ทำไมต้องส่งต่อความมั่งคั่ง ทำไมต้อง ttb reserve
ถ้าถามว่าเป้าหมายสูงสุดในชีวิตของคนทั่วไป สำหรับหลายคนก็คงมีคำตอบว่า “ฉันอยากรวย” แต่สำหรับกลุ่มผู้ที่มีความมั่งคั่งสูง (Wealth) เป้าหมายของพวกเขาคืออะไร? หนึ่งในคำตอบที่ใช่ของกลุ่ม Wealth คือ การที่พวกเขาสามารถรักษา เพิ่มพูน และส่งมอบความมั่งคั่งนี้ให้กับลูกหลานได้อย่างที่ตั้งใจ และคาดหวังว่า ลูกหลานก็จะสามารถรักษา และต่อยอดให้ความมั่งคั่งนี้ ยั่งยืนต่อไปจากรุ่นต่อรุ่นไปได้อีก เพราะคงไม่มีใครอยากเห็นความมั่งคั่งสิ้นสุดลงแค่ตรงจุดที่ตัวเองยืนอยู่
ด้วยเหตุผลสำคัญนี้เอง จึงทำให้สถาบันการเงินต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับการส่งมอบบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้ให้กับลูกค้ากลุ่ม Wealth โดยทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี เป็นหนึ่งในสถาบันการเงินที่คิดต่างอย่างลงตัว ด้วยการจัดกระบวนทัพแผนการรักษา ต่อยอด และส่งมอบความมั่งคั่งให้กับลูกค้ากลุ่ม Wealth ผ่านโซลูชันที่มาแบบครบวงจรกับ “ttb reserve” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่าง ๆ เข้ากับสิทธิประโยชน์ของบัตรเครดิต ทำให้สามารถดูแลความมั่งคั่งได้อย่างครอบคลุมครบทุกมิติในจุดเดียว
เปิดกระบวนทัพ ttb reserve ยกระดับส่งมอบความมั่งคั่งยั่งยืน ครอบคลุมทุกมิติ
คุณฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าบุคคล ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า เรามีความมุ่งมั่นกับการทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อส่งมอบโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์ให้ครบทุกมิติความต้องการของลูกค้า Wealth ทั้งเพื่อความสุขของตัวเองในวันนี้ และความสำเร็จของลูกหลานในวันข้างหน้าให้ความมั่งคั่งทางการเงินดีขึ้นในทุกมิติ ผ่านแพลตฟอร์ม ttb reserve
ล่าสุด ธนาคารได้ยกระดับบริการ ttb reserve ภายใต้คอนเซปต์ “Maximize your infinite wealth for generations” อีกขั้นของโซลูชันการเงิน การลงทุน และไลฟ์สไตล์ ให้ลูกค้าแบบครบวงจร พร้อมมีผู้ดูแลส่วนบุคคล คอยดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ลูกค้าต่อยอดความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่นได้ไม่มีที่สิ้นสุด
ทั้งนี้ จากการเปิดตัว ttb reserve มาแล้วกว่า 2 ปี มีลูกค้า Wealth ที่ถือบัตรเครดิตนี้แล้วกว่า 40,000 ราย คิดเป็น AUM รวมกันกว่า 5 แสนล้านบาท เพื่อต่อยอดบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการแบบครบทุกมิติ พร้อมกันนี้ธนาคารคาดว่าจะมีลูกค้า Wealth สนใจถือครองบัตรเครดิต ttb reserve เพิ่มเป็น 45,000 ราย ภายในช่วงครึ่งแรกของปี 2567
และเพื่อให้บริการลูกค้ากลุ่ม Wealth สมบูรณ์แบบมากขึ้น ธนาคารมีการจัดตั้ง Investment Office ทำหน้าที่ Wealth Management เพื่อบริหารความมั่งคั่ง ต่อยอดและขยายฐานลูกค้า ผ่านการนำเสนอโซลูชันการเงิน การลงทุน ที่หลากหลายมากขึ้น พร้อมการคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพตลาดในปัจจุบัน มาตอบโจทย์ลูกค้าในแต่ละกลุ่มได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งมีการจัดสัมมนาแนะนำแนวทางการต่อยอดความมั่งคั่ง การบริหารความมั่งคั่งจากโซลูชันประกันภัย และการนำเสนอโซลูชันที่เป็นเครื่องมือช่วยให้ลูกค้าสร้างความมั่นคงทางการเงินได้อย่างยั่งยืน
รวมสิทธิประโยชน์ ttb reserve สายไหนก็ปลื้มทั้งช้อป เที่ยว กิน สุขภาพ ลงทุน
คุณนันทพร ตั้งเจริญศิริ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าบริหารความสัมพันธ์และประสบการณ์ลูกค้าบุคคล ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวเสริมเรื่องสิทธิประโยชน์ภายใต้บัตรเครดิตttb reserve ว่า บัตรนี้ถูกออกแบบมา ภายใต้แนวคิด “Earn Fast - Burn Smart” โดยกลุ่มลูกค้า Wealth ที่ถือบัตรนี้จะได้รับคะแนนที่เร็วกว่า ในทุกครั้งที่ใช้จ่ายผ่านบัตร และยังแลกคะแนนได้คุ้มกว่าบัตรประเภทอื่น ไม่ว่าจะแลกไปใช้ต่อยอดความมั่งคั่งทางการเงิน การลงทุน หรือจะเป็นการตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่สามารถเลือกเองตามความต้องการ
สิ่งที่น่าสนใจคือ แค่เปิดใช้งานบัตร ก็ได้รับคะแนนสะสมพิเศษรายปีแล้ว สูงสุดถึง 180,000 คะแนน เพียงมียอดผลิตภัณฑ์รวมตามที่ธนาคารกำหนด โดยที่ยังไม่ต้องใช้จ่ายผ่านบัตรก็ได้ แต่หากใช้จ่ายทุก ๆ 10 บาทก็จะได้รับ 1 คะแนน ซึ่งสูงกว่าเมื่อเทียบกับบัตรทั่วไปที่ต้องใช้จ่ายถึง 25 บาท กว่าจะได้รับ 1 คะแนน และคุ้มค่าขึ้นไปอีกกรณีที่นำบัตรไปใช้จ่ายผ่านออนไลน์ และโรงพยาบาล จะได้คะแนนเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า หรือเท่ากับ ใช้จ่าย 5 บาท ได้รับ 1 คะแนน เป็นต้น และยังสามารถนำคะแนนนี้ไปใช้ต่อยอดแลกรับสิทธิพิเศษด้านการลงทุนหรืออื่น ๆ ได้อีกมากมาย
ทั้งนี้ ลูกค้า Wealth สามารถใช้ 10,000 คะแนน แลกเงินลงทุน ในรูปแบบเครดิตเงินคืนได้ถึง 1,200 บาทเมื่อซื้อกองทุนกับ ทีทีบี หรือแลกเป็นเครดิตเงินคืนเฉย ๆ ก็แลกได้ 1,000 บาท ทั้งยังแลกเป็นส่วนลดในการซื้อประกันได้อีกด้วย ส่วนใครที่มองหาการแลกเป็นสินค้าและบริการที่ตรงใจ ก็ทำได้เช่นกัน โดยบริการเหนือระดับที่มีให้แลก ได้แก่ ลีมูซีนรับส่งสนามบิน แพ็กเกจตรวจสุขภาพ สปา กรีนฟีสนามกอล์ฟ และของกำนัลพิเศษต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังมีสิทธิประโยชน์ที่มอบให้ลูกค้าเป็นพิเศษเหนือกว่าบัตรอื่น ๆ อาทิ กรณีที่นำบัตรไปใช้จ่ายในต่างประเทศ ฟรีค่าธรรมเนียมในการแปลงสกุลเงินต่างประเทศ 2.5% หรือสายกินรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 50% ในการใช้บริการร้านอาหาร Fine Dining ชั้นนำที่มีมากกว่า 20 ร้าน เรียกได้ว่า สิทธิประโยชน์ที่ให้มาตอบโจทย์ลูกค้า Wealth ตามที่แต่ละคนต้องการ ไม่ว่าจะใช้จ่ายด้านช้อป เที่ยว กิน สุขภาพ หรือลงทุน ก็ได้รับคะแนนสูงขึ้น
โซลูชันการเงินแบบครบครัน จะรุ่นไหนก็ตอบโจทย์ได้
ทางด้าน คุณณัฐวรรณ อภิรัตนพิมลชัย รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้ากลยุทธ์ลูกค้าบุคคลและประสบการณ์ลูกค้าช่องทางรวม ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวเสริมถึงผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ถูกนำมาเชื่อมโยงไว้ใน ttb reserve ว่า กลุ่มลูกค้า Wealth ในปัจจุบัน ที่มีสัดส่วนสูงที่สุด คือ กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป เป็นกลุ่มที่มีสินทรัพย์มั่นคงอยู่แล้ว ต้องการจะส่งต่อความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนให้กับลูกหลาน โดยมีประมาณ 50% กลุ่มนี้ต้องการลงทุนแบบที่มีความเสี่ยงต่ำเป็นหลัก ลำดับถัดมาคือ กลุ่มอายุ 41-60 ปี ที่ต้องการสะสมความมั่งคั่งและต้องการมีชีวิตที่มั่นคง มีประมาณ 40% โดยกลุ่มนี้มักจะมองหาการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง ขณะที่ความสามารถในการยอมรับความเสี่ยงก็สูงเช่นกัน ส่วนกลุ่มที่เหลือ 10% คือ กลุ่มอายุต่ำกว่า 40 ปี
สิ่งที่น่าสนใจคือ กลุ่มลูกค้า Wealth ที่ต้องการส่งต่อความมั่งคั่งหรือมรดกให้กับลูกหลานนั้น ไม่ได้ต้องการส่งต่อเพียงตัวเงิน แต่ยังมองไกลในการดูแลลูกหลาน ให้สามารถบริหารความมั่งคั่งได้อย่างยั่งยืน ยาวนานและดีที่สุด ผ่านการส่งมอบองค์ความรู้ ด้านการบริหารธุรกิจ การศึกษา ตลอดจนการใช้ชีวิต และอนาคตที่มั่นคงของลูกหลานด้วย ดังนั้น ธนาคารจึงมีแผนขยายฐานกลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่มลูกค้าระดับครอบครัว ที่ปัจจุบันมีอยู่ 19,000 ราย จากลูกค้า Wealth ทั้งหมด มีทั้งรุ่นคุณพ่อคุณแม่ ที่ต้องการวางแผนการศึกษาเพื่ออนาคตของลูก ซึ่งกลุ่มนี้ต้องการวางแผนการเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในอนาคตได้อย่างครอบคลุม
ธนาคารก็มีโซลูชันที่จะมาช่วยเติมเต็มความต้องการได้เป็นอย่างดี เช่น บริการบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ (Foreign Currency Deposit : FCD) ที่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยสูงถึง 4.35% ต่อปี ตอบโจทย์ผู้ปกครองที่มีแผนส่งลูกไปเรียนต่อต่างประเทศ และมีแผนการจ่ายค่าเทอมที่แน่นอนรออยู่ เพราะบัญชีนี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ นอกจากนี้ยังมีบริการโอนเงินได้ 6 สกุลเงิน ไปยัง 36 ประเทศปลายทางผ่านสมาร์ตโฟน โดยได้รับเงินเต็มจำนวน และมีค่าธรรมเนียมเพียง 150 บาท ซึ่งเหมาะสำหรับการโอนเงินให้กับลูกหลานที่เรียนอยู่ในต่างประเทศ เป็นต้น
และนอกจากนี้ ttb reserve ยังมีการเชื่อมโยงโซลูชันการเงินกับบัตรเครดิตที่ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้ เช่น ใช้ ttb reserve ในการจ่ายค่าเทอมโรงเรียนในต่างประเทศ ฟรีค่าธรรมเนียมแปลงสกุลเงินต่างประเทศ 2.5% หรือจ่ายออนไลน์ ค่าตั๋วเครื่องบิน ที่พัก เพื่อไปส่งลูกเรียนต่อ หรือไปเยี่ยมลูกจะได้รับคะแนน 2 เท่า และยังสามารถออกเป็นบัตรเสริมไว้ให้ลูกใช้จ่ายที่ต่างประเทศ ก็สะดวกไม่ต้องโอน ไม่ต้องแลก ก็ได้คะแนนเพิ่มไปอีก แถมยังมีประกันคุ้มครองการเดินทางทั้งครอบครัว ทั้งในและต่างประเทศ และสามารถใช้ห้องรับรองที่สนามบินทั่วโลกได้ถึง 2 ครั้งต่อปี คุ้มครบทุกมิติ
อีกกลุ่ม คือ รุ่นคุณปู่คุณย่า ที่กังวลกับการส่งต่อความมั่งคั่ง เพื่อเป็นมรดกให้กับลูกหลาน ก็ยังมีโซลูชันในรูปแบบประกัน ด้วยประกันชีวิต “เดอะ เทรเชอร์” (The Treasure) เป็นประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ที่ช่วยวางแผนอนาคตที่มั่นคงให้ลูกค้าออกแบบความคุ้มครองได้เอง อีกทั้งยังมี ประกันชีวิตและสุขภาพ ทีทีบี อีซี่ แคร์ พลัส เป็นต้น นอกจากนี้ เราได้พัฒนาโซลูชันทางการเงิน และการลงทุนใหม่ ๆ ในรูปแบบ Wellness Investment ที่มีความเสี่ยงต่ำ คุ้มครองเงินต้น แต่ยังได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝากไว้รองรับ เช่น หุ้นกู้อนุพันธ์แฝงอ้างอิงดัชนี ttb MSCI China A Economy Transformation Select 5% Risk Control Index ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์แรกที่ออกมาเพื่อตอบโจทย์การบริหารและต่อยอดความมั่งคั่งได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย
เมื่อพิจารณาแล้ว ttb reserve ก็น่าจะเป็นคำตอบสำหรับกลุ่มลูกค้า Wealth ได้ทุกช่วงวัยได้เป็นอย่างดี เพราะมีโซลูชันเชื่อมโยงบัตรเครดิตที่ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งการใช้จ่าย การต่อยอดความมั่งคั่งแบบองค์รวม ไม่ใช่เพียงตัวเงิน แต่ครอบคลุมถึงองค์ความรู้ด้วย ขณะที่ความคุ้มค่าก็ถือว่าเหนือระดับ ด้วยคะแนนการใช้จ่ายที่ได้เร็ว และแลกได้คุ้มค่า มาพร้อมกับโซลูชันที่ช่วยเติมเต็มความต้องการได้ครบทุกมิติ ไม่ว่าจะรุ่นไหน โดยลูกค้า Wealth ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์เหนือระดับกับttb reserve สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง https://www.ttbbank.com/th/reserve-fn หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ ttb reserve line 02-010-1428