โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

บทวิเคราะห์ : เหตุใดจึงกล่าวว่า “การเผชิญหน้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกาถือเป็นความไม่มั่นคงที่ใหญ่ที่สุด”

China Media Group

อัพเดต 11 ก.ย 2566 เวลา 05.19 น. • เผยแพร่ 11 ก.ย 2566 เวลา 05.19 น.

บทวิเคราะห์ : เหตุใดจึงกล่าวว่า การเผชิญหน้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกาถือเป็นความไม่มั่นคงที่ใหญ่ที่สุด

เมื่อไม่นานมานี้ เอกอัครราชทูตจีนประจำสหรัฐอเมริกาได้ให้มุมมองขณะกล่าวสุนทรพจน์ว่า “การแยกห่วงโซ่อุปทาน”ระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกานั้นเป็นความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุด และการเผชิญหน้าระหว่างทั้งสองประเทศถือเป็นความไม่มั่นคงที่ใหญ่ที่สุด นักสังเกตการณ์เห็นว่าทัศนะดังกล่าวของเอกอัครราชทูตผู้นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญอย่างยิ่งยวดของการรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกาที่มีต่อทั่วโลก

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐอเมริกาประสบความยุ่งยากหลายครั้ง ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองประเทศนับวันทวีความรุนแรงมากขึ้น ในด้านการทหาร กองทัพสหรัฐอเมริกา พร้อมพันธมิตรดำเนินการซ้อมรบใกล้จีนบ่อยครั้ง ในด้านเศรษฐกิจ สหรัฐอเมริกาได้เพิ่มการคว่ำบาตรวิสาหกิจจีนทั้งยังขอให้ประเทศอื่นๆ ทำตามด้วย ในด้านการเมือง สหรัฐอเมริกาได้ตั้ง “พันธมิตรยับยั้งจีน” เช่น กรอบความร่วมมือควอด (Quad)ซึ่งเป็นการผนึกกำลังร่วมกันระหว่างสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น อินเดีย และออสเตรเลียซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “มินินาโตเอเชีย-แปซิฟิก” ฯลฯ สหรัฐอเมริกามีความมุ่งหมายที่จะยับยั้งการผงาดขึ้นของจีนด้วยวิธีการเหล่านี้ ทว่าการเผชิญหน้าไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา หากจีนและสหรัฐอเมริการ่วมมือกันก็จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย แต่หากเผชิญหน้ากันก็จะบาดเจ็บทั้งคู่ มีเพียงทั้งสองฝ่ายต่างแสวงหาจุดร่วมสงวนจุดต่างเท่านั้นจึงจะสามารถบรรลุการอำนวยผลประโยชน์แก่กันและได้ชัยชนะด้วยกันได้ รวมถึงร่วมกันส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และการพัฒนาของโลก ด้วยเหตุปัจจัยดังนี้

ประการแรก ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างจีน-สหรัฐอเมริกามีผลกระทบอย่างมากต่อโลก ปัจจุบันการเติบโตของเศรษฐกิจโลกขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจจีนและสหรัฐอเมริกาเป็นสำคัญ และความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างทั้งสองประเทศก็ส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาของเศรษฐกิจโลกเช่นกัน หากความขัดแย้งและข้อพิพาทระหว่างสองฝ่ายยังคงทวีความรุนแรงมากขึ้น ก็ย่อมจะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกอ่อนแอ ลัทธิกีดกันทางการค้า ประชานิยม และปรากฏการณ์อื่น ๆ ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

ข้อเท็จจริงได้พิสูจน์แล้วว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของจีนและสหรัฐอเมริกาได้หลอมรวมกันอย่างลึกซึ้ง นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2018 เป็นต้นมา แม้ว่าสหรัฐอเมริกาได้เพิ่มอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากจีนอย่างต่อเนื่อง แต่ยอดการค้าระหว่างกันในปี 2022 ก็ยังคงสูงถึงเกือบ 760,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์ “รายงานการส่งออกของสหรัฐฯ ไปยังจีนประจำปี 2023”ที่เผยแพร่โดยสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-จีน (US-China Business Council) แสดงให้เห็นว่า การส่งออกของสหรัฐอเมริกาไปยังจีนได้สร้างงานมากกว่า 1 ล้านตำแหน่งให้กับชาวอเมริกัน มีบริษัทของสหรัฐอเมริกา มากกว่า 70,000 บริษัทที่มาลงทุนและเปิดดำเนินธุรกิจในประเทศจีน และเกือบ 90% มีผลประกอบการที่ได้กำไร บริษัทอเมริกันเหล่านี้ได้สร้างเครือข่ายการผลิตขนาดใหญ่ในจีนและพึ่งพาผู้บริโภคชาวจีนเป็นอย่างมาก นี่คือเหตุผลโดยตรงที่แวดวงอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมของสหรัฐอเมริกาไม่เห็นด้วยกับ“การแยกห่วงโซ่อุปทาน” กับจีน อนึ่ง ผลการสำรวจจากหอการค้าจีนในสหรัฐอเมริกา(Chinese chamber of commerce in U.S.A)ระบุว่า 66% ของบริษัทอเมริกันในจีนจะรักษาไว้หรือเพิ่มการลงทุนในจีนในอีกสองปีข้างหน้า

ประการที่สอง หากมองจากแง่ความมั่นคงของโลก ทั้งจีนและสหรัฐอเมริกาต่างก็เป็นมหาอำนาจนิวเคลียร์ ซึ่งมีผลกระทบสำคัญต่อความมั่นคงและเสถียรภาพของโลก หากความขัดแย้งระหว่างกันยังคงทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ก็ย่อมจะส่งผลกระทบทางลบอย่างร้ายแรงต่อความมั่นคงและเสถียรภาพของทั่วโลกอย่างแน่นอน

ประการที่สาม จีนและสหรัฐอเมริกามีบทบาทสำคัญในด้านธรรมาภิบาลโลก ในฐานะสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ จีนและสหรัฐอเมริกาต่างก็มีเสียงและอิทธิพลที่สำคัญในกิจการระหว่างประเทศ ในฐานะประเทศกำลังพัฒนาและประเทศพัฒนาที่ใหญ่ที่สุดในโลก จีนและสหรัฐอเมริกามีศักยภาพมหาศาลในการร่วมมือ ไม่ว่าในประเด็นระดับโลกต่างๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ธรรมาภิบาลโลก การก่อการร้าย ฯลฯ ความร่วมมือระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกาล้วนมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

ดังที่เอกอัครราชทูตจีนประจำสหรัฐอเมริกากล่าวไว้ โลกปัจจุบันเต็มไปด้วยความวุ่นวายและการเปลี่ยนแปลงที่สลับซับซ้อน การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไม่มั่นคง แต่ละประเทศต่างก็มีปัญหาภายในประเทศ ทุกประเทศต่างอยู่บนเรือลำเดียวกัน มีเพียงแต่ร่วมทุกข์ร่วมสุขและช่วยเหลือซึ่งกันและกันเท่านั้นจึงจะสามารถผ่านพ้นความยากลำบากไปด้วยกันได้ ไม่มีใครสามารถอยู่ได้โดยลำพัง ไม่ว่าใครก็ตามล้วนไม่ควรหวังผลประโยชน์ของตนผ่านการสร้างความเสียหายให้กับผู้อื่น ในฐานะประเทศเศรษฐกิจสองอันดับแรกของโลกและสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ การเผชิญหน้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกามิอาจสร้างสันติภาพและความมั่นคงได้ “การแยกห่วงโซ่อุปทาน”จะนำมาซึ่งการผูกมัดตัวเองเท่านั้น การเป็นปรปักษ์กันระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกาจะไม่มีผู้ชนะ และทั่วโลกก็ไม่อาจรองรับผลที่จะตามมาได้ มีเพียงจีนกับสหรัฐอเมริการ่วมมือกันรับมือกับความท้าทายระดับโลกและมอบดอกผลแห่งสันติภาพและการพัฒนามากยิ่งขึ้นแก่ทั่วโลกเท่านั้น จึงเป็นทางเลือกเดียวที่ถูกต้องสำหรับทั้งสองประเทศ

เขียนโดย ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (CMG)

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...