โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สินเชื่อ “บ้านแลกเงิน“ เดือด แบงก์แห่ชิงเค้ก 8 หมื่นล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 20 พ.ค. 2566 เวลา 10.20 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2566 เวลา 23.51 น.

แบงก์พาเหรดออกแคมเปญ “บ้านแลกเงิน” ดอกเบี้ยจูงใจ-ชิงฐานลูกค้า “กรุงศรีฯ” ประเมินตลาดโตต่อเนื่อง 20% มูลค่า 7.67 หมื่นล้าน ด้าน “ทีทีบี” เน้นตอบโจทย์คนต้องการลดภาระหนี้-ดอกเบี้ยแพง ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อปีนี้เพิ่ม 1 หมื่นล้าน ฟาก “ซีไอเอ็มบี ไทย” ชี้ สัญญาณบ้านใหม่โตยาก-ลูกค้าต้องการสภาพคล่อง-มาร์จิ้นสูง หนุนแบงก์ลงสนาม พร้อมงัดโปรโมชั่น ดบ.ปีแรกคงที่ 3.99% ต่อปี

นายเอกสิทธิ์ พฤฒิพลากร ผู้บริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปีนี้แนวโน้มตลาดสินเชื่อบ้านอเนกประสงค์ หรือบ้านแลกเงิน จะเป็นตลาดที่สถาบันการเงินลงมาแข่งขันกันมากขึ้น เนื่องจากตลาดบ้านใหม่ปล่อยได้ยากขึ้น และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (มาร์จิ้น) ค่อนข้างต่ำในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น

โดยเฉลี่ยดอกเบี้ยบ้านใหม่อยู่ที่ 3% เทียบบ้านอเนกประสงค์เฉลี่ย 5% มีส่วนต่างมาร์จิ้น 2% และในภาวะหนี้ครัวเรือนที่สูง เศรษฐกิจทยอยฟื้นตัวและเพิ่งฟื้นจากผลกระทบของโควิด-19 ทำให้มีความต้องการสินเชื่อเพื่อปิดหนี้เดิมที่มีดอกเบี้ยสูง เช่น นำไปปิดดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคล 25% บัตรเครดิต 16% หรือเช่าซื้อเฉลี่ย 8-9% รวมถึงยังนำไปใช้จ่ายยามฉุกเฉินหรือขยายการลงทุนได้ด้วย

ทั้งนี้ ธนาคารคาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับอัตราดอกเบี้ยอีก 1-2 ครั้ง จึงเสนอแคมเปญ “สินเชื่อบ้านอเนกประสงค์” อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.99% ต่อปี สำหรับปีแรก และปีที่ 2 และ 3 ดอกเบี้ย 5.49% หรือเฉลี่ย 3 ปีแรกอยู่ที่ 4.99% ต่อปี ถือเป็นดอกเบี้ยที่ต่ำและน่าสนใจในเวลานี้

แม้มูลค่าตลาดสินเชื่อบ้านอเนกประสงค์ อาจจะไม่ใหญ่เทียบเท่าตลาดสินเชื่อบ้านใหม่ที่มีสัดส่วนประมาณ 30% ของสินเชื่อรายย่อย แต่สินเชื่อบ้านอเนกประสงค์มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยปี 2566 ธนาคารตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อบ้านอเนกประสงค์ราว 5,000 ล้านบาท

หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 15% ของยอดปล่อยสินเชื่อบ้านทั้งสิ้น 3.2 หมื่นล้านบาท ส่วนในแง่ของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ยอมรับว่าสูงกว่าบ้านใหม่ ดังนั้นธนาคารจึงเลือกลูกค้าด้วยการเน้นกลุ่มรายได้ 3 หมื่นบาทขึ้นไป

“ทีทีบี” ตั้งเป้าปล่อยหมื่นล้าน

นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต หรือทีทีบี กล่าวถึงตลาดสินเชื่อบ้านแลกเงิน โดยยอมรับว่า ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (มาร์จิ้น) ดีกว่าสินเชื่อบ้านใหม่ และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ธนาคารหันมาเล่นตลาดนี้เป็นหลัก และในแง่การเติบโต ตลาดบ้านแลกเงินจะขยายตัวในสัดส่วนที่สูงกว่าสินเชื่อบ้านใหม่ โดยสินเชื่อบ้านใหม่จะขยายตัว 2-5% เมื่อเทียบกับสินเชื่อบ้านแลกเงินที่ขยายตัวราว 7-10% ต่อปี

ขณะเดียวกัน ธนาคารต้องการเสนอ “บ้านแลกเงิน” เป็นเครื่องมือในการลดภาระดอกเบี้ยจ่ายของลูกค้าในสินเชื่อประเภทอื่น เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล และบัตรเครดิต และยังเป็นทางออกที่ดีที่สุดในการลดภาระหนี้ครัวเรือน และยังทำให้คุณภาพหนี้ดีขึ้น

อย่างไรก็ดี ลูกค้ายังคงมีความกังวลและกลัวบ้านจะถูกยึด จึงไม่กล้านำที่อยู่อาศัยมาทำบ้านแลกเงิน ประกอบกับกระบวนการในการทำบ้านแลกเงินต้องใช้เวลาและมีค่าใช้จ่าย จึงยังเป็นอุปสรรคในการเติบโตของผลิตภัณฑ์บ้านแลกเงิน

ปีนี้ธนาคารตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อ ttb CashYourHome อยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันมีพอร์ตสินเชื่ออยู่กว่า 2 หมื่นล้านบาท โดยเน้นกลุ่มลูกค้าสินเชื่อบ้าน ttb ปัจจุบันที่มีวงเงินเปิด เพื่อให้นำไปรีไฟแนนซ์ สินเชื่อดอกเบี้ยสูง หรือไปรวบหนี้จากที่อื่น ๆ มาไว้ที่ธนาคาร รวมถึงกลุ่มลูกค้ารีไฟแนนซ์บ้านที่สามารถกู้เพิ่มได้ เพื่อเอาไปชำระหนี้อื่น ๆ ที่ดอกเบี้ยสูง

“ในแง่การแข่งขันเรื่องดอกเบี้ยอาจไม่แตกต่างกันมาก แต่เทียบกับดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคลถูกกว่า 5-10% ลูกค้าสามารถนำไปชำระหนี้ดอกเบี้ยสูง ๆ ได้ ซึ่งปีก่อนเราสามารถช่วยลดภาระดอกเบี้ยลูกค้าลงกว่า 200 ล้านบาท จากมูลหนี้ 2,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่ลูกค้าที่เข้ามาจะเป็นลูกค้าเดิม ลูกค้ารีไฟแนนซ์มา และบ้านปลอดภาระมีไม่ถึง 10%”

กรุงศรีฯมั่นใจตลาดโตต่อเนื่อง

นายณัฐพล ลือพร้อมชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานสินเชื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวถึงตลาดบ้านแลกเงินว่า คาดว่าปีนี้จะฟื้นตัวอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับช่วง 3 ปีที่ผ่านมาที่ลดลงจากสถานการณ์โควิด-19 เนื่องจากเข้าสู่ช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว ทำให้ผู้บริโภคมีความต้องการใช้เงินเพื่อขยายการลงทุนและฟื้นฟูกิจการ

ประกอบกับมีรายได้กลับมาและมีความสามารถในการผ่อนชำระเพิ่มขึ้น ซึ่งสามารถเข้าถึงสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่อง ปีนี้คาดว่าสินเชื่อบ้านแลกเงินจะเติบโตไม่น้อยกว่า 20% กลับมายืนในระดับเดียวกับปี 2562 อยู่ที่ 7.67 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 6.37 หมื่นล้านบาท เติบโต 3.14%

กรุงศรีฯให้ความสำคัญกับสินเชื่อบ้านแลกเงิน (โฮมฟอร์แคช) มาโดยตลอด และมีการเติบโตต่อเนื่อง ตอนนี้ธนาคารเสนอโปรโมชั่นพิเศษสำหรับวงเงินกู้ 5 ล้านบาทขึ้นไป อัตราดอกเบี้ย 3 ปีแรก MRR-1.75% หรือ 5.15% จากปัจจุบัน MRR อยู่ที่ 6.90% ต่อปี เพื่อแบ่งเบาภาระผู้บริโภคในช่วงเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว

“ตอนนี้หลายธนาคารลงมาทำแคมเปญบ้านแลกเงินมากขึ้น เพราะตอบสนองความต้องการในการใช้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อส่วนบุคคล จากการมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน รวมถึง ธปท.และแบงก์ เสนอทางเลือกในการรวมหนี้ดอกเบี้ยสูง ย้ายมาอยู่ในสินเชื่อประเภทนี้ที่ดอกเบี้ยต่ำกว่า งวดผ่อนต่ำกว่า และระยะการผ่อนยาวนานกว่า เป็นการแบ่งเบาภาระผู้บริโภค ส่วนในมุมธนาคารก็ถือว่าได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าสินเชื่อบ้านใหม่”

แคมเปญบ้านแลกเงินเกลื่อน

จากการสำรวจของผู้สื่อข่าวพบว่า สำหรับแคมเปญ “สินเชื่อบ้านแลกเงิน” นอกจากธนาคารซีไอเอ็มบี ไทยแล้ว ยังมีหลายธนาคารทำแคมเปญเช่นเดียวกัน เช่น ทีเอ็มบีธนชาต หรือทีทีบี มีแคมเปญ “สินเชื่อบ้านแลกเงิน” อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อส่วนบุคคล เฉลี่ย 3 ปีแรก เริ่มเพียง 5.73% ต่อปี ให้วงเงินสูงสุด 15 ล้านบาท ผ่อนต่อเดือนเริ่มล้านละ 6,500 บาท,

กรุงศรีอยุธยา “สินเชื่อบ้านแลกเงิน” หรือ “โฮมฟอร์แคช” อัตราดอกเบี้ยต่ำสุดเฉลี่ย 5.15% ต่อปี นาน 3 ปี วงเงินสูงสุดถึง 85% ของราคาประเมิน หากเป็นลูกค้าเดินบัญชีเงินเดือนกับธนาคาร (payroll) ลดดอกเบี้ยปีแรกอีก 0.25% ต่อปี และฟรีค่าธรรมเนียมทุกขั้นตอน

ขณะที่ออมสิน “สินเชื่อบ้านแลกเงิน” อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 เดือนแรกอยู่ที่ 3.99% ต่อปี เดือนที่ 4-12 อยู่ที่ MRR-1.000% (ปัจจุบัน MRR อยู่ที่ 6.745% ต่อปี) หรือเฉลี่ย 3 ปีแรกอยู่ที่ 5.932% ต่อปี ผ่อนแสนละ 399 บาทต่อเดือน ยื่นกู้ภายใน 30 มิ.ย. 2566 และทำสัญญาภายใน 31 ก.ค. 2566

ขณะที่แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH Bank) “สินเชื่อบ้านเพิ่มเงิน” หรือ Happy Home for Cash อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 5.35% ต่อปี วงเงินอนุมัติ 80% ของราคาประเมิน ระยะเวลากู้สูงสุด 30 ปี โดยบ้านที่เข้าโครงการสามารถเป็นบ้านหมดภาระหรือผ่อนอยู่ ตั้งแต่วันนี้-30 มิ.ย. 2566

กรุงไทย “สินเชื่อกรุงไทยบ้านให้เงิน” อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-2 MRR-1.50% ต่อปี หลังจากนั้น MRR-0.50% ต่อปี (ปัจจุบัน MRR อยู่ที่ 7.12% ต่อปี) หรือคิดเป็นอัตราดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญา 6.38% ต่อปี วงเงินกู้สูงสุด 20 ล้านบาท ผ่อน 30 ปี, กสิกรไทย “สินเชื่อบ้านช่วยได้” อัตราดอกเบี้ย 3 ปีแรกอยู่ที่ 8.85% ต่อปี ให้วงเงินสินเชื่อ 90% ของราคาประเมิน,

ไทยพาณิชย์ “สินเชื่อบ้านคือเงิน” อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกอยู่ที่ 8.520% ต่อปี วงเงินกู้สูงสุด 20 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อนชำระ 30 ปี และกรุงเทพ “สินเชื่อบัวหลวงพูนผลบ้านแลกเงิน” หรือ Home for Cash อัตราดอกเบี้ย MRR+0.75% ต่อปี (ปัจจุบัน MRR อยู่ที่ 6.85% ต่อปี) วงเงินสูงสุด 10 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อนชำระ 10 ปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...