โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เช็กอาการ! บาดทะยัก โรคติดเชื้ออันตราย ถ้าติดเชื้อแล้วจะมีอาการอะไรบ้าง

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 05 มิ.ย. 2566 เวลา 11.01 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2566 เวลา 04.01 น. • Bright Today

โดนมีดบาด แผลไฟไหม้ แมลงสัตว์กัดต่อย เช็กอาการเลย! บาดทะยัก โรคติดเชื้ออันตรายที่ควรระวัง ถ้าติดเชื้อแล้วจะมีอาการอะไรบ้าง

ใครที่เป็นแผลบริเวณแขน ขา หรือลำตัว แผลจากของมีคม อย่างเช่น เสี้ยน การเจาะตามส่วนต่างๆของร่างกาย หรือการสัก แผลจากการโดนยิง กระดูกหักแผลปิด แผลไฟไหม้ เป็นต้น ควรระวังไว้ เพราะอาจเสี่ยงติดเชื้อบาดทะยัก หลายๆ คนคงคิดว่าเคยฉีดบาดทะยักตอนเด็กไม่เป็นหรอ บอกเลยว่ายังมีโอกาสติดเชื้อได้อยู่ เพราะว่าภูมิต้านทานที่เรามีในร่างกายอาจจะน้อยเกินไป แล้ว อากาจากการติดเชื้อบาดทะยักมีอะไรบ้าง มาดูเลย!

medical-assistant-changes-dressi

สาเหตุโรคบาดทะยัก

สาเหตุของบาดทะยักเกิดจากสารพิษที่พบในสปอร์ของแบคทีเรียที่เรียกว่า Clostridium tetani แบคทีเรียเหล่านี้สามารถพบได้ในดิน ฝุ่น และมูลสัตว์ เมื่อสปอร์เหล่านี้เข้าไปในบาดแผลที่มีความลึก จะเติบโตกลายเป็นสารพิษที่ส่งผลทำให้เส้นประสาทเกิดการเสื่อม และยังส่งผลต่อเส้นประสาทที่ทำหน้าที่ควบคุมกล้ามเนื้อ ก่อให้เกิดอาการตึงและการกระตุก บาดทะยักไม่ใช่โรคติดต่อ บาดทะยักมักจะเกิดขึ้นกับผู้ที่ไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนบาดทะยักหรือไม่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันทุกๆ 10 ปี

ลักษณะอาการโรคบาดทะยัก

หลังจากที่แบคทีเรียเข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผล โรคบาดทะยักจะเริ่มแสดงอาการตั้งแต่สองสามวันแรกและอาจกินระยะเวลาหลายสัปดาห์ ระยะฟักตัวของบาดทะยักจะใช้เวลาประมาณ 7 ถึง 10 วัน อาการทั่วไปของบาดทะยักมีดังนี้

  • ภาวะกรามติด
  • กล้ามเนื้อคอแข็ง
  • ปัญหาการกลืน
  • กล้ามเนื้อท้องแข็ง
  • การกระตุกของกล้ามเนื้อในร่างกายที่สร้างความเจ็บปวดและกินเวลาหลายนาที การกระตุกของกล้ามเนื้อจะถูกกระตุ้นด้วยการกระตุก เสียงดัง การสัมผัส หรือแสงจ้า
  • เหงื่อออก
  • ความดันโลหิตสูง
  • หัวใจเต้นเร็ว

อาการที่ควรพบแพทย์

  • หากมีอาการบาดทะยักดังกล่าว
  • หากมีแผลลึกที่เปื้อนดิน เปื้อนมูลสัตว์ หรือสิ่งสกปรกอื่น ๆ มีบาดแผลตามร่างกายแล้วรู้สึกกังวลใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีแผลลึกบริเวณใต้เท้า ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเกิดแผลติดเชื้อได้
  • หากยังไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักจนครบ หรือไม่แน่ใจว่าตนเองฉีดวัคซีนแล้วหรือยัง
  • หากฉีดวัคซีนกันบาดทะยักครั้งล่าสุดเมื่อ 5 ปีมาแล้ว
  • หากเข้ารับการฉีดวัคซีนกระตุ้นเพื่อป้องกันบาดทะยักและคอตีบนานเกินกว่า 10 ปีมาแล้ว

3 ภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อบาดทะยัก

  • กระดูกแตก หากการกระตุกของกล้ามเนื้อมีความรุนแรงอาจส่งผลให้กระดูกสันหลังหรือกระดูกส่วนอื่นๆ เกิดการแตกได้
  • โรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด เลือดที่ไหลมาจากส่วนต่างๆของร่างกายอาจเกิดการอุดตัน ทำให้เกิดการอุดตันกับหลอดเลือดในปอด
  • การเสียชีวิตการติดเชื้อขั้นรุนแรงจากอาการกล้ามเนื้อกระตุกทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ ทำให้ระบบหายใจล้มเหลวซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตจากโรคบาดทะยัก นอกจากนี้อาจทำให้เกิดการขาดออกซิเจนซึ่งนำไปสู่ภาวะหัวใจหยุดเต้นและเสียชีวิตในที่สุด สาเหตุอีกประการของการเสียชีวิตจากบาดทะยักอีกประการคือโรคปอดอักเสบ

วิธีการป้องกันเชื้อบาดทะยัก

โรคบาดทะยัก แม้จะเป็นโรคอันตราย แต่ก็สามารถป้องกันบาดทะยักได้ โดยวิธีที่ช่วยป้องกันโรคบาดทะยักได้ดีที่สุด คือ เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักให้ครบ ซึ่งควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก คอตีบ และไอกรนชนิด DTaP 4 ครั้ง ก่อนอายุครบ 2 ปี และฉีดอีกครั้งเมื่อมีอายุระหว่าง 4-6 ปี รวมทั้งฉีดวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก คอตีบ และไอกรนชนิด Tdap กระตุ้นอีกครั้งเมื่อมีอายุ 11-12 ปี หรืออาจฉีดหลังจากนั้นก็ได้ ทั้งนี้ ควรฉีดวัคซีนกระตุ้นเพื่อป้องกันบาดทะยักและคอตีบทุก ๆ 10 ปีด้วยเช่นกัน

แหล่งที่มา bangpakok3 และ medparkhospital

ติดตามข่าวสาร Bright Today ช่องทางอื่นๆ

Website : BRIGHT TODAY
Facebook : BRIGHT TV
Line Today : BRIGHT TODAY

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...