โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กุ้งล้นตลาดโลก ไทย-เอกวาดอร์-อินเดียผลผลิตทะลัก สหรัฐสต๊อกเต็ม ลดนำเข้า

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 มิ.ย. 2566 เวลา 07.50 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2566 เวลา 09.06 น.

กุ้งล้นตลาดโลกระส่ำ ไทย-เอกวาดอร์-อินเดีย ผลผลิตทะลัก ลูกค้าสหรัฐสต๊อกเต็ม ลดนำเข้า ทุบราคาโลกดิ่งหนัก เกษตรกรไทยติดบ่วง พาณิชย์-เกษตรฯเร่งกระตุ้นตลาด ชดเชยราคากุ้งให้เกษตรกรกิโลกรัมละ 20 บาท

วันที่ 29 มิถุนายน 2566 นายประพันธ์ ลีปายะคุณ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จากแนวโน้มราคากุ้งขาวแวนนาไมที่ปรับตัวลดลงตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา กรมประมงขอแจงรายละเอียดข้อเท็จจริง ว่าในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2566 ประเทศไทยมีผลผลิตกุ้งทะเล (กุ้งขาวแวนนาไม และกุ้งกุลาดำ) จากการเพาะเลี้ยงปริมาณรวมทั้งสิ้น 100,600.45 ตัน โดยปริมาณเพิ่มขึ้น 8.18% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

ซึ่งโดยปกติจากข้อมูลปี 2560-2565 พบว่าประเทศไทยจะมีผลผลิตกุ้งทะเลออกสู่ตลาดสูงในช่วงเดือนพฤษภาคม-พฤศจิกายน โดยราคากุ้งจะตกต่ำ 2 ช่วงในรอบปีคือ ช่วงเดือนเมษายน-เดือนพฤษภาคม และช่วงเดือนกันยายน-เดือนตุลาคม

ซึ่งสถานการณ์การผลิตและราคากุ้งโลกในช่วงครึ่งปี 2566 พบว่าการผลิตกุ้งของประเทศเอกวาดอร์ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตกุ้งหลักของโลกมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดภาวะผลผลิตกุ้งมากเกินความต้องการของประเทศผู้ซื้อ หรือภาวะ Over supply ของผลผลิตกุ้งในตลาดโลก

ขณะที่ประเทศผู้นำเข้ารายใหญ่ เช่น สหรัฐอเมริกาชะลอคำสั่งซื้อ เนื่องจากปริมาณกุ้งในสต๊อกยังมีเพียงพอต่อการบริโภค จนกว่าสินค้าในสต๊อกจะได้รับการระบายออกสู่ตลาดจึงจะเริ่มคำสั่งซื้อใหม่ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และภาวะเงินเฟ้อของประเทศผู้นำเข้า รวมถึงผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการสินค้าราคาถูก สภาวะเช่นนี้ส่งผลให้ราคาขายกุ้งในตลาดโลก และราคาขายกุ้งภายในประเทศผู้ผลิตหลักทั่วโลกมีราคาลดต่ำลง

ด้วยปัจจัยทำให้ราคากุ้งในประเทศเอกวาดอร์รวมถึงตลาดโลกลดต่ำลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2566 มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตกุ้งของประเทศผู้ผลิตหลัก ทั้งอินเดีย เอกวาดอร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย และไทย

“ราคากุ้งตกต่ำยังคงเป็นวัฏจักรที่พบได้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่ความรุนแรงของผลกระทบอาจเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากตลาดผู้รับซื้อหรืออุปสงค์ที่มีอยู่อย่างจำกัด ในขณะที่ผลผลิตกุ้งหรืออุปทานมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

นายประพันธ์กล่าวว่า การแก้ปัญหาเพื่อให้อุตสาหกรรมกุ้งของไทยยังคงขับเคลื่อนต่อไปได้ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งควรหารือร่วมกับผู้ประกอบการห้องเย็นและโรงงานแปรรูป เพื่อวางแผนการผลิตกุ้งให้ได้ขนาด ปริมาณ และมีช่วงเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิตตรงตามที่ตลาดต้องการ ควบคู่ไปกับการลดต้นทุนการผลิต โดยลดต้นทุนพลังงาน

เช่น การใช้โซลาร์เซลล์ การใช้จุลินทรีย์หรือการปรับรูปแบบการบริหารจัดการฟาร์มทดแทนการใช้ยาและสารเคมี การปล่อยลูกกุ้งลงเลี้ยงในอัตราความหนาแน่นที่เหมาะสม เพื่อลดความเสียหายระหว่างการเลี้ยง และการให้อาหารในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งนอกจากจะช่วยลดต้นทุนค่าอาหารแล้ว ยังลดการสะสมของเสียในบ่อเลี้ยงซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคที่เป็นต้นทุนแฝงในการเลี้ยงกุ้งอีกด้วย

“แม้ว่าประเทศผู้นำเข้าจะชะลอคำสั่งซื้อ แต่หน่วยงานภาครัฐและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้จัดกิจกรรมและโครงการเพื่อกระตุ้นการบริโภคกุ้งภายในประเทศ เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายกุ้งให้แก่เกษตรกร”

โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2566 คณะกรรมการบริหารกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร (คบท.) เห็นชอบให้กรมการค้าภายในดำเนินโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ปี 2566 ตามมาตรการเพิ่มช่องทางและเชื่อมโยงการจำหน่ายสำหรับการบริโภคภายในประเทศ โดยให้การสนับสนุนค่าชดเชยราคากุ้งให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ในอัตรา กก.ละไม่เกิน 20 บาท และค่าบริหารจัดการในส่วนของค่าใช้จ่ายดำเนินการด้านการตลาด

อาทิ ค่าจัดการด้านขนาดและคุณภาพ ค่าเก็บรักษา ค่าบรรจุภัณฑ์ ค่าขนส่ง ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งหรือผู้รวบรวมที่เข้าร่วมโครงการ ในอัตรา กก.ละไม่เกิน 10 บาท โดยมีปริมาณเป้าหมาย 5,000 ตัน ซึ่งเกษตรกรที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่

“แม้ว่าสถานการณ์อุตสาหกรรมกุ้งโลกในปัจจุบันอาจไม่สู้ดีนัก และการกู้อุตสาหกรรมกุ้งของไทยให้กลับฟื้นคืนมาอีกครั้งจะเป็นเป้าหมายที่ท้าทายอย่างมาก แต่หากผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่อุปทาน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคเกษตรกร ตลอดจนสถาบันการศึกษา ร่วมมือ ร่วมแรง และร่วมใจกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ

โดยมุ่งเน้นเรื่องการลดต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการส่งเสริมการผลิตกุ้งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด เชื่อจะทำให้การประกอบอาชีพของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งและธุรกิจเกี่ยวเนื่องมีความมั่นคงและยั่งยืนได้”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...