โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนคดีดังธุรกิจที่เข้าข่าย ‘แชร์ลูกโซ่’ ฉ้อโกงประชาชน

The Bangkok Insight

อัพเดต 23 ต.ค. 2567 เวลา 03.38 น. • เผยแพร่ 23 ต.ค. 2567 เวลา 03.38 น. • The Bangkok Insight

ย้อนคดีดังธุรกิจที่เข้าข่าย"แชร์ลูกโซ่"ฉ้อโกงประชาชน

ยังคงเป็นประเด็นร้อนสำหรับบริษัทดิไอคอนกรุ๊ป ซึ่งล่าสุดมียอดรวมผู้เสียหายที่เข้าให้ปากคำกับศูนย์รับแจ้งความร้องทุกข์ จากศูนย์รับแจ้งความร้องทุกข์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 6,951 ราย มูลค่าความเสียหาย 1,984 ล้านบาทเศษ

ตำรวจสอบสวนกลาง จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดีดิไอคอนชุดแรกครบแล้ว18 คน ได้แก่ นายวรัตน์พล หรือบอสพอล, บอสปัน, บอสโอม, บอสวิน, บอสจอย, บอสอ๊อฟ, บอสแม่หญิง, บอสปีเตอร์, บอสเอก, บอสอูมมี่, กันต์ กันตถาวร, มิน พีชญา, แซม ยุรนันท์, บอสทอมมี่, บอสสวย, บอสโชดา, บอสป๊อบ, โค้ชแล็ป ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น เตรียมย้าย 18 ผู้ต้องขัง ‘ดิไอคอน’ ไปแดนพิจารณาคดี

วันนี้thebangkokinsight จะพาย้อนรอยคดี“ฉ้อโกงชื่อดัง” ผ่านรูปแบบธุรกิจให้มีความก้ำกึ่งกับการขายตรงที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย

"แชร์แม่ชม้อย" เสียหายกว่า 4 พันล้าน

คดีแชร์ชม้อย หรือ คดีนางชม้อย ทิพย์โส คดีนี้กล่าวหานางชม้อย ทิพย์โส หรือประเสริฐศรี หรือที่ประชาชนเรียกติดปากว่า แม่ชม้อย กับพวกรวม 10 คน ผู้ต้องหา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และฝ่าฝืนพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน

คดีดังกล่าวเป็นคดีความผิดพลาดทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับการฉ้อโกงจากการระดมเงินจากประชาชนที่เกิดขึ้นในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2520-2528 โดยการระดมเงินจากประชาชนในรูปการเล่นแชร์น้ำมัน ซึ่งนางชม้อย ทิพย์โส ได้คิดค้นขึ้น มีผู้เสียหายจำนวน 13,248 คน รวมให้กู้ยืมเงินไปทั้งสิ้น 23,519 ครั้ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 4,043,997,795 บาท

และผู้เสียหายที่ให้กู้ยืมเงินภายหลังพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินฯ ประกาศใช้บังคับ(ตั้งแต่วันที่13 พฤศจิกายน2527 ถึงวันที่31 มีนาคม2528) เป็นผู้เสียหายจำนวน2,983 คน รวมให้กู้ยืมเงินไปทั้งสิ้น3,641 ครั้ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น510,584,645 บาท

"ยูฟัน" เสียหายมูลค่ากว่าหมื่นล้าน

คดีนี้จากกรณีเมื่อปี พ.ศ.2558 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.)ได้บุกทลายเครือข่ายแชร์ลูกโซ่รายใหญ่ บริษัท ยูฟันสโตร์ ซึ่งประกอบธุรกิจไม่ตรงตามที่ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทขายตรงและออกเงินสกุลดิจิทัล ชื่อยูโทเคน หลอกลวงประชาชนสร้างความเสียหายมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนทราบว่านายนิโอ ผู้ต้องหา หลบหนีออกนอกราชอาณาจักร จึงได้ประสานความร่วมมือไปยังสำนักเลขาธิการตำรวจสากล และทำการสืบสวนอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา จนทราบว่าผู้ต้องหาจะเดินทางเข้ามาในประเทศในวันที่ 23 พ.ค.2567 จากนั้นจึงวางแผนเพื่อวางกำลังจับกุม โดยได้ประสานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานดอนเมือง งานขาเข้าระหว่างประเทศ ขณะทำการตรวจอนุญาตให้บุคคลเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร

บริษัท ยูฟัน สโตร์ จำกัด อ้างว่า ได้ทำสัญญาผลิต และซื้อขายสินค้า แต่ผลการตรวจค้น กลับพบว่า ไม่ได้มีการซื้อขายเกิดขึ้นจริง ยิ่งชัดเจนว่า การยื่นขอจดทะเบียนประกอบธุรกิจขายตรงของ บริษัท ยูฟัน สโตร์ จำกัด กับ สคบ. เมื่อปี 2556 เพื่อการจำหน่าย เครื่องดื่ม 2 รายการ และเครื่องสำอาง 1 รายการ ไม่ได้มีสินค้าจริง นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของไลน์ธุรกิจ ทั้งหมด

ผลการสืบสวนในคดีนี้ตำรวจ พบรูปแบบธุรกิจของ "ยูฟัน" ไม่ได้มุ่งทำกำไรจากสินค้า เหมือนธุรกิจขายตรงทั่วไป แต่กลับใช้ระบบการซื้อขายออนไลน์ ที่บริษัทอ้างว่า เป็นธุรกิจแบบ อี คอมเมิร์ซ และสร้างคูปองดิจิทัลเข้ามา เพื่อใช้เป็นจุดดึงดูดคนลงทุน การสร้างความน่าเชื่อถือ ผ่านเอกสารการจดทะเบียน ระบบเว็บไซต์ สกุลเงินดิจิทัล ทำให้คดีนี้มีผู้หลงเชื่อกว่า 2,400 คน

จุดสิ้นสุดกระบวนการยุติธรรมในคดียูฟัน ศาลฎีกาตัดสินให้จำคุกแม่ข่ายกับพวกรวม5 คน คนละ20 ปี ยกฟ้อง11 คน ส่วนจำเลยที่เหลือ สั่งชดใช้เงิน356 ล้านบาท ให้กับผู้เสียหาย ฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และ ปปง.ตามยึดทรัพย์ เพื่อทยอยคืนให้ผู้เสียหาย

“แชร์แม่มณี” เสียหายพันล้าน

กรณี นางสาววันทนีย์ฯ กับพวกรวม 9 ราย ได้ร่วมกันหลอกลวงให้ประชาชนนำเงินมาร่วมลงทุนใน “แชร์แม่มณี” ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยเสนอผลตอบแทนการลงทุนให้ในอัตราลงทุนออมเงินจำนวน 1,000 บาท เป็นเวลา 9 เดือน จะได้รับผลตอบแทนพร้อมคืนต้นเงินลงทุนจำนวน 1,930 บาท ต่อหนึ่งวง อันเป็นการเสนอจ่ายผลตอบแทนในอัตราที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายจะพึงจ่ายได้

ซึ่งการเสนอแผนการลงทุนและผลตอบแทนดังกล่าวเป็นเพียงอุบายที่ใช้ในการหลอกลวง และเป็นความเท็จทั้งสิ้น ซึ่งความจริงแล้ว น.ส.วันทนีย์ฯ กับพวก ไม่ได้จัดให้มีการออมเงินหรือการลงทุนใด ๆ ที่จะให้ผลตอบแทนเพียงพอที่จะนำมาจ่ายให้แก่ประชาชนผู้ลงทุนในอัตราดังกล่าวได้จริงแต่อย่างใด เป็นเหตุให้มีประชาชนหลงเชื่อนำเงินเข้าร่วมลงทุน “แชร์แม่มณี” จำนวน 2,533 ราย ได้รับความเสียหายเป็นเงินทั้งสิ้นจำนวน 1,376,215,359 บาท อันเป็นความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ

และพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้เสนอสำนวนการสอบสวนดังกล่าวไปยังพนักงานอัยการต่อมาพนักงานอัยการได้มีคำสั่งฟ้องและได้ยื่นฟ้องนางสาววันทนีย์ฯกับพวกทั้ง9 ราย เป็นจำเลยต่อศาลอาญาในคดีหมายเลขดำที่ อ.167/2563 แล้วนั้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...