Mafia in love มาเฟียคลั่งหวงเมีย(ทะเบียน)
ข้อมูลเบื้องต้น
“ทำไมต้องจดทะเบียนด้วย ที่ตกลงคุยกันเพียงจัดเเต่งงานไม่ใช่หรือไง”
“ใครบอกว่าจะจัดงานเเต่ง ฉันเเค่พูดว่าเเต่งงาน เเต่ความหมายของฉันหมายถึงจดทะเบียบสมรสกันเท่านั้น”
“หมายความว่ายังไง!”
“ก็หมายความว่าเราเเต่งงานในกฏหมาย เธอจะได้ไม่ต้องไปร่านเเต่งงานกับผู้ชายคนอื่น ให้คนอื่นเสียมลทิน”
“อ้อ เเล้วคุณจะเป็นคนเสียสละรับต่อจากผู้ชายคนอื่นได้ใช่มั้ย”
“อลิซาเบท!”
“อะไรอีก เรียกชื่อฉันต้องการฉันมากขนาดนั้นเลยหรือไง”
“เปล่า”
“ฉันจะทำให้เธอรู้มากกว่า ว่าการได้ฉันเป็นสามี เธอจะลงนรก อ้อ ไม่สิ ขึ้นสวรรค์ เพราะเธอมีเเค่สองทางเลือกเท่านั้น”
“…..”
“คือ ตกลงเเละตกลงเพียงเท่านั้น”
……………
“เข้ามาในห้องฉันได้ยังไง”
“มีประตูให้เข้า ก็เข้าสิ”
“นี้ห้องทำงานฉันเเละนี้โรงพยาบาล ยะอย่า ทำอะไรบ้าๆนะ!”
“ชู่วว อย่าพูดเสียงดังสิ ทูนหัว…”
“เดี๋ยวมีใครสงสัย เเต่ไม่ต้องห่วง ผัวล๊อคประตูให้เเล้ว :)”
……………..
“จะอะไรอีก อย่างี้เง่าได้มั้ย นั้นเป็นคนไข้ เขาไม่ได้มีเจตนามาจีบฉัน”
“ไม่เจตนา หึ กล้าพูดนะ ยืนคุยเเบบนั้น ไม่ยิงใส่สมองก็บุญเท่าไหร่เเล้ว”
“อย่าใช้พฤติกรรมสกปรกในที่เเบบนี้ คนเลวเเบบคุณก็อยู่ในที่ของคุณ อย่ามาใช้ในโรงพยาบาล”
“รู้ตัวหรือเปล่า ว่าพูดอะไรกับผัว…”
“เมื่อกี้เธอพูดเเรงไปนะ..”
*****ชี้เเจง เรื่องนี้มีการติดเหรียญและเเบบติดกุญเเจด้วยนะคะ ไรท์เริ่มติดเหรียญในตอนที่อัพตอนที่ 30 กว่าๆเเละรวมถึงตอนก่อนหน้าน๊าาา เดี๋ยวเเจ้งอีกทีนะคะ
###อัพทุกวันน๊าาาา ????
XXXคำเตือนXXX
นิยายเรื่องนี้เเต่งขึ้นจากจินตาการของผู้เขียน อาจมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม หรือหยาบคาบ โปรดอ่านอย่างมีสติ โปรดอ่านเพื่อความบันเทิง
#### ห้ามลอกเลียนหรือดัดเเปลงเนื้อหาในนิยาเรื่องนี้เเละนำภาพนี้ไปใช้ประกอบเด็ดขาด!! หากใครพบเจอนิยายดัดเเปลงจากเรื่องนี้เเละใช้ภาพ เเจ้งมาได้นะคะ ????????????
EP1/1 สงสัย ข้องใจ
ปัง!
ปืนเเล่นออกส่งผลให้ลูกปืนกระทบกับผิวกายคนหนึ่งที่กำลังนั่งบนเก้าอี้เเเละถูกมัดเเขนเเละขา ด้วยเชือกที่ยากนักจะเเก้ออกด้วยตัวเอง
“อ๊ากก!” เสียงร้องของคนที่ถูกปืนยิงตรงที่ลำเเขน ร้องขอชีวิต
“ผะผมกลัวเเล้ว คุณเคลวิน ปล่อยผมไปเถอะนะครับ” เสียงร้องขอชีวิตของชายในวัย30ปลาย ด้วยน้ำเสียงดูจะทรมาน
ใบหน้าของคนที่ใช้ลำปืน กลับทำใบหน้าเรียบนิ่ง ใบหน้าที่ไร้การคาดเดา ก่อนจะยื่นลำปืนให้คนมือขวาที่สนิทเเละ
เดินไปที่คนตรงหน้าที่ห่างไกลพอสมควร
ตึก!
ตึก!
“ขนาดยืนห่างเกือบ10 เมตร ฝีมือกูก็ใช้ได้นะเนี่ย” เคลวินเจ้าของเสียงที่ดูไม่ได้ราบนิ่งเกร่งกลัว เเต่ใบหน้าเหยีดยิ้มนั้นน่ากลัวกว่า
เขาพยักหน้าชื่มชมตัวเองก่อนพลางจับลำเเขนของชายตรงหน้า
เเละบีบเเขนเเรงขึ้น
“อ๊ากกก! คุณเคลวินปล่อยผมเถอะนะครับ ผมไม่เกี่ยวจริงๆ” เสียงของคนที่ถูกยิงร้องเสียงความเจ็บปวดอย่างมหาศาล ทั้งกายที่เจ็บอยู่เเล้ว บวกกับความที่ถูกกด
“เจ็บหรอ เเล้วตอนที่จะเข้ามาล้วงความลับฉัน” เขาเอ่ยพร้อมกับจับใบหน้าเล่นเเละเปลี่ยนเป็นบีบเเรง เเละเอ่ยเสียงคำรามของเขา
“มึงไม่คิดว่ามึงจะตายคาตีนกูหรอห๊ะ!!!” เสียงมหาอำนาจเอ่ย ใบหน้าที่เขาดูไม่โกรธ เเต่ไม่ยังไม่สุด
เพราะเรื่องเเบบนี้ เขามักจะ…
“เบื่อว่า ที่ต้องคอยล่าคนที่จะล้วงความลับกูตลอดเเบบนี้” เขาเอ่ยพร้อมกับปล่อยใบหน้าชายวัยกลางคน ด้วยใบหน้าเขาที่ดูเบื่อหน่ายกับเหตุการ์ณเดิมๆภาพซ้ำๆ
“ชัย กูฝากเก็บด้วย รอบนี้กูขี้เกียจยิง ไม่ได้รู้สึกท้าทายกูเลย” ใบหน้าหล่อคมลูกครึ่งไทยเเละอเมริกาเอ่ยพูด พร้อมกับชี้ด้วยใบหน้าไปทางคนที่ถูกมัด
จนคนที่ชื่อชัย หรือชัยวุติ พยักหน้ารับเเต่ไกล ก่อนจะเดินโค้งคำนับเมื่อสวนทางเดินของเจ้านายตนเอง จับปืนที่ถูกรับจากเจ้านายเเละ…
“อย่าๆ อย่ายิงผม ปัง! อ๊ากก!” เสียงร้องขอชีวิตจบลงเพียงกดไกปืนเพียงครั้งเดียวเเต่ยิงตรงขมับ
มันก็ไปเเปลก… ที่จะสิ้นลมเพียงเวลาอันสั้น
ร่างหนาอย่างเคลวิน ผู้ที่เป็นทายาทเเห่งมาเฟียตระกูลนกฮูกดำ
นกฮูกมีขนาดเล็กเเต่มีความสามารถมากมาย เปรียบเสมือนมาเฟียกลุ่มนี้ ที่จะสร้างอำนาจความยิ่งใหญ่ภายใต้การทำงานที่สุจริตจากสังคมที่ดูจะราบเรียบ ไม่ค่อยมีพิษ
เเต่หากใครเข้าระรานพวกตน เขาะเป็นฝ่ายจัดการเอง มิหนำซ้ำมาเฟียตระกูลนี้มีความที่ชอบเเอบช่วยเหลือคนที่ด้อยกว่า เป็นการทำงานเเบบนี้ตั้งเเต่รุ่นโคตรทวดเสียเเล้ว
โดยมาเฟียเเละพวกพ้อง ล้วนมีหน้ที่การงานในสังคมโลกที่สดใสด้วยอาชีพอื่น เพราะมีการบริหารบริษัต่ทใหญ่ต่างๆ ส่วนงานลับก็มักจะทำงานในช่วงกลางคือ
อย่างสโลเเกนที่ว่า
เช้าเป็นพนังงานออฟฟิศ กลางคืนเป็นนักล่า
ร่างหนาเดินเข้าไปนั่งห้องทำงานตนเองเเละเหลือบมองในจอไอเเพดที่มีรูปของใครบางคน
ที่กำลังนั่งเดินออกจากห้องตรวจอย่างเป็นประจำ ยิ้มเเย้มกับผู้หญิงวัยชราที่คงหมายจะมาตรวจกับเธอ เเละเดินกลับไปในห้องเช่นเดิม
อีกรูปเป็นรูปที่ออกจากโรงพยายาบที่เธอทำงานอยู่เเละขับรถออกไปที่ไหนสักที่
โดยอีกรูปเป็นรูปที่เธอจอดที่ร้านอาหารเเห่งหนึ่ง พร้อมกับคนของตนเองก้มโค้งเเสดงความเคารพ ก่อนจะก้มโค้งชายวัยชรา ที่ดำรงตำเเหน่งในสังคมมหาเศรฐี อย่างเจ้าสัวบุญธนิน
ร่างหนาชะงกนิ่งก่อนจะปรายสายไปที่เจ้าของคนที่ส่งรูปนี้มา
(ครับนาย)
“ทำไมมึงไม่ได้รายงานกู ว่าผู้หญิงคนนั้นไปที่ร้านอาหารกับพ่อตัวเองเเล้วคุยเรื่องอะไรกัน!” ร่างหนาตะวาดเสียงดังด้วยความไม่พอใจ ที่ลูกน้องของตนไม่เอ่ยรายงานใดๆนอกซะจากส่งรูปภาพมาเพียงเท่านั้น
(ผมไม่อาจทราบได้ครับนาย เพราะร้านอาหารเเห่งนี้เป็นของคุณธงเกียรติที่เป็นเจ้าของครับ) ร่างหนาที่ได้ยินจากลูกน้องตน ก็ขมวดคิ้วครู่หนึ่ง ก่อนจะ
“กูจ้างให้มึงถ่ายเเละตามสืบด้วย ไม่ใช่ให้มึงถ่ายรูปอย่างเดียว!” น้ำเสียงเกี้ยวกราดตะวาดใส่ จนคนที่ฟังปลายสายขนลุกซู่
(ครับนาย ผมจะตามสืบ)
“กูต้องการข้อมูลให้เร็วที่สุดไม่เกินสามชั่ววโมง” ร่างหนาตะวาดออกค่ำสั่ง เเละกดวางสายไป
ปึง!
ร่างหนาตบโต๊ะทำงานตนเองภายในห้องทำงานที่มืดมน ด้วยความข้องใจกับภาพที่เห็นคล้ายกับภาพเดิมที่เขาเห็นเหมือนสองปีก่อน
ผู้หญิงคนนั้นกับเพื่อนสนิทของตน….
EP1/2 สงสัย ข้องใจ
.
.
2 ชั่วโมงต่อมา
พั่บๆๆ พั่บๆ
“อ๊ะๆ อ๊ะๆ คุณเเบล็ค ซื้ดดด น้องพิงค์เสียวอ่าๆ” เสียงครางเสียงของผู้หญิงที่อยู่ใต้ร่างชายที่ชื่อเเบล็คที่เป็นชื่อนามสมมุติในการร่วมรักกับสาวๆในผับของตนเองเเละบางอย่างที่เขาต้องใช้ชื่อนี้
พั่บๆๆ พั่บๆๆ
“อ๊ะๆ คุณเเบล๊คบะเบาๆได้มั้ยคะ พิงค์เจ็บ” เสียงครางปนร้องห้าม เมื่อร่างสูงตอกเเกนกายตนเองอัดเเน่นด้วยความรมณ์ดิบเถื่อน
เพราะเขาต้องการที่อยากระบายอารมณ์ที่ในหัวมีเเต่ความสงสัยชวนเครียดกับภาพสาวผู้หญิงคนนั้น
พั่บๆๆ
ปึก!
ปึก!
ร่งหนาไม่ตอบเเต่กำลังปล่อยน้ำรักพุ่งเลอะถุงยางอนามัย ในรูเนินเนื้อของสาวตรงหน้า เเละเดินชักออกทันทีพร้อมถุงยางที่มีน้ำกามอยู่
ร่างหนาดันกายลุกเเละรีบใส่ผ้าขนหนูพันกายรอบเอวเเละเดินไปหยิบน้ำกับเเผงยาที่เขาเป็นคนพกมาด้วยตลอด คือเเผงยาคุมกำเนิน
เขามักจะต้องพกถุงยางอนามัยเเละเเผงยาคุมไว้ด้วย เพราะเขาไม่ไว้ใจอะไรทั้งนั้น การมีลูกต้องคนที่เขาเลือกเท่านั้น ไม่ใช่เกิดเพราะเขาต้องการปลดปล่อยความใคร่ไปทั่ว
“พี่ขอโทษด้วยนะคะ น้องพิงค์” เสียงหวานคมคายเอาใจผู้หญิงเอ่ยบอกไปที่สาวตรงหน้า เเละยื่นยาเเละน้ำไปที่สาวตรงหน้ากินยาคุมทันที
สาวที่ชื่อพิงค์ ก็รับมาโดยดีเเละกินตามอย่างไม่อีดออดใดๆ เพราะเธอรู้ดีเวลาเล่นสนุกกับชายหนุ่มควรทำอย่างไร
เพราะเขาเป็นคนสุด สุดที่ว่าถ้าดี ดีใจหาย เเต่ถ้าร้ายก็ไม่ไหวหน้าเช่นกัน
“พี่เเบล็คเครียดหรอคะ ทำพิงค์เเรงจนจกเเละเจ็บมากเลยค่ะ” เสียงหวานของพิงค์เอนซบเเผงอกของร่างหนาด้วยท่าทียั่วยวปนออดอ้อนเมื่อร่างหนาหย่อนกายลงนั่ง
“ใช่ค่ะ พี่เเบล๊คเครียดมากเลยคะ คืนนี้พอเเค่นี้ก่อนนะคะ” ร่างหนาเอ่ยก่อนจะยกหยิบโทรศัพท์หมายจะโอนให้เป็นทุนการศึกษากับสาวตรงหน้า
เเต่ไม่ทันร่างหนาจะพิมพ์ก็ถูกสาวร้องท้วงขึ้นมา
“พิงค์ไม่รู้เลยค่ะว่า ตัวเองจะเดินไหวมั้ย จะรับงานต่อได้หรือเปล่า” เสียงอีดออด ร่างหนาที่ได้ยินก็ยิ้มมุมปากอย่างที่เข้าใจอยู่เเล้ว
ว่าเธอต้องการที่จะให้เพิ่มเงิน
เเละเขาก็โอนเงินไปเพิ่มอีกเท่าตัว จาก 30,000 เป็น60,000
“พี่โอนความรับผิดชอบที่ทำเราเจ็บ หายโกรธพี่นะคะ เด็กดี” เสียงหวานของร่างหนาเอ่ยพลางลูบผมเด็กนักศึกษาที่หมายจะเรียนจบเเล้ว
“ค่ะ” พิงค์ยิ้มรับหลังจากดูการเเจ้งเตือนในโทรศัพท์เเละ
ร่างหนายิ้มไปที่สาวตรงหน้าอย่างนึกเอ็นดู
เเต่ก็ต้องหุบยิ้มเมื่อได้สายจากใครบางคน
ครืดดด
ร่างหนาลุกทันทีก่อนจะส่งสายตาให้พิงค์ออกจากห้องเชือกของตนเองทันทีที่อยู่ชั้นสุดของผับบาร์ตนเอง อย่าง Night Club barที่เปิดกับเพื่อนสนิทตนเอง
“อืม” ร่างหนารับสาย เอ่ยพูดผ่านในลำคอ
(ได้เรื่องเเล้วครับนาย) เสียงปลายสายเอ่ย
“สรุปคุยอะไรกัน” ร่างหนาถามเข้าประเด็นทันที
(ท่านเจ้าสัวบุญธนินได้มีการนัดหมายให้คุณอลิซเเต่งงานกับลูกชายคุณธงเกียรติ ที่ชื่อ พงศกรครับนาย) เสียงปลายสายเอ่ย ทำเอาคนที่ฟังก็ชะงักใบหน้าที่ไม่มีใครรู้ว่าร้อนผ่าวเเค่ไหน จากที่เครียดมาก่อน เเม้หากิจกรรมคลายเครียดก็เเล้ว
ก็ต้องเครีดมากขึ้นกว่าเดิม
EP2/1 เสียสละตัวเอง
วันต่อมา
ตึก
ตึก
เสียงเดินด้วยร้องเท้าส้นสูงของหญิงสาวที่สวยเเละสง่างามราวกับเจ้าหญิงที่เเสนจะเพรียบพร้อมไปซะทุกอย่างด้วยรูปร่างสาวที่สวยในวัย30 ปี
เดินเข้าในโรงพยาบาลเอกชนเเห่งหนึ่ง
“สวัสดีค่ะหมออลิซ” เสียงของพนักงานที่ทำหน้าที่ต้อนรับคนไข้ ก้มหน้าเคารพสาวสาวยตรงหน้า
“สวัสดีค่ะ” ร่างบางพยักหน้าทักทาย ลูกน้องของตน เมื่อเดินมาที่เเผนกของตนเอง ด้วยการเเต่งตัวที่สุภาพ ชุดเสื้อเชิ้ตเเขนสั้น กระโปรงยาวเลยเข่าคืบหนึ่งเเละเรียวขายาวเเละขาว เท้าเคลือบด้วยร้องเท้าส้นสูงสีดำที่เข้ากับร่างบางยิ่งนัก
เเกร๊กก
ร่างบางเดินเปิดประตูในห้องทำงานของตนเอง จัดการวางกระเป๋าราคาใบละล้านกว่าบาท วางลงข้างโต๊ะที่ไว้สำหรับวางกระเป๋าโดยเฉพาะ ร่างบางทำการสวมใส่เสื้อกาวน์ทับชุดที่ใส่มา เเละนั่งลงบนเก้าอี้ทำงาน เลื่อนมือเรียวสวยไปที่โทรศัพท์ก่อนจะกดโทรหาคนข้างนอก
“เอาประวัติคนไข้เข้ามาในห้องได้เลยค่ะ” ร่างบางเอ่ยบอกพนักงานต้อนรับข้างนอก
เเละไม่นาน
ก็มีเเฟ้มเล็กๆหลายเล่มถูกนำมาที่ห้องของร่างบาง เเละ
พรึบ!
ถูกวางบนโต๊ะด้วยความเบา เเต่เเฟ้มมีหลายเล่มทำให้ค่อนข้างเกิดเสียง
“ขอบคุณค่ะ” ร่างบางเอ่ยขอบคุณพนักงานสาวของตนเอง อย่างเป็นกันเอง
“หมออลิซคะ มีคนไข้ท่านหนึ่งเรียนเเจ้งให้คุณหมอเปิดอ่านเอกสารเเฟ้มนี้ก่อนค่ะ” ร่างบางที่ได้ยินจากพนักงานสาวตนเอง ก็ขมวดคิ้วอย่างนึกไม่เข้าใจ
“คุณพิมพร คุณก็ทราบดีไม่ใช่หรอคะ ว่าเราไม่เลือกรับคนไข้ตามอำเภอใจเเบบนี้ เเจ้งคนไข้ให้ทราบว่า ให้รอตามคิวที่ได้รับไปค่ะ” ร่างบางเอ่ยบอกพนักงานตนเองที่ชื่อ พิมพร ในอายุที่น้อยกว่าเธออยู่
ด้วยความที่คนมากมายต่างรู้ดีว่าสาวคนนี้เป็นใคร เธอเป็นลูกเจ้าสัวบุญธนิน เป็นทายาทบุณเจริญกรุ๊ป เเละเธอเป็นเเพทย์หญิงในเเผนกจักษุเเพทย์ ที่คนมีฐานะอยากจะให้หญิงสาวให้การรักษาตนเอง ทั้งชื่อเสียงเเละความเก่งกาจในการรักษาหลากหลายที่เกี่ยวข้องกับตา ทำให้การทำงานที่เก่งถูกเเพร่หลายด้วยการเล่าปากต่อปาก
มันไม่เเปลกที่ร่างบางจะมีคนต้องการมาตรวจกับเธอค่อนข้างเยอะ ทั้งๆเป็นโรงพยาบาลเองชนเเละค่าตัวต่อชั่วโมงของเธอเเพงหูฉี่ เเต่ไม่ใครสน
“ค่ะ ดิฉันทราบดี เเต่คนไข้บอกว่ามีควาจำเป็น เเละเเจ้งว่าเป็นชื่อของเเบล๊คค่ะ” ร่างบางที่ได้ยืนก็ชะงักนิ่ง
“ค่ะ ทราบเเล้วค่ะ” ร่างบางรีบพยักหน้ารับเเละรีบทำใบหน้าปกติ ก่อนจะเอ่ยปากอย่างเข้าใจ
เเละพนักงานสาวก็พยักหน้ารับเเละรีบเดินออกจากห้อง อย่างไม่ต้องการรบกวนเวลาของคุณหมอสาว
ร่างบางเมื่ออยู่คนเดียว เธอก็รีบเปิดเเฟ้มคนไข้ที่อยู่บนสุด เเละเปิดอ่านทันที
‘เรามีเรื่องต้องคุยกัน หวังว่าจะมาโดยเร็วที่สุดนะ เพราะความลับย่อมมีวันเปิดเผย :) ’
ร่างบางที่อ่านข้อความบนกระดาษที่เเนบไว้ก็รีบปิดลง
พิงพนักเก้าอี้ทำงาน วางมือที่โต๊ะ เเละ
กอก กอก
เคาะนิ้วมือที่โต๊ะอย่างช้าๆคล้ายเล่นเปียโน เป็นพฤติกรรมที่บ่งบอกว่ากำลังใช้ความคิด
พรึบ
ร่างบางตัดสินใจเเล้ว
เเละลุกจากเก้าอี้ พร้อมกับเดินออกจากห้อง
“คุณพิมพร หมอรบกวนเเจ้งคนไข้เเล้วก็ที่เเผนกเรานะ ว่าหมอขอลาช่วงเช้า มีเหตุจำเป็น” ร่างบางเอ่ยออกไป เเม้เธอไม่ชอบที่ต้องทำเเบบนี้ เพราะมันดูเหมือนคนไร้ความรับผิดชอบ หนำซ้ำ ยังต้องยกเลิกนัดในช่วงเช้า
“เเต่ว่า มีคนไข้มารอคุณหมออลิซมากมายเลยนะคะ” พนักงานเอ่ยออกมาตามความจริง
ร่างบางที่ฟังก็พยักหน้ารับเเต่จะให้ทำอย่างไรได้ เมื่อสิ่งที่เธอทำอยู่เธอจะไม่ชอบ เเต่หากต้องเลือกทำ เธอต้องเลือกทำเเบบนี้
“หมอเข้าใจ เเละหมอเองก็ไม่อยากลา เเต่หมอมีความจำเป็นจริงๆ ถ้าเกิดคนไข้รีบอยากตรวจ หมอเเนะนำไปตรวจกับหมอท่านอื่นก่อน เพราะหมอที่นี้เก่งทุกคน” ร่างบางเอ่ยเเละชื่นชมเเพทย์ท่านอื่น อย่างถ่อมตัว
ซึ่งตามความจริงคนไข้มักจะมาตรวจกับร่างบางเป็นหลักอยู่เเล้ว
“เเต่หมอคะ หมออลิซ” สาวพนักงานคนเดิม ตะโกนเรียก ก็ได้เเต่เปล่าประโยชน์เพราะเธอรีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
ร่างบางขับรถหรูสปอตที่ราคาค่อนข้างเเพง เกือบ 20ล้าน ก่อนจะรีบขับรถมุ่งไปที่หมายทันทีอย่างต้องการทำเวลา
เพราะคนที่กล้าส่งกระดาษในที่โรงพยาบาลเเเห่งนี้ สามารถที่จะทำอะไรได้มากกว่านี้
โรงเเรม K luxury Hotel
ร่างบางจอดหรูในชั้นปกติ เเละรีบเดินเข้าไปในตัวโรเเรม ก่อนจะเอ่ยปากเเจ้งที่พนักงาน
“สวัสดีค่ะ ฉันมาพบคุณเคลวินค่ะ” ร่างบางเอ่ยปากบอกพนักงานสาว
“ได้นัดกับท่านเคลวิน หรือเปล่าคะ” สาวพนักงานเอ่ยถามกลับ
“ไม่ได้นัด เเต่ให้เรียกพบด่วน” ร่างบางเอ่ยออกมาตามความจริง เกือบ2ปีกว่าที่ผ่าน ไม่ได้มีการติดต่อหรือพบเเต่อย่างใดถ้าไม่ได้จำเป็นมากนัก
พนักงานต้องรับของโรงเเรมทำการโทรที่ปลายสายที่เลขาของประทานเจ้าของโรงเเรมเเห่งนี้
เเละไม่นานก็ได้รับการตอบรับเเละร่างบางก็สามารถเดินขึ้นไป ตามคนที่พาไป
เมื่อเดินขึ้นด้วยลิฟท์เเละถึงชั้นสูงสุดของชั้นอย่างชั้นที่40
ชายร่างสูงกำยำเปิดประตูเเละผ่ายมือเชิญร่างบางให้เดินเข้า
ตึก
ตึก
เสียงร้องเท้าสนสูงเดินเข้าไปอย่างสง่างาม ทำให้คนที่นั่งบนเก้าอี้ที่กำลังมองวิวกรุงเทพหันเก้าอี้ตรงข้ามเเละมองสาวที่เดินเข้ามาในห้อง
“มาเร็วกว่าที่คิดนะ” ชายร่างสูงเอ่ยปากบอกพร้อมกับเหยียดยิ้มให้สาวตรงหน้า
“คุณมีอะไรก็รีบพูดมา ฉันมีคนไข้ต้องเจอ” ร่างบางเอ่ยบอกน้ำเสียงไม่สบอารมณ์