินส่งซ่อม รวมถึงค่าใช้จ่ายบางส่วนของการซ่อมเครื่องบินที่ประสบเหตุที่จังหวัดเชียงราย

โดยคาดว่าในปี 2569 บริษัทจะออกจากแผนฟื้นฟูได้ ซึ่งปัจจุบันทางผู้ถือหุ้นก็สนับสนุนอย่างเต็มที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...