โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธุรกิจคึกคักรับทัพนักลงทุน ประชุมใหญ่จีนฟื้นเชื่อมั่น

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 มิ.ย. 2566 เวลา 03.53 น. • เผยแพร่ 21 มิ.ย. 2566 เวลา 04.35 น.

ธุรกิจเด้งรับประชุม 4,000 นักธุรกิจจีนจากทั่วโลก สร้างความเชื่อมั่นลงทุนไทย หอการค้ากางแผนโรดโชว์ไปปักกิ่ง “สนั่น อังอุบลกุล” ชี้ ส่งออก-ท่องเที่ยว รับอานิสงส์เศรษฐกิจจีนขยายตัว “ดับบลิวเอชเอ” เผยทุนจีนเข้าคิวรอทำสัญญาเพียบ จับตาครึ่งปีหลังคึกคักสุด ๆ ด้าน “อมตะฯ” ทุ่ม 3-4 พันล้าน ยึดทำเลทอง 2 พันไร่ บ้านค่าย ระยอง 2 ผุดนิคมจีนแห่งที่ 2 รองรับ EV-อิเล็กทรอนิกส์

การประชุมนักธุรกิจจีนจากทั่วโลกมากกว่า 4 พันคนที่จะมาประชุมในประเทศไทยระหว่างวันที่ 24-26 มิ.ย.นี้ นอกจากจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและเป็นสปอตไลต์ที่ทำให้นานาประเทศมองมาที่ประเทศไทยแล้ว อีกด้านหนึ่งยังสร้างความตื่นตัวให้ภาคธุรกิจมีโอกาสดึงนักลงทุนจีนเข้ามาในไทยเพิ่มขึ้นด้วย

หอการค้าโรดโชว์ปักกิ่ง

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จะฉายภาพให้นักธุรกิจจีนจากทั่วโลกเห็นถึงความสัมพันธ์ไทย-จีนในทุกมิติ ผ่าน 4 สายสัมพันธ์แนบแน่นคือ 1)ทางการทูต 2) ทางเศรษฐกิจ 3) ทางวัฒนธรรม และ 4) ทางเครือญาติ

โดยจีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยมานาน 11 ปี ซึ่งปี 2556 ไทยส่งออกจีน 1.19 ล้านล้านบาท เช่น ผลไม้ ผลิตภัณฑ์ยาง เม็ดพลาสติก และนำเข้าจีน 2.49 ล้านล้านบาท พวกสินค้าเครื่องจักรไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรยนต์ แม้ไทยจะขาดดุลการค้า 1.3 ล้านล้านบาทจากการนำเข้า แต่ถือเป็นสินค้าประเภททุน พวกเครื่องจักรไฟฟ้า เครื่องจักรยนต์ ซึ่งสองประเทศยังมีโอกาสจะขยายการค้าด้วยกันได้อีก

“เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ไทยเป็นประเทศอันดับ 6 ที่จีนเข้ามาลงทุนเทียบกับในอาเซียน ยังถือว่าไม่มากเท่าที่ควร หอการค้าฯ และสถานทูตจีนในไทยจึงร่วมกันตั้งคณะทำงาน Task Force ขยายการลงทุนของประเทศจีนในไทย โดยมีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยยูนนานร่วมศึกษา”

นายสนั่นกล่าวว่า ส่วนการลงทุน หอการค้าฯได้หารือกับกระทรวงการต่างประเทศที่จะนำ BOI และ EEC ไปโรดโชว์ที่จีนอีกครั้ง เริ่มที่ปักกิ่งก่อนกระจายไปตามมณฑลต่าง ๆ จะเน้นการดึงดูดแบบโฟกัสกับนักธุรกิจรายกลุ่ม

“วันนี้ภาพรวมการลงทุน จีนในไทยเป็นอันดับ 3 มูลค่า 3.5 แสนล้านบาท รองจากอาเซียน และญี่ปุ่น เฉพาะที่ขอสิทธิประโยชน์บีโอไอเป็นอันดับ 1 มูลค่า 7.7 หมื่นล้านบาท และจีนยังเป็นประเทศอันดับ 1 ในการลงทุน EV car ในไทย เฉพาะ 3 ค่ายรถ EV จีนที่มาอย่าง BYD, Chanan และ Hozon ที่ลงทุนมาสร้างโรงงานในไทยโดยตรง เงินลงทุนรวมกว่า 3 หมื่นล้านบาท”

ช่วงต้นปีแม้ว่าการเติบโตของเศรษฐกิจจีนจะเป็นไปได้ดีในระดับ 4.5% และหลายฝ่ายก็ประเมินว่า GDP จีนปีนี้อาจจะเติบโตได้ถึง 5.2% แต่จีนเองก็ยังมีความท้าทายหลายด้าน ดังนั้น จีนอาจมีมาตรการใหม่ ๆ ออกมากระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มอีก และการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนจะส่งผลต่อการส่งออกไทย ซึ่งในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2566 ไทยส่งออกไปจีน 11,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 0.7%

หากมีการกระตุ้นอาจจะทำให้ส่งออก ไตรมาส 3-4 จะกลับมาดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยด้วย เช่นเดียวกับภาคการท่องเที่ยว ผลการสำรวจกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนอยากมาที่ไทยหลังจากเปิดประเทศมากที่สุด จีนจึงเป็นตลาดสำคัญของไทย และไทยเป็น 1 ใน 20 ประเทศแรกที่ทางการจีนอนุญาตให้ทัวร์สามารถเดินทางออกมาได้ ซึ่งปีนี้คาดการณ์นักท่องเที่ยวจีนน่าจะถึง 4.25 ล้านคน

WHA พาเหรดทำสัญญา

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบมจ. ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่าเพิ่งได้พบกับผู้บริหารของ BYD ซึ่งพบกันอย่างสม่ำเสมอ และปกติการเจรจาขยายการลงทุนในคลัสเตอร์อีวีก็จะมีการหารือกันนอกรอบ และช่วงเดือน มิ.ย.นี้ก็มีนักลงทุนจีนนำคณะมาโดยตลอด คณะต่อไปจะมาปลายเดือนนี้ และยังมีการเจรจาที่ได้ข้อสรุปแล้วอยู่ระหว่างรอทำสัญญาอีกหลายราย

“เท่าที่เราดีลตรงกับนักธุรกิจจีนรายใหญ่ที่จะเข้ามาลงทุน นักธุรกิจเหล่านั้นก็มีความเชื่อมั่นการลงทุนในประเทศไทยอยู่แล้ว แนวโน้มครึ่งปีหลังนักลงทุนมีโอกาสจะเข้ามาอีกเยอะเลย สำหรับ ดับบลิวเอชเอ เองก็มีเตรียมรอทำสัญญาครึ่งปีหลังอีกหลายราย หากผ่านไตรมาส 2 ไปแล้วอาจจะมีปรับเป้าหมายรายได้ เพราะภาพรวมดีทั้งส่วนของนิคมในไทยและในเวียดนาม จากการเคลื่อนย้ายฐานการลงทุนที่มีสัญญาณจะเข้ามาอย่างต่อเนื่อง”

นางสาวจรีพรกล่าวว่า ปัจจุบัน ดับบลิวเอชเอ มีนิคมในอีอีซี ทั้งใน จ.ระยองและชลบุรี มากถึง 10 นิคม จึงมีความพร้อมดึงดูดการลงทุน และดับบลิวเอชเอยังครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 บางปีครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 60% หรือโดยปกติเฉลี่ยที่ 40-50% โดยมีนักลงทุนจากจีนเข้ามาลงทุนในดับบลิวเอชเอ คิดเป็นสัดส่วน 50% ที่เหลือญี่ปุ่น ไต้หวัน อเมริกา ยุโรป จากความพร้อมด้านอีโคซิสเต็มในการลงทุนตลอดห่วงโซ่ซัพพลายเชน

อมตะ ผุดนิคมจีนแห่งที่ 2

นายวิวัฒน์ กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่เทคนิควิศวกรรม และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี และระยอง เปิดเผยว่า ตามแผนการดึงการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญทั้งยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยเป้าหมายในกลุ่มอุตสาหกรรมทั้ง 2 ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากประเทศจีน ดังนั้น อมตะฯจากเดิมที่มีนิคมอุตสาหกรรมจีนอยู่แล้ว

ล่าสุดได้ตั้งนิคมอุตสาหกรรมจีน แห่งที่ 2 เรียบร้อยแล้ว ชื่อนิคมอุตสาหกรรมหนองละลอก ซึ่งอยู่ในพื้นที่ ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ขนาด 2,000 ไร่ เงินลงทุน 3,000-4,000 ล้านบาท ขณะนี้การก่อสร้างเสร็จแล้วบางส่วน และมีบางโรงงานเข้าตั้งแล้ว

จะเปิดดำเนินการในปลายปี 2566 นี้ นำร่องไปก่อน นิคมดังกล่าวจะรองรับโรงงานได้ 20-30 โรงงาน โดยส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจีนที่ดึงการลงทุนมาทั้งซัพพลายเชน ซึ่งจีนถือเป็นนักลงทุนที่มาแรงในตอนนี้ เขามุ่งปักหมุดมาที่ไทยโดยตรง โดยเฉพาะกลุ่ม EV

สำหรับนิคมจีนแห่งที่ 1 ของอมตะนั้น หรือเขตอุตสาหกรรมระยองไทย-จีน (ระยอง) ซึ่งตั้งอยู่ในส่วนของนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ระยอง เต็มทั้งหมดแล้ว ด้วยปัจจัยต่อเนื่องตั้งแต่เทรดวอร์ สงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้เกิดการย้ายฐานมาเรื่อย ๆ ไทยจึงได้รับอานิสงส์เพราะมีความพร้อมในทุกด้าน

หากรวมแล้วในส่วนของอมตะเอง พื้นที่ทั้ง 3 นิคมคือ นิคมอมตะซิตี้ชลบุรี ระยอง และจีน ที่กำลังพัฒนาอยู่ขณะนี้มีประมาณกว่า 10,000 ไร่ในมือ แน่นอนว่าสัดส่วนนักลงทุนจีนมีมากถึง 30-40% รองลงมาคือนักลงทุนจากญี่ปุ่น 20-30% ที่เหลือเป็นยุโรป

กนอ.สบช่องปลุกอีอีซี

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ กนอ. (บอร์ด กนอ.) อนุมัติในหลักการให้จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมใหม่ 1 แห่ง และวันที่ 10 มี.ค. 2566 ได้ประกาศเขตให้เป็น นิคมอุตสาหกรรมหนองละลอก

โดยร่วมดำเนินงานกับ บริษัท พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมระยอง ไทย-จีน จำกัด บริษัทลูกของอมตะฯ ในรูปแบบของนิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินงาน เป็นการเพิ่มพื้นที่เพื่อรองรับการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และการขยายตัวของอุตสาหกรรมเป้าหมาย New S-Curve ซึ่งอมตะจะเป็นผู้ลงทุนพัฒนาและให้บริการระบบสาธารณูปโภคภายใต้การกำกับของ กนอ.

โดยนิคมจะมีพื้นที่ประมาณ 1,546 ไร่ มูลค่าการลงทุน 3,768 ล้านบาท ที่ตั้งของโครงการเป็นพื้นที่ดอน ไม่มีความเสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วม ด้านหน้าโครงการติดถนนทางหลวงแผ่นดิน และห่างจากทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) เส้นทางชลบุรี-พัทยา 14 กิโลเมตร อยู่ห่างจากท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด 24 กิโลเมตร ท่าอากาศยานอู่ตะเภา 40 กิโลเมตร ท่าเรือพาณิชย์แหลมฉบัง 60 กิโลเมตร และห่างจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 150 กิโลเมตร

ตัวโครงการแบ่งพื้นที่เป็นพื้นที่เขตอุตสาหกรรมทั่วไป ประมาณ 1,123 ไร่ พื้นที่โรงไฟฟ้า 22 ไร่ พื้นที่ระบบสาธารณูปโภค 181 ไร่ พื้นที่สีเขียวและแนวกันชน 218 ไร่ คาดว่าจะใช้ระยะเวลาพัฒนาพื้นที่และเปิดให้บริการได้ภายใน 2 ปี หรือปลายปี 2568

หลังเปิดดำเนินการแล้วจะก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนประมาณ 45,840 ล้านบาท เกิดการจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นประมาณ 11,460 คน และเนื่องจากโครงการอยู่ในพื้นที่เป้าหมายของ EEC อยู่ในทำเลที่มีศักยภาพ อีกทั้งผู้ประกอบการยังได้รับสิทธิประโยชน์ภายใต้มาตรการส่งเสริมของ EEC ด้วย ซึ่งคาดว่าจะสามารถขาย/ให้เช่าพื้นที่ทั้งหมดได้ในระยะเวลา 5 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสำรวจพบว่า ในการประชุมนักธุรกิจจีนจากทั่วโลกครั้งนี้ จะมีผู้ประกอบการจีนรายใหญ่ที่เข้าร่วมประชุมด้วย ได้แก่ 1.นายไมเคิล ฉง รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) หรือ GWM 2.ค่ายรถยนต์ MG หลัก ๆ เป็น CP

3.ค่าย BYD จะมีนายเบนสัน (เค่อ หยู่ปิน) ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี (ประเทศไทย) จำกัด ขึ้นแทน ประธานใหญ่ CEO BYD หวัง ชวนฟู (Wang Chuanfu) และ 4.NETA ฝาง หยุ่นโจว ผู้ก่อตั้งและประธาน บริษัท โฮซอน นิว เอนเนอร์ยี่ ออโต้ โมบิล จำกัด

ในพิธีเปิดจะมี พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี และนายเกา หยุนหลง รองประธานสภาที่ปรึกษาการเมืองแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยแขกสำคัญ 18 คน ร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นจะมี นายณรงค์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีน และประธานกรรมการจัดการ WCEC ครั้งที่ 16 กล่าวสุนทรพจน์ต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม, มีนายเฉิน ซวี่ ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการชาวจีนโพ้นทะเลแห่งคณะรัฐมนตรี สาธารณรัฐประชาชนจีน อ่านสารแสดงความยินดีจากผู้นำประเทศจีน

นายหวัง ฮู่หนิง ประธานสภาที่ปรึกษาการเมืองแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน, นายเกา หยุน หลง ประธานคณะกรรมการบริหารสหพันธ์อุตสาหกรรมและการค้า สาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวสุนทรพจน์ ส่วนฝ่ายไทยมี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนนายกรัฐมนตรีกล่าวสุนทรพจน์, นายเกา เฉวียนชิ่ง ประธานหอการค้าสิงคโปร์-จีน และองค์กรเลขาธิการ WCEC กล่าวสุนทรพจน์ และมีนายธนินท์ เจียรวนนท์ นายกสมาคมนักธุรกิจชาวจีนโพ้นทะเลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และประธานกิตติมศักดิ์ถาวรหอการค้าไทย-จีน ปาฐกถาพิเศษ

การประชุมวันที่ 25 มิถุนายน 2566 ได้แบ่งการเสวนาเป็นหัวข้อย่อย 1 : ภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนของประทศไทย มี ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เป็นผู้ดำเนินการเสวนา โดยมีวิทยากรฝ่ายไทย ประกอบด้วย นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ,

นายเกรียงไกร เธียรนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.), นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI), นายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยมีนายหลี เสี่ยวปอ นายกสมาคมการค้าวิสาหกิจจีน-ไทย และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ICBC เป็นตัวแทนวิทยากรฝ่ายจีน

เสวนาในหัวข้อย่อย 2 : โอกาสการพัฒนา “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ความตกลงหุุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคและเขตอ่าวเศรษฐกิจกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า มี รศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้ดำเนินการเสวนา

โดยมีวิทยากรฝ่ายจีน ประกอบด้วย นายไช่ กวาน เซิน ประธานหอการค้าจีน-ฮ่องกง ประธานกรรมการบริษัท ซิงหัว กรุ๊ป, นายเหอ สง ผู้ว่าเมืองเจิ้งโจว และวิทยากรฝ่ายไทย ประกอบด้วย ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC), นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

เสวนาในหัวข้อย่อย 3 : “แนวคิดและภูมิปัญญาการดำเนินธุรกิจของนักธุรกิจชาวไทยเชื้อสายจีน” มีนายถนอมพงษ์ ปฐมศักดิ์ รองเลขาธิการหอการค้าไทย-จีน เป็นผู้ดำเนินการเสวนา โดยมีวิทยากรฝ่ายจีน ประกอบด้วย นายเกา เฉวียน ชิ่ง ประธานหอการค้าสิงคโปร์-จีน,

นายหลี ฉู่ หยวน ประธานกรรมการ บริษัท กว่างโจวฟาร์มาซูติคอลกรุ๊ป จำกัด, นายเจย์ เฉิน ซีอีโอ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด, นายฟัง อวิ่น โจว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โฮซอน นิว เอนเนอร์ยี่ ออโต้ โมบิล จำกัด, นายหยวน ฮุย ประธานกรรมการ Xiao i Corporation

เสวนาในหัวข้อย่อย 4 : การสืบสานและพันธกิจของนักธุรกิจไทยเชื้อสายจีนรุ่นใหม่ มีนายณัฐพงศ์ นำศิริกุล ครูสอนภาษาจีน ผู้ประกาศ และนักจัดรายการวิทยุ เป็นผู้ดำเนินการเสวนา โดยมีวิทยากรฝ่ายจีน ประกอบด้วย นายหลู กั๋วอี้, นายหม่า จื้อ อี้ นายกหอการค้ามาเก๊า-จีน,

นายเค่อ หยู่ปิน ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย)จำกัด, นายไมเคิล ฉง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด และวิทยากรฝ่ายไทย ประกอบด้วย ศ.กิตติคุณ ดร.สุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...