โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

JPARK ลานจอดรถอัจฉริยะ ต่อยอดพลิกเกมโตด้วยเทคโนโลยี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 ก.ย 2566 เวลา 04.09 น. • เผยแพร่ 27 ก.ย 2566 เวลา 04.09 น.
สันติพล เจนวัฒนไพศาล

ใครจะคิดว่าการให้บริการพื้นที่จอดรถจะกลายมาเป็นธุรกิจทำเงิน และขยับขยายต่อยอดไปได้อีกมากเมื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี จากยุคคูปองกระดาษ มาจนถึงการพัฒนาระบบชำระเงินอัตโนมัติ

บริษัท เจนก้องไกล จำกัด (มหาชน) หรือ JPARK เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการที่อยู่ในธุรกิจนี้มากว่า 20 ปี ล่าสุดสามารถนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai

JPARK ก่อตั้งในปี 2541 เริ่มจากการเข้าไปบริหารจัดการพื้นที่และให้บริการพื้นที่จอดรถในตลาดสามย่าน ก่อนขยายไปยังพื้นที่อื่น ๆ ปัจจุบันให้บริการพื้นที่จอดรถกว่า 58 แห่ง มีจำนวนช่องจอดราว 28,000 ช่องจอด มีธุรกิจหลัก 3 ส่วนคือ 1.ธุรกิจให้บริการที่จอดรถ (parking service business : PS) เป็นกลุ่มที่สร้างรายได้มากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนราว 60% มาจากค่าบริการรายชั่วโมงและค่าสมาชิกรายเดือน

2.ธุรกิจรับจ้างบริหารจัดการพื้นที่จอดรถ (parking management service business : PMS) โดย JPARK จะเข้าไปออกแบบและพัฒนาโซลูชั่นต่าง ๆ เกี่ยวกับการจัดการพื้นที่จอดรถที่ช่วยให้เจ้าของพื้นที่รองรับการจอดรถได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เช่น ควบคุมการเข้า-ออกของรถในพื้นที่ วางระบบจัดเก็บข้อมูล และพัฒนาระบบการชำระเงิน เป็นต้น มีตัวอย่างโครงการ คือการพัฒนาพื้นที่จอดรถอัจฉริยะ (smart parking) ให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. ที่กำลังจะเปิดให้บริการเป็นทางการในกลางเดือน ต.ค. 2566

“สันติพล เจนวัฒนไพศาล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JPARK กล่าวว่าพื้นที่จอดรถอัจฉริยะในระยะแรกจะมี 10 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่การเดินรถของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินตั้งแต่สถานีรัชดาภิเษก-สามย่าน โดยจะมีการปรับปรุงภูมิทัศน์และเพิ่มพื้นที่ใช้สอยเชิงพาณิชย์ เช่น การติดตั้งตู้อัตโนมัติ (vending machine) หรือตู้คีออสก์ (kiosk) สำหรับจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงการเปิดให้ผู้ประกอบฟู้ดทรัก (food truck) เข้ามาขายอาหารในพื้นที่ โดยการใช้งานพื้นที่จอดรถอัจฉริยะทั้ง 10 แห่ง ควบคุมผ่านแอปพลิเคชั่น “MRTA Parking” ที่ รฟม.เปิดให้ใช้งานมาตั้งแต่ปี 2565 กับผู้ใช้บริการแบบรายเดือนเป็นหลัก ก่อนขยายผลมาสู่การใช้งานแบบเที่ยวเดียวในโครงการนี้

และ 3.ธุรกิจให้คำปรึกษาและรับติดตั้งระบบบริหารจัดการพื้นที่จอดรถ (consultant and installation parking system business : CIPS

“เรารับให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการลงทุนและการบริหารพื้นที่จอดรถ ตั้งแต่วางแผนและออกแบบจุดติดตั้งระบบและอุปกรณ์เทคโนโลยีควบคุมทางเข้า-ออก, การวางแผนอัตรากำลัง และการรักษาความปลอดภัย และวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้พื้นที่ และกำหนดอัตราค่าบริการ”

มีตัวอย่างระบบและเทคโนโลยีที่ใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่จอดรถ เช่น ระบบจดจำป้ายทะเบียนรถ (license plate recognition : LPR), เซ็นเซอร์ตรวจจับจำนวนรถในพื้นที่จอดรถ, ระบบอ่าน (member reader) และป้าย LED แสดงจำนวนรถ

สำหรับในปี 2565 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้จากการดำเนินธุรกิจอยู่ที่ 455.09 ล้านบาท กำไรสุทธิ 6.51 ล้านบาท ส่วนผลประกอบการครึ่งปีแรก 2566 มีรายได้ประมาณ 300 ล้านบาท

“การเติบโตทางรายได้ของบริษัทขึ้นอยู่กับปริมาณช่องจอดที่สามารถให้บริการได้ ยิ่งมีจำนวนช่องจอดมาก ก็จะสามารถเพิ่มปริมาณและความถี่ในการให้บริการลูกค้าได้มากขึ้น คาดว่าจำนวนช่องจอดที่ขยายเพิ่มจะเป็นปัจจัยที่ทำให้รายได้ของปีนี้เติบโตจากปีก่อนหน้าประมาณ 20%”

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนการขยายช่องจอด ทั้งโดยการหาพื้นที่เพิ่มและจัดสรรพื้นที่เดิมให้รองรับปริมาณรถยนต์มากขึ้น เช่น นำระบบจอดแบบหมุน (rotary parking) เข้ามาใช้ในพื้นที่ ทำให้รองรับรถได้เพิ่มประมาณ 20 คัน/แห่ง รวมถึงในช่วงเดือน ต.ค.จะเปิดให้บริการพื้นที่จอดรถย่านลาดกระบัง รองรับได้ 160 คัน และปลายปีนี้หรือต้นปีหน้าจะให้บริการพื้นที่จอดรถใกล้ ๆ กับ รพ.ศิริราช รองรับได้ 250 คัน คาดว่าทั้ง 2 ที่นี้จะสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาทต่อเดือน

นายสันติพลกล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพรวมของกลุ่มธุรกิจให้บริการที่จอดรถและกลุ่มธุรกิจให้คำปรึกษามีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนกลุ่มธุรกิจรับจ้างบริหารจัดการพื้นที่จอดรถค่อนข้างทรงตัว ทำให้แผนการลงทุนของบริษัทจะมุ่งไปที่การขยายช่องจอด และพัฒนาโปรเจ็กต์ที่สร้างรายได้อย่างยั่งยืนมากขึ้น

“เรากำลังพัฒนาโปรเจ็กต์ที่ช่วยสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอในระยะยาว หรือเป็นโครงการที่เวลาสัมปทานถึง 30 ปี เริ่มจากการสร้างอาคารจอดรถ รพ.พระนั่งเกล้า ที่ใช้เงินลงทุน 290 ล้านบาท รองรับ 500 ช่องจอดในระยะแรก กำลังอยู่ในช่วงของการก่อสร้าง คาดว่าจะคืนทุนได้ใน 7 ปี เพราะ รพ.เป็นสถานที่ที่มี traffic เยอะ ความต้องการพื้นที่จอดรถสูง ซึ่งเรามีแผนที่จะขยายพื้นที่จอดรถในโครงการนี้ด้วย แต่ก็ต้องมีการประมาณการใช้งานก่อน”

ขณะเดียวกัน JPARK ยังพัฒนาแอป “พร้อมพาร์ค” เพื่อนำระบบอัจฉริยะมาใช้ในการบริหารพื้นที่จอดรถ โดยเป็นแอปพลิเคชั่นที่เจ้าของพื้นที่สามารถใช้บริหารจัดการระบบหลังบ้านทั้งหมด ส่วนผู้ใช้ทั่วไปสามารถใช้เพื่อเข้า-ออกพื้นที่จอดรถได้ และเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้ JPARK ขยายธุรกิจได้มากขึ้น

“เราพัฒนาแอปพร้อมพาร์คไปได้เกือบ 90% แล้ว คาดว่าจะพร้อมให้ใช้งานต้นปีหน้า ซึ่งเราต้องการพัฒนาระบบอัจฉริยะที่ทุกอย่างทำงานโดยอัตโนมัติ เพื่อลดต้นทุนในการจัดการทรัพยากรคน อีกทั้งแอปพร้อมพาร์คและระบบอัตโนมัติจะช่วยให้เราขยายการให้บริการในพื้นที่เล็ก ๆ ได้มากขึ้น เพราะเป็นโซลูชั่นที่ไม่ต้องใช้พื้นที่เยอะ จากที่ในแต่ละปีเราสามารถขยายพื้นที่จอดรถได้เพียง 6-8 แห่ง แต่ถ้าใช้โซลูชั่นนี้อาจขยายได้ถึง 100 แห่ง ในเวลา 3 ปีเท่านั้น”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...