โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไทยเบฟฯปลื้ม เหล้า-เบียร์ขายดี 9 เดือนกวาด 2.1 แสนล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 ส.ค. 2566 เวลา 11.24 น. • เผยแพร่ 12 ส.ค. 2566 เวลา 05.22 น.

ยักษ์ไทยเบฟฯ ผลประกอบการงวด 9 เดือน ยอดขายโต 3.8% รายได้ทะลุ 2.15 แสนล้าน กวาดกำไร 3.7 หมื่นล้าน เผยเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวฟื้นตัว หนุน “เหล้า-เบียร์” โตต่อเนื่อง โอดต้นทุนการตลาด-วัตถุดิบ การแข่งขัน ตัวแปรทำตัวเลขกำไรลด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการรอบ 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 ต่อตลาดหลักทรัพย์ประเทศสิงคโปร์ ระบุว่า รายได้จากการขายอยู่ที่ 215,893 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยรายได้ในทุกกลุ่มธุรกิจไม่ว่าจะเป็นธุรกิจสุรา ธุรกิจเบียร์ ธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และธุรกิจอาหาร ต่างเติบโตในระดับ 0.7-19.2% เนื่องจากการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม กำไรจากการดำเนินงานของบริษัทก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย หรือ EBITDA ลดลง 3.4% เหลือ 37,765 ล้านบาท เป็นผลจากภาวะต้นทุนที่สูงขึ้น และการลงทุนด้านต่าง ๆ ของแบรนด์

นอกจากนี้ เมื่อแบ่งตามประเภทธุรกิจแล้ว รายได้หลักของไทยเบฟฯยังคงมาจากธุรกิจสุรา และธุรกิจเบียร์ โดยธุรกิจสุราสามารถสร้างรายได้ 93,673 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% จากปีก่อน แม้ปริมาณการขายจะลดลง 3.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนก็ตาม นอกจากนี้ยังสามารถทำอัตรากำไรขั้นต้นได้ดีขึ้นเป็น 25.4% จากอัตรา 24.7% เมื่อปีที่แล้ว ทำให้มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ยฯที่ 23,763 ล้านบาท เติบโต 6.2%

ตร.รายได้ไทยเบฟ

โดยอัตรากำไร ที่เพิ่มขึ้นนี้เกิดจากการปรับราคาจำหน่ายและปรับสัดส่วนสินค้าในพอร์ตโฟลิโอในไทยรองรับกระแสการบริโภคสุราสี ขณะเดียวกันธุรกิจในประเทศอื่นรวมถึงเมียนมาต่างเติบโตทั้งด้านรายได้และกำไรก่อนหักดอกเบี้ย

นอกจากนี้ การรายงานผลประกอบการของบริษัท ไทยเบฟฯยังระบุถึงธุรกิจเบียร์ที่สามารถทำรายได้ 93,626 ล้านบาท เติบโต 0.7% จากปีก่อน ขณะที่ปริมาณการขายลดลง 5.2% อย่างไรก็ตาม การลงทุน และการจัดกิจกรรมการตลาด การแข่งขันที่สูง ร่วมกับราคาวัตถุดิบบางชนิดและบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นทำให้กำไรก่อนดอกเบี้ยฯลดลงถึง 19.8% เหลือ 10,783 ล้านบาท

ด้านธุรกิจกลุ่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์นั้นแม้รายได้จะยังไม่สูงเท่า แต่มีการเติบโตสูงกว่าอย่างชัดเจน โดยธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์มีรายได้ 14,822 ล้านบาท เติบโต 15.6% หลังปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 8.7% ตามการบริโภคที่เพิ่มขึ้น เมื่อรวมกับประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น สามารถชดเชยภาวะต้นทุนวัตถุดิบและการลงทุนด้านต่าง ๆ ได้บางส่วน ช่วยให้กำไรก่อนดอกเบี้ยฯเติบโต 3.3% เป็น 1,773 ล้านบาท

ขณะที่ ธุรกิจอาหาร มีรายได้ 14,296 ล้านบาท เติบโต 19.2% จากการเติบโตของจำนวนลูกค้าที่นั่งทานอาหารในร้านและความพยายามสร้างแบรนด์

อย่างไรก็ตาม การลงทุนกับการเปิดสาขาใหม่ ค่าใช้จ่ายในการบริหารและดำเนินการทำให้ดอกเบี้ยก่อนภาษีฯลดลง 8.4% เหลือ 1,446 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือน (สิ้นสุดมีนาคม 2566) ของไทยเบฟฯ แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น 3.7% เป็น 148,295 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิกลับลดลง 3.2% เหลือ 17,781 ล้านบาท โดยไทยเบฟฯอธิบายว่า รายได้ที่เติบโตจากช่วงเดียวกันของปี 2565 มีสาเหตุหลักมาจากการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในไทยและเวียดนาม มากระตุ้นรายได้จากการขายเบียร์และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ รวมถึงธุรกิจอาหารให้เติบโตขึ้น

ขณะที่ธุรกิจสุรารายได้จากการขายลดลงเล็กน้อย ส่วนการลดลงของกำไรสุทธินั้นมีสาเหตุมาจากต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มสูงขึ้นในหลายธุรกิจ รวมถึงการใช้เม็ดเงินลงทุนด้านการตลาดในช่วงเทศกาล ส่งผลให้กำไรสุทธิของทั้งธุรกิจเบียร์ ธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และธุรกิจอาหารลดลง จนกำไรจากบริษัทย่อยและธุรกิจสุราไม่สามารถชดเชยได้

โดยธุรกิจสุรายังคงทำรายได้สูงสุดในกลุ่มด้วยตัวเลข 65,161 ล้านบาท แม้จะลดลง 0.04% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามด้วยธุรกิจเบียร์การขึ้นราคาสินค้าช่วยให้รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 4% เป็น 64,434 ล้านบาท แม้ปริมาณการขายจะลดลง 2.2% ขณะที่ธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ทำรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 15.1% เป็น 9,439 ล้านบาท หลังปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 7.7% จากดีมานด์การดื่มน้ำเปล่า ชาพร้อมดื่ม และน้ำอัดลมเพิ่มขึ้นหลังผ่านช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 เช่นเดียวกับธุรกิจอาหาร รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 21.8% เป็น 9,365 ล้านบาท สอดคล้องกับกระแสการกลับมาทานอาหารในร้าน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...