โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

'เฟรเซอร์ส' กางแผน 3 ปี ลงทุน 3 หมื่นล้าน ผุดเมืองใหม่ 4.7 พันไร่ย่านบางนา

MATICHON ONLINE

อัพเดต 20 ก.ค. 2566 เวลา 03.41 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2566 เวลา 03.40 น.

‘เฟรเซอร์ส’ กางแผน 3 ปี ลงทุน 3 หมื่นล้าน ผุดเมืองใหม่ 4.7 พันไร่ย่านบางนา

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม นายโสภณ ราชรักษา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ อินดัสเทรียล(ประเทศไทย) จำกัด หรือ FPIT ธุรกิจในเครือเจ้าสัวเจริญ เปิดเผยว่า

ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมในปี 2566 ยังเติบโตต่อเนื่องจากเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวจากภาวะการบริโภคและภาคบริการหลังโควิด แม้มีการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจะส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออก แต่อุตสาหกรรมบางกลุ่มยังเติบโตได้ดี ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมาจากความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศทำให้มีการย้ายฐานและขยายการลงทุนมาที่ไทยมากขึ้น ซึ่งบริษัทมองเห็นโอกาสได้เพิ่มกลยุทธ์สร้างความต่างในการเดินหน้าธุรกิจโดยตั้งเป้าใน 3 ปี

นับจากปี 2567-2669 มีพื้นที่บริหารโรงงาน-คลังสินค้าจาก 3.5 ล้านตารางเมตร(ตร.ม.) เป็น 4 ล้านตร.ม. มูลค่าทรัพย์สินจาก 75,000 ล้านบาท เป็น 1 แสนล้านบาท อัตราการเช่าจาก 85% เป็น 90% รายได้ค่าเช่าจาก 5,700 ล้านบาท เป็น 7,000 ล้านบาทต่อปี และใช้เงินลงทุน 30,000 ล้านบาทหรือเฉลี่ยปีละ 10,000 ล้านบาท สำหรับลงทุนในประเทศและต่างประเทศที่อินโดนีเซียและเวียดนามและมีอาคารสีเขียวในพื้นที่นิคมสร้างใหม่ 2 ล้านตร.ม. โดยครึ่งแรกปี 2566 ใช้เงินลงทุนแล้ว 2,000 ล้านบาท และคาดปีนี้มีรายได้ตามเป้า 5,700 ล้านบาท

“ความท้าทายของผู้ประกอบการอาคารอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ในประเทศไทย คือ 1.พฤติกรรมและความต้องการใช้อาคารลูกค้าเปลี่ยนไป จากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจทั้งในและระดับโลก 2.การแข่งขันด้านราคาและการแย่งทรัพยากรจากมีคู่แข่งเข้ามาลงทุนช่วงหลังโควิด 3.ผลตอบแทนการลงทุนลดลงเป็นผลจากต้นทุนราคาที่ดินและค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้น 20-30% ทำให้เราต้องปรับกลยุทธ์รองรับเพราะแม้จะมีคู่แข่งมาก แต่ดีมานด์ลูกค้ายังมีเพิ่มขึ้นมากหลังโควิด

ปัจจุบันมีลูกค้าต่างชาติ 80% จากญี่ปุ่น 29.4% ยุโรป 21.5% สิงคโปร์ 8.9% จีน ไต้หวัน ฮ่องกง 8% อเมริกา 4.7% อื่นๆ 8.3% และไทย 19.2% และปีนี้ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จและส่งมอบอาคารไปแล้ว 140,000 ตร.ม. เป็นอาคารแบบสร้างตามความต้องการของลูกค้าทั้งหมด”
นายโสภณกล่าว

นายโสภณกล่าวว่า โดยมีแผนขยายสินค้าและบริการให้หลากหลายและครบวงจรใน 3-5 ปี ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าทุกขนาดและทุกกลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 1.การพัฒนาโลจิสติกส์ขนาดเล็กในเมือง ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ เปิดโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรมใช้พื้นที่ภายในเมือง และเพิ่มความรวดเร็วในการขนส่ง 2.เดินหน้าพัฒนาอาคารโรงงาน-คลังสินค้า และโลจิสติกส์พาร์คในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง มี 3 ทำเลหลัก คือ อยุธยา สมุทรปราการและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) 3.การต่อยอดพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรม และเมืองอุตสาหกรรมที่รวมโรงงาน คลังสินค้า คอมเมอร์เชียล และที่อยู่อาศัยมาไว้ในพื้นที่เดียวกัน เพื่อยกระดับและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพื้นที่ และสร้างความยั่งยืนให้กับภาคอุตสาหกรรม

นายโสภณกล่าวว่า ปัจจุบันกำลังเดินหน้าสร้างเมืองเมืองใหม่อุตสาหกรรม บนพื้นที่ 4,700 ไร่ ย่านบางนา-ตราด กม.32 มูลค่าร่วม 50,000 ล้านบาท วางแผนใช้เวลาพัฒนา 10 ปี เริ่มจากปี 2566 จัดโซนนิ่งเป็นที่ดินนิคมเพื่อขาย 2,000 ไร่ ที่อยู่อาศัยแนวราบ 500 ไร่ อาคารสำนักงานขนาด 3-4 ชั้น และโลจิสติกส์ปาร์ค ซึ่งที่ดินแปลงนี้เป็นของบริษัท ทีอาร์เอแลนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 50% ที่เหลือเป็นบริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด 25% และบริษัท นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย จำกัดของกลุ่มโสภณพนิช ถือ 25% โดยปีนี้ลงทุน 3,000 ล้านบาท ก่อสร้างถนนจะเสร็จในปี 2567 และเริ่มหารือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ)และนักลงทุนต่างชาติให้มาลงทุนจะชัดเจนในปี 2567 หลังถนนเสร็จ

“มองว่าปี 2566 เป็นปีแห่งการย้ายฐาน และอีก 2 ปีข้างหน้าจะเป็นปีแห่งการตั้งฐาน เพราะมีหลายประเทศต้องการหาประเทศเพื่อส่งออก ซึ่งไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ต่างชาติสนใจ หวังว่าการย้ายฐานในเวฟแรกอาจมีสักก้อนหนึ่งเข้ามา และเวฟที่สอง เริ่มมีซัพพลายเออร์รายใหญ่ๆ เข้ามามากขึ้น เช่น บีวายดี เราจึงมองว่าธุรกิจนี้ยังไปต่อ แต่ความสงบและความเชื่อมั่นการลงลงทุนต้องกลับมาด้วย“นายโสภณกล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...