โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สมัยสมเด็จพระนารายณ์ เจ้านายไทย-ชนชั้นล่าง กินข้าวกับน้ำปลาร้าไม่ปรุงรสชาติ?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
โรงหมักปลาร้าป้าสาย จ. สระบุรี (ภาพ : เส้นทางเศรษฐี)

ปลาร้า สมัยสมเด็จพระนารายณ์ เจ้านายไทย-ชนชั้นล่าง เอาไว้กินกับข้าวไม่ปรุงรสชาติ?

“ปลาร้า” ถือเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศที่เมื่อเอาไปปรุงอาหารคาวหลากหลายเมนู ก็เข้ากันไปเสียหมด ปัจจุบันปลาร้ามักถูกผูกโยงกับอาหารอีสาน โดยเฉพาะส้มตำ แต่แท้จริงแล้ว การกินปลาร้าในไทยมีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน

ปลาร้า เป็นอาหารหมักเค็มที่ได้รับความนิยมอย่างมากในอดีต รวมถึงอุษาคเนย์ที่มองว่าปลาร้าคืออาหารชั้นสูงและหรูหรา ใครที่กินย่อมเป็นคนมีฐานะ เนื่องจากเป็นอาหารที่สืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ทั้งเป็นของฝากสำหรับผู้มาเยือนอีกด้วย

ปลาร้า สมัยสมเด็จพระนารายณ์

อย่างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ มีบันทึกของชาวต่างชาติที่พูดถึงปลาร้า เช่น “ลาลูแบร์” ราชทูตของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส กล่าวถึงปลาร้าและรสชาติของมันว่า…

“เมื่อได้จับปลาเหล่านั้นหมักเกลือไว้ด้วยกันตามวิธีที่ชาวสยามเคยทำกันมา แล้วใส่รวมลงในตุ่มหรือไหดินเผาดองไว้ ปลานั้นจะเน่าภายในไม่ช้า เพราะการหมักเค็มของชาวสยามนั้นทำกันเลวมาก ครั้นปลาเน่าและค่อนข้างจะเป็นน้ำแล้ว น้ำปลาเน่าหรือปลาร้านั้นจะนูนฟอดขึ้นและยุบลงตรงกันกับเวลาที่กระแสน้ำทะเลขึ้นลง

มร. แว็งซังต์ได้ให้ปลาร้าแก่ข้าพเจ้ามาไหหนึ่ง เมื่อกลับมาถึงประเทศฝรั่งเศส และยืนยันแก่ข้าพเจ้าว่าการที่น้ำปลาร้าในไหขึ้นลงได้นั้นเป็นความจริง เพราะเขาได้เห็นมากับตาตนเองแล้ว แต่ข้าพเจ้าไม่อาจพลอยเชื่อให้สนิทใจได้…ไหที่ มร. แว็งซังต์ให้แก่ข้าพเจ้าและข้าพเจ้าได้นำมายังกรุงปารีสด้วยนั้น น้ำปลาร้าหาได้ขึ้นลงดังว่าไม่ อาจเป็นด้วยปลานั้นเน่าเฟะเกินไป”

“ชาวสยามมีความยุ่งยากใจเป็นอันมาก ที่จะหมักเค็มให้ดี เพราะว่าเกลือจะแทรกซึมเข้าไปในเนื้อสัตว์ได้โดยยากในประเทศที่มีอากาศร้อนจัด แต่พวกก็ชอบบริโภคที่หมักเค็มไว้ยังไม่ได้ที่ และปลาแห้งยิ่งกว่าปลาสดๆ แม้ปลาเน่า (ปลาร้า) ก็เป็นที่นิยมชมชอบไม่น้อยไปกว่าไข่ตายโคม ตั๊กแตน หนู (พุก) แย้ และตัวด้วงตัวแมลงอีกเป็นส่วนใหญ่

ไม่น่าสงสัยเลยว่าธรรมชาติคงจะแต่งให้ชาวสยามหันไปบริโภคแต่อาหารประเภทที่ย่อยง่าย และลางทีสิ่งเหล่านี้อาจมีรสชาติไม่เลวดังที่เราคิดกันก็เป็นได้…แต่ครั้นได้บริโภคเข้าไปแล้วก็พบว่ามีรสชาติเป็นเลิศ”

ขณะเดียวกัน… ชาวเปอร์เซีย (อิหร่าน) ที่ไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระนารายณ์ฯ ที่เมืองละโว้ (ลพบุรี) ก็ได้บันทึกถึงการกินปลาร้า สมัยสมเด็จพระนารายณ์ กับข้าวของชาวสยามไว้อีกด้วย โดยเขาได้บอกว่าชาวสยามตั้งแต่ชนชั้นสูงยันคนทั่วไปกินข้าวกับปลาร้า ไม่ปรุงอะไรเลย

“ตามปกติชาวสยามจะจำกัดอาหารของพวกเขาอยู่แค่ข้าวเท่านั้น พวกเขาไม่ได้เติมเกลือหรือเนื้อหรือเครื่องเทศลงไป แต่จะกินข้าวกับน้ำต้มหัวปลานิดหน่อย ผู้คนทุกชั้นไม่ว่าชั้นสูงหรือชั้นต่ำต่างก็กินอาหารอย่างนี้เป็นหลัก”

หลักฐานเหล่านี้ทำให้เห็นว่า “ปลาร้า” มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของคนไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและไม่ได้จำกัดแค่ในวงการอาหารอีสานเท่านั้น เพราะหากศึกษาตำรับอาหารไทยโบราณชาววัง ก็จะปรากฏการใช้ปลาร้าในหลากหลายเมนูเช่นกัน

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

กำพล จำปาพันธ์. มนุษย์อยุธยา ประวัติศาสตร์สังคม จากข้าวปลา หยูกยา ตำรา SEX. กรุงเทพฯ : มติชน, 2563.

สุจิตต์ วงษ์เทศ. อาหารไทย มาจากไหน?. กรุงเทพฯ: นาตาแฮก, 2560 (พิมพ์ครั้งที่ 2).

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 27 กันยายน 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สมัยสมเด็จพระนารายณ์ เจ้านายไทย-ชนชั้นล่าง กินข้าวกับน้ำปลาร้าไม่ปรุงรสชาติ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...