โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

4,000 โรงแรมเถื่อนเชียงใหม่ จี้แก้ผังเมืองพื้นที่สีเขียว 30%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 ก.ค. 2566 เวลา 04.52 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2566 เวลา 04.51 น.

โรงแรมเถื่อน 4,000 แห่งในเชียงใหม่โวย อยากเข้าระบบกฎหมายแต่ติดปัญหาผังเมือง จี้ผู้ว่าฯเชียงใหม่-อธิบดีโยธาฯปลดล็อกพื้นที่สีเขียว 30% 3 โซนหลัก “เขตเมืองเก่าในคูเมือง-วัดเกต-นิมมานเหมินทร์” สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯเผย ขอแก้กฎหมายมหาดไทย 3 ฉบับเพิ่งทำสำเร็จแค่ฉบับเดียวในรอบ 6 ปี สะดุดกฎหมายอื่นยุ่บยั่บ จี้รัฐบาลใหม่ออกมาตรการช่วยเหลือด่วน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามความคืบหน้าในการแก้ปัญหาโรงแรมขนาดเล็ก 7.1 หมื่นแห่งที่อยู่นอกระบบ หรือโรงแรมเถื่อน เพราะไม่ได้จดทะเบียนขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมอย่างถูกต้อง ซึ่งรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ออกมาตรการเข้ามาดูแลเพื่อผลักดันให้เข้ามาอยู่ในระบบตั้งแต่ปี 2561 อย่างไรก็ตาม ตัวแทนผู้ประกอบการเจ้าของโรงแรมขนาดเล็ก ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวฯ ให้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิด แต่การแก้ปัญหาก็เป็นไปอย่างล่าช้า

ชุมชนล่ามช้างยื่นหนังสือโยธาฯ

นายวีระวิทย์ แสงจักร ผู้ประกอบการชุมชนล่ามช้าง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในเร็ว ๆ นี้ทางอนุกรรมการขับเคลื่อนโรงแรมขนาดเล็ก สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เตรียมยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง (ยธ.) กระทรวงมหาดไทย เพื่อขอให้ช่วยปลดล็อกปัญหาผังเมืองที่บังคับใช้กับโรงแรมขนาดเล็ก จนทำให้ไม่สามารถขออนุญาตใบประกอบธุรกิจโรงแรมตามกฎหมายโรงแรมได้

ทั้งนี้ รัฐมีมาตรการนำโรงแรมขนาดเล็กที่อยู่นอกระบบใบอนุญาตโรงแรม ให้เข้ามาจดทะเบียนในระบบกฎหมายอย่างถูกต้อง แต่ยังติดอุปสรรคข้อกฎหมายจากหลายหน่วยงาน ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2566 กรมโยธาฯมีการออกกฎกระทรวงฉบับใหม่ กำหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2566 โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

สาระสำคัญ แก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวง กำหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรมปี 2559 เพื่อให้อาคารที่มีการดัดแปลงเป็นโรงแรมก่อนวันที่ 19 สิงหาคม 2559 สามารถนำอาคารดังกล่าวเข้าสู่ระบบการขออนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมได้ โดยได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติในเรื่องเกี่ยวกับรายละเอียด อาทิ ที่ว่างของอาคาร ช่องทางเดินในอาคารความกว้างของบันได ระยะถอยร่นแนวอาคาร ฯลฯ

“ประเด็นคือโรงแรมทั่วประเทศยังไม่ถูกปลดล็อก ไม่สามารถจดทะเบียนโรงแรมได้ เพราะยังติดกฎหมายผังเมือง”

เชียงใหม่สะดุดพื้นที่สีเขียว 30%

นายอำนาจ ดวงสิงห์ นายกสมาคมที่พักบูติกเชียงใหม่ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” เพิ่มเติมว่า แม้ขณะนี้ กระทรวงมหาดไทยมีการปลดล็อกโรงแรมขนาดเล็กในหลายส่วน อาทิ ขยายเวลาในการดัดแปลงอาคารที่ก่อสร้างไว้แล้ว เพื่อทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย จากเดิมกฎกระทรวงสิ้นสุดวันที่ 18 สิงหาคม 2567 ขยายให้อีก 1 ปี ไปสิ้นสุดวันที่ 18 สิงหาคม 2568 แทน

รวมถึงร่างกฎกระทรวงกำหนดลักษณะและระบบความปลอดภัยอาคารที่พัก ที่มีการละเมิดกฎหมายโดยนำมาใช้ทำโรงแรม สำหรับห้องพักไม่เกิน 8 ห้อง ผู้พัก 30 คน และไม่กำหนดเวลาสิ้นสุดการยื่นใบอนุญาตเข้าระบบ ถือว่าผ่อนคลายในระดับหนึ่ง

แต่ปรากฏว่ามีรายละเอียดที่เจอปัญหาใหม่ ๆ ขึ้นมา เช่น ในจังหวัดเชียงใหม่ติดล็อกกฎหมายผังเมือง ที่กำหนดต้องมีพื้นที่สีเขียว 30% ซึ่งในทางปฏิบัติโรงแรมขนาดเล็กมีข้อจำกัดพื้นที่และสภาพอาคาร

เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นอาคารที่พักอาศัย แต่เจ้าของบ้านนำมาดัดแปลงเป็นโรงแรมขนาดเล็ก สภาพส่วนใหญ่เป็นบ้านเก่าหลังเล็ก ๆ อยู่ในซอยหากจะต้องเพิ่มพื้นที่สีเขียวในโรงแรม จำเป็นต้องรื้อบ้านและสร้างใหม่ให้ถูกกฎหมาย ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก

โดยผังเมืองรวมเชียงใหม่มีข้อกำหนด พื้นที่ “เขตคูเมืองเชียงใหม่” บังคับการก่อสร้างอาคารต้องมีพื้นที่ว่าง 50% และกันเป็นพื้นที่สีเขียว 30% กับ “โซนวัดเกต” ต้องมีพื้นที่ว่าง 50% เช่นเดียวกับ “โซนนิมมานเหมินทร์” ที่ต้องมีพื้นที่ว่าง 40% ตามขั้นตอน โรงแรมขนาดเล็กต้องยื่นขอใบอนุญาตภายใต้กฎหมายควบคุมอาคาร และกฎหมายผังเมืองก่อน จึงจะสามารถขอใบอนุญาตโรงแรมได้

ปัจจุบันโรงแรมขนาดเล็กในเชียงใหม่มี 6,000 แห่ง แต่มีเพียง 600 แห่ง หรือสัดส่วน 10% ที่มีใบอนุญาตโรงแรมถูกต้อง โดยตั้งอยู่ 2 โซนหลักคือ ในเขตเมืองชั้นในที่มีปัญหาผังเมือง 4,000 แห่ง กับโซนรอบนอกเมืองอีก 2,000 แห่ง ซึ่งหลังยุคโควิด เจ้าของโรงแรมขนาดเล็กกลับมาเปิดกิจการตามปกติแล้ว ซึ่งโรงแรมขนาดเล็กทั้งในและนอกระบบ 6,000 แห่ง นับเป็นส่วนหนึ่งของแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ ประเมินสร้างรายได้ปีละ 20,000 ล้านบาท

เมื่อเจาะปัญหาผังเมืองลึกลงไปพบว่า ผังเมืองรวมเชียงใหม่มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำธุรกิจโรงแรมในเขตเมืองชั้นใน จะต้องมีพื้นที่ว่าง 50% และพื้นที่สีเขียว 30% โดยกำหนดเป็น 3 โซนหลักที่โรงแรมขนาดเล็ก หรือโรงแรมเถื่อน 4,000 แห่งกระจายตัวอยู่ ได้แก่ 1.โซนคูเมือง หรือพื้นที่ชั้นในเขตเมืองเก่า 2.โซนย่านวัดเกต 3.โซนนิมมานเหมินทร์

“สมาคมที่พักบูติกเชียงใหม่ ร่วมกับผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็ก เตรียมขอเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอให้คณะกรรมการผังเมืองพิจารณายกเว้นอาคารเดิมที่ก่อสร้างก่อนปี 2559 สามารถปรับปรุงพื้นที่สีเขียว ด้วยการเพิ่มกระถางต้นไม้ หรือตกแต่งพื้นที่ด้วยต้นไม้ ได้หรือไม่”

ภูเก็ตติดหล่ม กม.สิ่งแวดล้อม

นายมโนสิทธิ์ แจ้งจบ ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนโรงแรมขนาดเล็ก สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯ ร่วมกับภาคีเครือข่ายโรงแรมบูติคทั่วประเทศ ผลักดันแก้ปัญหาโรงแรมขนาดเล็กตั้งแต่ปี 2561 มีกฎหมายต้องปรับปรุงแก้ไข 3 ฉบับ เพิ่งสำเร็จ 1 ฉบับ คือ กฎกระทรวงกรมโยธาฯ ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2566 ปลดล็อกกฎหมายใช้อาคารประเภทอื่นมาจดใบอนุญาตโรงแรม

“อานิสงส์จากกฎกระทรวงนี้ ภาพรวมโรงแรมใหญ่-เล็กทั้งประเทศ 85,000 แห่ง ได้ใบอนุญาตโรงแรมแล้ว 14,000 แห่ง เหลือ 71,000 แห่ง ไม่ได้จดโรงแรม คาดว่ามีโรงแรมขนาดเล็ก 70-80% ที่สามารถทำให้ถูกต้องได้”

มีอีก 2 ฉบับติดขั้นตอนพิจารณาที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คือ 1.กฎหมายกรมการปกครอง สาระสำคัญเกี่ยวกับนิยามที่พักไม่เกิน 8 ห้อง 30 คน 2.กฎหมายกรมโยธาฯ เกี่ยวกับความปลอดภัย และนิยามอาคารประเภทอื่น เช่น เต็นท์ เรือนแพ กระโจม เป็นต้น

สิ่งที่พบคือ นอกจากขอแก้กฎหมาย 3 ฉบับของกรมโยธาฯ และกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยแล้ว ยังติดล็อกกฎหมายกระทรวงอื่น เช่น กฎหมายส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติปี 2535 ซึ่งมีประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเฉพาะ 9 ฉบับ บังคับโรงแรมที่มีห้องพัก 30-79 ห้อง ต้องทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) และที่พัก 80 ห้องขึ้นไป ต้องทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เป็นต้น ซึ่งอยากให้รัฐบาลใหม่เข้ามาดูแลบริหารจัดการและให้ความช่วยเหลืออย่างจริงจัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...