โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

OMODA & JAECOO พร้อมตั้งโรงงานประกอบรถ EV ในไทย

สยามคาร์ - Siamcar

เผยแพร่ 11 ส.ค. 2567 เวลา 01.42 น. • ทีมข่าวสยามคาร์
OMODA & JAECOO พร้อมตั้งโรงงานประกอบรถ EV ในไทย

นายฉี เจี๋ย ประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ว่า บริษัทตั้งเป้าจะมีส่วนแบ่งในตลาดรถยนต์นั่งของประเทศไทย ติดอันดับผู้นำ 1 ใน 3 ภายในระยะเวลา 3 ปีจากนี้ (2568-2570) หลังจากบริษัทได้เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 2 รุ่นแรก คือ OMODA C5 EV และ JACCO 6 ออกสู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ และมีแผนเตรียมจะส่งรถยนต์ออกสู่ตลาดประเทศไทย อย่างน้อย 2 รุ่น ทั้งในรถยนต์ไฟฟ้า 100% และรถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด

ทั้งนี้ บริษัทแม่ หรือเชอรี กรุ๊ป ได้กำหนดกลยุทธ์ให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าพวงมาลัยขวา โดยขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการดำเนินงานตามแผนงาน และมีการเซ็นสัญญาซื้อโรงงานสำเร็จรูปและอยู่ระหว่างการนำเครื่องจักรเข้าไปในพื้นที่โรงงาน สำหรับผลิตรถยนต์ ในเขตพื้นที่ จ.ระยอง ซึ่งคาดว่าดำเนินการแล้วเสร็จพร้อมผลิตรถยนต์ได้ ในปี 2568

สำหรับรถยนต์รุ่นแรกที่จะผลิตจากโรงงาน จ.ระยอง จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% OMODA C5 EV เป็นโมเดลแรกก่อน และเบื้องต้นจะแบ่งการลงทุนออกเป็น 2 เฟส โดยเฟสแรกจะเป็นการลงทุนในช่วง 5 ปี ระหว่างปี 2567-2571 นั้น คาดว่ามีการผลิตรถยนต์อยู่ที่ 50,000 คัน โดยจะเป็นการผลิตเพื่อรองรับความต้องการของตลาดในประเทศไทยเป็นหลัก ส่วนตลาดส่งออกอาจจะมีการผลิตด้วยเล็กน้อย

จากนี้บริษัทจะลงทุนในเฟสที่สอง ซึ่งจะเป็นการขยายเพิ่มกำลังผลิตอีกราว ๆ 30,000 คัน เป็นการเริ่มรองรับตลาดส่งออกมากขึ้นในอนาคต และคาดว่าจะทำให้บริษัทมีกำลังผลิตรถยนต์จากฐานการผลิตในประเทศไทยอยู่ราว ๆ 80,000 คันต่อปี

“เบื้องต้นเม็ดเงินลงทุนนั้น เรายังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้ แต่ที่เราบอกได้การลงทุนในเฟสแรกหลัก ๆ จะเป็นการรองรับตลาดในประเทศไทยก่อน ขณะที่ตลาดส่งออกก็อาจจะมีบ้าง แต่ภารกิจหลักคือผลิตเพื่อตลาดประเทศไทยก่อน เพื่อเป็นการยืนยันว่า เราตั้งใจเข้ามาลงทุน และต้องการอยู่ในระยะยาวที่ประเทศไทย”

ปัจจุบันเชอรี กรุ๊ป มีโรงงานผลิตรถยนต์นอกประเทศไทยถึง 11 แห่ง ในภูมิภาคอาเซียน มีโรงงานผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาอยู่ที่อินโดนีเซีย และมาเลเซีย แต่ทั้งนี้ สำหรับประเทศไทย บริษัทแม่ได้กำหนดยุทธศาสตร์อย่างชัดเจนว่า ไทยจะเป็นประเทศฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 100% พวงมาลัยขวา หรือเป็นฮับพวงมาลัยขวาของเชอรี กรุ๊ป

ล่าสุด บริษัทได้มีการเซ็นสัญญาซื้อโรงงานสำเร็จรูปและอยู่ระหว่างการนำเครื่องจักรการผลิตเข้าติดตั้ง รวมถึงได้มีการเจรจากับพันธมิตรทางธุรกิจในการใช้ชิ้นส่วนการประกอบรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยเริ่มต้นจาก OMODA C5 EV

นอกจากนี้ นายฉี เจี๋ย ยังกล่าวย้ำถึงความพร้อมและความตั้งใจ บริษัทมีนโยบายชัดเจน ว่าไม่ต้องการเข้าร่วมการทำ “สงครามราคา” แม้ว่าขณะนี้สถานการณ์ด้านสงครามราคาของค่ายรถยนต์จีนจะเริ่มเบาบางลง แต่บริษัทนั้นมีความชัดเจนว่าต้องการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยในระยะยาวด้วยความยั่งยืน โดยจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ลงสู่ตลาดภายใต้การกำหนดราคาจำหน่าย และการนำเสนอสินค้าคุณภาพในราคาที่เหมาะสม

“เราใช้เวลาเตรียมตัวมามากกว่า 1 ปีครึ่ง และอาจจะพูดได้ว่า มีความล่าช้ากว่าแผนงานที่วางไว้ กว่าเราจะตัดสินใจเปิดตัวผลิตภัณฑ์ เพราะเราต้องการศึกษาตลาด พฤติกรรมลูกค้าชาวไทยให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ลงสู่ตลาดในเวลานี้อาจจะช้าไป แต่อาจจะเป็นเรื่องดี เพราะสงครามราคาที่รุนแรงเริ่มสงบลง และเรายืนยันว่าจะไม่มีการปรับลดราคาในช่วง 2-3 เดือนนี้อย่างแน่นอน”

ด้านนายพิชญุตม์ วงศ์พัฒนาสิน รองประธานฝ่ายขาย การตลาด และเครือข่ายผู้จำหน่าย กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับราคารถยนต์ OMODA C5 EV ที่ราคาจำหน่าย 8.99-9.49 แสนบาทนั้น เป็นราคาที่บริษัทได้ที่คำนวณหลังได้รับส่วนลดมาตรการสนับสนุน EV 3.5 และขณะนี้บริษัท อยู่ระหว่างการรออนุมัติหลังจากยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อเข้าร่วมมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าระยะที่ 2 (EV 3.5) โดยการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของแบรนด์ ส่วนราคา JACCO 6 มีราคาคาดการณ์อยู่ที่ 1.099-1.249 ล้านบาท

สำหรับรถยนต์ OMODA C5 EV และ JACCO 6 นั้น จะเป็นการนำเข้ามาจำหน่ายจากจีนในช่วงแรก โดยพร้อมส่งมอบให้กับลูกค้าได้ในเดือนกันยายนและตุลาคมตามลำดับ

ขณะที่แผนการขยายเครือข่ายการจัดจำหน่ายปัจจุบัน บริษัทมีดีลเลอร์ 25 ราย และมีการเซ็นสัญญาไปแล้ว 39-40 โชว์รูม ที่จะเปิดภายในปีนี้ ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อย่างในกรุงเทพฯ 1 ดีลเลอร์จะได้รับสิทธิในการเปิดโชว์รูม 2-4 แห่ง ส่วนต่างจังหวัด จังหวัดละ 1 โชว์รูม

ส่วนความพร้อมด้านบริการหลังการขายนั้น บริษัทได้ศูนย์อบรม (Training Center) ศูนย์ตรวจสอบคุณภาพรถยนต์ก่อนส่งมอบ (PDI Center) และคลังอะไหล่บนเนื้อที่กว่า 1,000 ตารางเมตร ที่พร้อมให้บริการตั้งแต่สิงหาคมนี้ หรือก่อนส่งมอบรถยนต์คันแรกของเราถึงมือผู้ขับขี่ชาวไทย และได้ร่วมมือกับ DHL ในการจัดส่งอะไหล่ไปถึงมือลูกค้า โดยในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ใช้เวลาภายใน 24 ชั่วโมง ส่วนต่างจังหวัดไม่เกิน 3 วันด้วย

นอกจากนี้เรายังได้นำ JAECOO 6 EV รถออฟโรดพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า 100% เวอร์ชันพวงมาลัยขวา รุ่นก่อนผลิตจริง (Pre-production) ครั้งแรกในโลก ที่ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับเทคโนโลยียนตรกรรม ภายใต้คอนเซปต์ OFF-ROAD TRENDY อัดแน่นไปด้วยพลังสุดแข็งแกร่งและสุนทรียะที่งดงาม

นอกจากนี้เรายังได้นำ JAECOO 6 EV รถออฟโรดพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า 100% เวอร์ชันพวงมาลัยขวา รุ่นก่อนผลิตจริง (Pre-production) ครั้งแรกในโลก ที่ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับเทคโนโลยียนตรกรรม ภายใต้คอนเซปต์ OFF-ROAD TRENDY อัดแน่นไปด้วยพลังสุดแข็งแกร่งและสุนทรียะที่งดงาม

โดยตัวถังผลิตจากอะลูมิเนียมทั้งหมด พร้อมด้วยแบตเตอรี่ลิเทียมฟอสเฟต ระยะยื่นหน้าและหลังที่สั้นทำให้การขับขี่แบบออฟโรดมีความคล่องตัวสูงไฟหน้าแบบ Headlamp Matrix Adaptive สะดุดตาส่องได้กว้างและไกลกว่า กับโหมดการขับขี่ 6 แบบที่ตอบโจทย์ทั้งการขับขี่ในเมือง และการขับขี่แบบสมบุกสมบัน มี 2 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ รุ่น JAECOO 6 EV Long Range 2WD ราคาคาดการณ์ 1,099,000 บาท และรุ่น JAECOO 6 EV Long Range 4WD ราคาคาดการณ์ 1,249,000 บาท.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...