โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

กินน้ำเยอะเกินไปมีอาการอย่างไร ห้ามกินน้ำเกินกี่ลิตรต่อวัน?

The Bangkok Insight

อัพเดต 16 ต.ค. 2567 เวลา 03.18 น. • เผยแพร่ 16 ต.ค. 2567 เวลา 03.18 น. • The Bangkok Insight

ภาวะกินน้ำเยอะเกินไปคืออะไร กินน้ำเยอะเกินไปมีอาการอย่างไร ห้ามกินน้ำเกินกี่ลิตรต่อวัน?

"น้ำ" มีความสำคัญกับร่างกายหลายอย่าง กว่า 60% ในร่างกายของผู้ใหญ่เป็นน้ำ น้ำคือส่วนสำคัญที่ทำให้เซลล์ร่างกายสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การขาดน้ำเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม การที่ร่างกายมีน้ำเยอะเกินไปก็สามารถส่งผลเสียให้กับร่างกายได้เช่นกัน กินน้ำเยอะเกินไป ส่งผลเสียอย่างไรต่อร่างกาย มีสัญญาณอะไรบ้างที่บอกว่าร่างกายมีน้ำเยอะเกินไป แล้วห้ามกินน้ำเกินกี่ลิตรต่อวัน

กินน้ำเยอะเกิน

ภาวะกินน้ำเยอะเกินไป คืออะไร?

ภาวะดื่มน้ำเยอะเกินไป (Overhydration) เมื่อดื่มน้ำในปริมาณที่มากเกินไปในแต่ละวัน อาจทำให้เกิดภาวะน้ำเป็นพิษ เกิดขึ้นเมื่อร่างกายมีน้ำมากเกินกว่าจะขับออกมา ส่งผลให้อิเล็กโทรไลต์ในร่างกายไม่สมดุลหรือเกิดการเจือจางลง โดยเฉพาะโซเดียมที่เป็นอิเล็กโทรไลต์ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะดื่มน้ำเยอะเกินไปมากที่สุด นำไปสู่ภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ ทำให้เซลล์เกิดอาการบวมน้ำ ทำให้มีความเสี่ยงต่อภาวะต่าง ๆ และมีโอกาสเสี่ยงถึงชีวิตได้เช่นกัน

สาเหตุของภาวะกินน้ำมากเกินไป เกิดจากอะไร?

  • กินน้ำเยอะเกินไป เกินกว่าที่ควรจะได้รับในแต่ละวัน รวมถึงการดื่มน้ำเยอะเกินไประหว่างออกกำลังกาย ดื่มน้ำปริมาณมากในช่วงเวลาสั้น ๆ โดยเฉพาะหลังจากออกกำลังกายเป็นเวลานาน
  • ภาวะทางสุขภาพ เช่น โรคไต โรคหัวใจ โรคตับ อาจทำให้ร่างกายขับของเหลวส่วนเกินออกได้ยากกว่า
  • การใช้ยาบางชนิด เช่น ยารักษาภาวะทางจิต ยาต้านอักเสบ NSAIDs และยาขับปัสสาวะ
  • ฮอร์โมนไม่สมดุล เช่น ภาวะโรคแอดดิสัน ความบกพร่องของต่อมไทรอยด์
  • การออกกำลังกายระยะยาว เช่น การวิ่งมาราธอน เนื่องจากการดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อลดโอกาสการเกิดภาวะขาดน้ำ หากดื่มมากเกินไปก็ทำให้เกิดภาวะดื่มน้ำเยอะเกินไปได้
  • อากาศที่ร้อนจัด ทำให้เหงื่อออกเยอะจนจำเป็นต้องเติมน้ำให้ร่างกาย จนอาจดื่มน้ำมากเกินไปได้

สัญญาณเตือน เมื่อกินน้ำเยอะเกินไป

เมื่อดื่มน้ำเยอะเกินไป ร่างกายจะตอบสนองอาการบางอย่างออกมาจนทำให้เราสามารถรู้สึกได้ ซึ่งอาการต่าง ๆ หรือสัญญาณเตือน จะมีดังนี้

  • สีปัสสาวะใส : เป็นสัญญาณเตือนอย่างหนึ่งที่บ่งบอกถึงภาวะดื่มน้ำมากเกินไปได้ง่ายที่สุด ซึ่งสีของปัสสาวะปกติของคนที่ดื่มน้ำในปริมาณที่พอเหมาะจะมีสีเหลืองอ่อน
  • เข้าห้องน้ำบ่อยเกินไป : โดยเฉลี่ย เราควรปัสสาวะ 6-8 ครั้งต่อวัน หากเข้าห้องน้ำบ่อยเกินไป ก็เป็นสัญญาณหนึ่งของภาวะดื่มน้ำเยอะเกินไป และจะสังเกตได้ว่าปัสสาวะมีสีใส
  • ดื่มน้ำตลอด : แม้ว่าจะไม่รู้สึกกระหายน้ำ : ตามปกติ ถ้าร่างกายขาดน้ำ ร่างกายจะบอกเราเองด้วยความรู้สึกกระหายน้ำ หากไม่รู้สึกกระหายแล้วดื่มน้ำ ก็เสี่ยงต่อภาวะดื่มน้ำเยอะเกินไปได้
  • ปวดหัวตุบ ๆ : เมื่อมีน้ำในร่างกายมากเกินไป ทำให้ระดับโซเดียมลดลงและทำให้เซลล์เกิดอาการบวมน้ำ ทำให้สมองกดทับกะโหลกศีรษะจนทำให้เกิดอาการปวดหัวตุบ ๆ ได้
  • คลื่นไส้อาเจียน : เมื่อดื่มน้ำเยอะเกินไป ทำให้ตับไม่สามารถขับของเหลวออกจากร่างกายได้จนต้องกักเก็บน้ำเหล่านั้นไว้ในร่างกาย และส่งผลให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง : และเป็นตะครัวได้ง่าย เนื่องจากการดื่มน้ำมากเกินไป ทำให้อิเล็กโทรไลต์ลดลงจนอาจทำให้กล้ามเนื้อกระตุกและเป็นตะคริวได้ง่าย
  • รู้สึกเหนื่อยล้า : เนื่องจากไตทำงานหนักเกินไปในการกำจัดน้ำส่วนเกินในร่างกาย ทำให้ร่างกายรู้สึกเหนื่อยล้า

กินน้ำเยอะเกิน

ห้ามกินน้ำเกินกี่ลิตรต่อวัน?

  • ผู้ชาย ควรดื่มน้ำประมาณ 3.7 ลิตร/วัน
  • ผู้หญิง ควรดื่มน้ำประมาณ 2.7 ลิตร/วัน

หากดื่มมากกว่านี้ อาจทำให้เกิดภาวะดื่มน้ำมากเกินไปได้ อย่างไรก็ตาม ด้วยหลายปัจจัยก็อาจต้องทำให้ดื่มน้ำมากกว่าเดิม เช่น การเล่นกีฬา สุขภาพ สภาพอากาศ และการทานอาหาร

ไม่ว่าจะกินน้ำน้อยเกินไปหรือกินน้ำเยอะเกินไป ทั้งสองพฤติกรรมนี้สามารถส่งผลเสียให้กับร่างกายได้ทั้งคู่ ทำให้การดื่มน้ำปริมาณที่พอเหมาะในแต่ละวันเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องใส่ใจ เพื่อลดโอกาสการเกิดภาวะต่าง ๆ รวมถึงป้องกันความเสี่ยงต่อชีวิตด้วยเช่นกัน

Tiktok : vt.tiktok.com/ZS2LaypnX/
i-Kinn : i-kinn.com/symptoms-of-drinking-too-much-water/

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...