จากอดีต ส.ส.สู่ ‘ภัยความมั่นคง’ – สถาบันปรีดี ย้ำ อำนาจมืดยังอยู่ คารวะ ‘ครูครอง’ ถูกประหาร สู้เพื่อที่ดินชาวบ้าน
‘สถาบันปรีดี’ ย้ำ บทเรียนอยุติธรรม ‘62 ปี ครูครอง’ อดีต ส.ส.สกลนคร ผู้ไม่ยี่หระอำนาจมืด สู้เพื่อที่ดินทำกินชาวบ้าน ก่อนคาดโทษประหาร ‘ภัยความมั่นคง’
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม เนื่องในวันคล้ายวันประหารชีวิต นายครอง จันดาวงศ์ นักสู้เพื่อประชาธิปไตย เจ้าของวลี “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ” สถาบันปรีดี พนมยงค์ ร่วมย้อนรำลึก 62 ปี การประหารชีวิตครูครอง 31 พฤษภาคม 2504 ที่มีความเชื่อมโยงกับ นายปรีดี พนมยงค์’ และคณะราษฎร โดยครูครอง ได้ร่วมเรียกร้องนโยบายที่ช่วยบรรเทาทุกข์ร้อนให้กับเกษตรกรโดยเฉพาะคนอีสาน ก่อนหันเข้าสู่ขบวนการเสรีไทย ซึ่งภายหลังการรัฐประหาร 2490 กลุ่มนักการเมืองที่สนับสนุนนายปรีดี ถูกกวาดล้างอย่างหนัก หนึ่งนั้นคือครูครอง ซี่งระหว่างถูกประหาร ได้เปล่งวลีที่ถูกนำมาใช้ในขบวนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและความยุติธรรมในปัจจุบัน
โดย สถาบันปรีดี พนมยงค์ ระบุว่า วันนี้เมื่อ 62 ปีที่แล้ว 31 พฤษภาคม 2504 ‘ครูครอง จันดาวงศ์’ ถูกประหารชีวิตภายหลังการถูกจับกุมเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ในปีเดียวกัน โดยคำสั่งของ ‘จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์’ นายกรัฐมนตรีที่มาจากการรัฐประหาร อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 17 ของธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2502 อีกหนึ่งชีวิตที่ถูกพรากไปพร้อมกันด้วยปลายกระบอกปืน คือ ‘ครูทองพันธ์ สุทธิมาศ’ ทั้งคู่ถูกตั้งข้อกล่าวหาแบ่งแยกการปกครอง อันเนื่องมาจากการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องต่อประเด็นที่ดินทำกินของชาวบ้าน แต่กลับถูกรัฐเพ่งเล็งว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง
หากย้อนไปในช่วงแรกของชีวิตราชการอาจพูดได้ว่าครูครองไม่ได้มีสำนึกทางการเมืองที่ก้าวหน้ามากเท่าใดนัก แม้ว่าเวลาต่อมาจะมีการอภิวัฒน์สยาม ใน พ.ศ.2475 ซึ่งทำให้เกิดการมีส่วนร่วมของราษฎรในระบอบประชาธิปไตยและรัฐสภา เกิดการกระจายอำนาจไปสู่ภูมิภาคอื่นๆ รวมไปถึงที่สว่างแดนดินด้วย ซึ่งเป็นอำเภอที่ครูครองรับราชการอยู่ในขณะนั้น
‘นายปรีดี พนมยงค์’ และ “คณะราษฎร” ดำเนินการผลักดันนโยบายที่ช่วยบรรเทาทุกข์ร้อนของชาวนา เช่น การลดอากรค่านา ยกเลิกรัชชูปการ ลดอาญาบัตรค่าโคกระบือ ชลประทาน ฯลฯ ความคิดของนายปรีดี จึงได้รับการยอมรับในกลุ่ม ส.ส.อีสาน เช่น เตียง ศิริขันธ์, ถวิล อุดล และ จำลอง ดาวเรือง ซึ่งได้กลายมาเป็นพันธมิตรที่แนบแน่นและร่วมภารกิจต่อประเทศในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
ความสัมพันธ์ของนักการเมืองสายอีสานและนายปรีดี นำไปสู่จุดเปลี่ยนทางการเมืองของครูครอง เมื่อครูครองเริ่มมีส่วนร่วมด้วยการช่วย นายเตียง หาเสียงระหว่างการเลือกตั้งในปี พ.ศ.2481 และเข้มข้นมากขึ้นเมื่อได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก “ขบวนการเสรีไทย” เมื่อคราวสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้อุบัติขึ้น
ภายหลังการรัฐประหาร 2490 กลุ่มนักการเมืองที่สนับสนุนนายปรีดี ถูกกวาดล้างอย่างหนัก หนึ่งนั้นคือครูครอง พร้อมนักเคลื่อนไหวคนอื่นๆ ถูกจับด้วยข้อหากบฏแบ่งแยกดินแดนและกบฏในราชอาณาจักร ทว่านายเตียงยอมมอบตัวด้วยเงื่อนไขที่ว่าต้องปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้งหมดรัฐบาลยอมรับเงื่อนไข แต่แล้วเรื่องก็ถูกถ่ายโอนมายังศาลอาญากรุงเทพ และในท้ายที่สุดจึงมีคำวินิจฉัยยกฟ้อง
ในปี พ.ศ. 2500 ถือเป็นปีสำคัญของครูครอง ในบทบาทนักการเมืองด้วยฐานะผู้แทนราษฎร แม้ว่าในการลงเลือกตั้งครั้งแรก เมื่อ 26 กุมภาพันธ์ ครูครองจะไม่ได้รับการเลือก แต่ในการเลือกตั้งครั้งถัดมาช่วงปลายปีผลปรากฏว่าครูครองได้รับชัยชนะจนสามารถทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนได้สำเร็จ
ตลอดชีวิตของ ‘ครูครอง จันดาวงศ์’ จนถึงวินาทีปลิดชีพ บุรุษนักประชาธิปไตยคนนี้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่เพื่อประโยชน์ของปวงประชา และไม่ยี่หระต่อภัยจากอำนาจมืดใดๆ ณ ลานประหารที่กระสุนได้สาดใส่ร่างกายของครูครองและนายทองพันธ์ กลับยิ่งเป็นประวัติศาสตร์ที่คอยย้ำเตือนและเป็นบทเรียนให้แก่สังคมไทยได้รู้ซึ้งถึงความเลวร้ายของอำนาจอยุติธรรม สืบต่อไป
นอกจากนี้ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ยังเผยแพร่บทความ “สืบทอดเจตนารมณ์ ครูครอง จันดาวงศ์” โดย สัมผัส พึ่งประดิษฐ์ เนื้อหาความว่า
นับเป็นโชคดีของผมที่มีโอกาสได้ร่วมชะตากรรมกับ คุณครอง จันดาวงศ์ เมื่อตอนถูกจับกุมในข้อหาฐานกบฏเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2495 หรือที่เรียกกันว่า “กบฏสันติภาพ 10 พ.ย.” นั่นเอง คุณครองถูกฟ้องเป็นจำเลยที่ 33 ส่วนผมถูกฟ้องเป็นจำเลยที่ 36 เราได้สัมผัสชีวิต กินอยู่ หลับนอน ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันตั้งแต่คุกลหุโทษ คุกเมืองนนท์ คุกบางขวางเป็นเวลาหลายปี ขณะนั้นคุณครองเป็นผู้ใหญ่ที่น่าเคารพนับถือ ส่วนผมยังเป็นหนุ่มวัยรุ่น ผมได้มีโอกาสศึกษาเรียนรู้ชีวิตที่เป็นแบบอย่างที่ดีงามของคุณครอง ได้รู้ชีวิตความเป็นอยู่ รู้นิสัยใจคอและความประพฤติ คุณครองเป็นผู้ที่มีจิตใจกล้าหาญ เสียสละ ขยันหมั่นเพียร ประหยัด เรียบๆ ง่ายๆ อ่อนน้อมถ่อมตน ทรหดอดทน รักชาติ รักประชาธิปไตย ภาพลักษณ์มีธาตุของความเป็นลูกชาวนา เป็นครู เป็นนักศึกษาปัญญาชน และเป็นนักการเมืองของประชาชนที่รักชาติรักประชาธิปไตยที่แท้จริง ควรแก่การคารวะและยกย่องว่าเป็น “คนดีศรีอีสาน” คนหนึ่ง
แม้อดีตจะล่วงเลยไปเป็นเวลาถึง 30 กว่าปีที่คุณครอง จันดาวงศ์ ได้เสียสละจากเราไป แต่การตายอย่างองอาจกล้าหาญของคุณครองด้วยอำนาจเผด็จการของจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยังเป็นที่จารึกจดจำของประชาชนผู้รักชาติรักประชาธิปไตยไม่จางหาย เช่นเดียวกับคุณเตียง ศิริขันธ์, คุณทองอินทร์ ภูริพัฒน์, คุณถวิล อุดล และคุณจำลอง ดาวเรือง 4 อดีตรัฐมนตรีลูกอีสานที่ถูกสังหารด้วยเงื้อมมือของจอมเผด็จการหลังรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490
คำสั่งประหารชีวิตคุณครอง จันดาวงศ์ และคุณทองพันธ์ สุทธิมาศ สองลูกอีสานผู้รักมาตุภูมิ รักชาติ รักประชาชนเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2504 และการประหารชีวิตคุณรวม วงศ์พันธ์ ลูกสุพรรณบุรี นักรบของประชาชนผู้รักชาติรักประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2505 ยังเป็นอนุสรณ์ตรึงใจในวีรกรรมของผู้กล้าหาญเหล่านี้มิรู้ลืม ขณะเดียวกันก็ให้เป็นที่จดจำถึงความโหดร้ายของอำนาจเผด็จการที่กระทำต่อประชาชนผู้รักชาติรักประชาธิปไตยอย่างมิรู้ลืมเช่นกัน
การปราบปรามประชาชนผู้รักชาติรักประชาธิปไตยของจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ หลังจากรัฐประหารยึดอำนาจเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2501 ยังผลให้ประชาชน นักการเมือง นักหนังสือพิมพ์ นักเขียน นักประพันธ์ นักศึกษาปัญญาชน กรรมกร ชาวนา ชาวไร่ ถูกกวาดล้างจับกุมคุมขังอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ การกำราบด้วยวิธีจับกุมคุมขังจนถึงประหารชีวิตนั้นเนื่องจากผู้ใช้อำนาจเผด็จการเชื่อว่า การปราบปรามเข่นฆ่าด้วยกำลังอำนาจสามารถทำลายข่มขู่ให้การเคลื่อนไหวต่อสู้ของประชาชนผู้รักชาติรักประชาธิปไตยสงบลงได้ แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ประวัติศาสตร์ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการใช้กำลังอำนาจปราบปราม แม้จะรุนแรงขนาดไหนก็หาหยุดยั้งการต่อสู้ของประชาชนลงได้ไม่ ตรงกันข้าม กลับทำให้เกิดพลังประชาชนถาโถมเข้าใส่อำนาจเผด็จการอย่างห้าวหาญและรุนแรงยิ่งขึ้น ด้วยทัศนะของประชาชนที่เชื่อมั่นว่าประชาธิปไตยจะได้มาก็ด้วยพลังประชาชนที่ต่อสู้เรียกร้องสิทธิเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตย
การปราบปรามประชาชนอย่างขนานใหญ่ รุนแรง โหดร้ายทารุณถึงประหารชีวิตด้วยการใช้อำนาจเผด็จการอย่างเบ็ดเสร็จของจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในครั้งนั้น เป็นประหนึ่งสัญญาณแจ้งเหตุให้ประชาชนได้รู้ถึงสถานการณ์อันเลวร้ายและความโหดร้ายทารุณของผู้ใช้อำนาจปกครองเผด็จการที่จะกระทำต่อประชาชนผู้รักชาติรักประชาธิปไตย ทั้งยังเป็นสัญญาณบอกเหตุหรือปรอทวัดอุณหภูมิว่าการต่อสู้ที่จะต้องร้อนระอุยิ่งขึ้นได้อุบัติขึ้นแล้วด้วย
อำนาจเผด็จการเป็นเหตุให้ทิศทางการต่อสู้ของประชาชนต้องหันเหไปจากวิถีทางสันติ สิทธิเสรีภาพของประชาชนอันพึงมีตามระบอบประชาธิปไตยต้องดับวูบ แสงสว่างแห่งระบอบประชาธิปไตยต้องมืดมิด เวทีประชาธิปไตยต้องกลับกลายเป็นสมรภูมิต่อสู้ ประหัตประหาร
ด้วยสถานการณ์ที่ประชาชนผู้รักชาติรักประชาธิปไตยต้องเผชิญกับอำนาจเผด็จการเช่นนี้ การต่อสู้อย่างสันติวิธีตามวิถีทางระบอบประชาธิปไตยจึงไม่อาจเป็นไปได้ ดังนั้นเพื่อความดำรงอยู่และในสภาพที่ต้องถูกบังคับจนไม่สามารถเคลื่อนไหวต่อสู้อย่างสันติวิธีในเมืองได้ จึงต้องร่นถอยออกจากเมืองไปสู่ชนบท จากชนบทไปสู่ป่า และจากป่าไปสู่การจับอาวุธขึ้นสู้เพื่อตอบโต้กับอำนาจเผด็จการที่ผู้ถูกใช้กำลังปราบปรามพึงกระทำเพื่อป้องกันตน ชนิดที่ไม่มีทางเลือกหรือหลีกเลี่ยงได้ การจับอาวุธขึ้นสู้กับอำนาจเผด็จการซึ่งมิใช่เป็นความปรารถนาของผู้รักสันติรักประชาธิปไตยจึงได้เกิดขึ้น สถานการณ์สู้รบด้วยกำลังอาวุธเป็นผลิตผลจากการปราบปรามด้วยกำลังอย่างโหดร้ายทารุณของอำนาจเผด็จการ ซึ่งได้ขยายตัวเป็นการประหัตประหารต่อสู้กันด้วยกำลังอาวุธกันใหญ่โตในกาลเวลาต่อมา
ปัจจุบันการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธด้วยความรุนแรงได้สงบลง กระแสแห่งการต่อสู้ได้แปรเปลี่ยนเป็นการต่อสู้โดยสันติตามวิถีทางระบอบประชาธิปไตยซึ่งได้พัฒนาถึงปัจจุบันจนเป็นกระแสหลัก พลังของประชาชนผู้รักชาติรักประชาธิปไตยรักความเป็นธรรม แม้จะถูกคุกคามปราบปราม ถูกทำลายอย่างหนักก็หาได้สิ้นสลายลงไปไม่ กลับเติบใหญ่เป็นพลังต่อสู้คัดค้านอำนาจเผด็จการเพิ่มทวียิ่งขึ้น ดังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516, เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 และเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 ที่อำนาจเผด็จการไม่สามารถปราบปรามกระแสคัดค้านของประชาชนที่รักชาติรักประชาธิปไตยดังเช่นในอดีตได้
แม้ยุคแห่งการใช้อำนาจเผด็จการปราบปรามประชาชน ด้วยกำลังดังเช่นในอดีตจะผ่านไป ใช่ว่าอำนาจเผด็จการจะหมดสิ้นไปก็หาไม่ หากแต่ได้พัฒนามาในรูปแบบใหม่ ภาพลักษณ์ใหม่หรือแอบแฝงอยู่ในกลุ่มอำนาจต่างๆ ในรูปแบบประชาธิปไตยหรือพรรคการเมืองที่ใช้อำนาจเงิน อำนาจเศรษฐกิจ อิทธิพล ซื้อสิทธิ ขายเสียง หลอกลวงประชาชน เพื่อยึดครองอำนาจรัฐหรือให้ได้มาซึ่งอำนาจปกครองประเทศ เพื่อกอบโกยผลประโยชน์ ปล้นชาติ ปล้นประชาชน ขายผลประโยชน์ให้กับต่างชาติ ในขณะที่สิทธิเสรีภาพทางการเมืองของประชาชนยังถูกจำกัดลิดรอน กฎหมายที่ใช้ปราบปรามในยุคเผด็จการที่ล้าหลังและไม่เป็นธรรมก็ยังคงอยู่ อำนาจเศรษฐกิจ การเมือง การปกครองยังอยู่ในกำมือของคนกลุ่มน้อยที่ครอบงำชีวิตความเป็นอยู่ของกรรมกร ชาวนาชาวไร่และประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ สิทธิประชาธิปไตยหาได้เป็นของประชาชนโดยแท้ไม่ ชีวิตชาวนาชาวไร่ในชนบทต้องล่มสลาย ล้มละลายยากจน ไม่ต่างอะไรกับการปกครองด้วยอำนาจเผด็จการในอดีต
ผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของคุณครอง จันดาวงศ์ จะต้องจับตามองและยืนหยัดต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งเอกราชประชาธิปไตยของประชาชนที่แท้จริงต่อไป
ด้วยความคารวะต่อดวงวิญญาณที่สงบของคุณครอง จันดาวงศ์ วีรชนผู้ยิ่งใหญ่ของประชาชน
- อ่านข่าว : 31 พ.ค.2504 ประหาร ‘ครูครอง จันดาวงศ์’ เจ้าของวาทะ ‘เผด็จการจงพินาศ ปชต.จงเจริญ’
- ลูกชาย ‘ครูครอง จันดาวงศ์’ เล่าปมลึก ก่อนพ่อเป็นเสรีไทย-ฝาก ‘คนรุ่นใหม่’ ยึดมั่นอุดมการณ์
อ่านข่าวน่าสนใจ
- ‘วิโรจน์’ ซัดรัว ไม่สนผู้การทางหลวงพ้นเก้าอี้ แซวพวกย้ายที่ #ส่วยสติ๊กเกอร์ คิดว่ารอด?
- สพป.อุบลฯ เขต 5 วุ่น! ขรก. 9 คนขอย้าย ลั่น ‘ผอ.’ ไม่ใส่ใจงาน-เอาแต่สั่งออนไลน์ ทำอึดอัด
- รื้อแล้ว! ‘บ้านสุขาวดี’ บนพื้นที่พิพาท 11 ไร่ริมทะเล เจ้าหน้าที่จัดเต็ม คน-อุปกรณ์ทุบ
- หมอนงนลินี โพสต์ขอโทษ ‘สรยุทธ’ หลังโดนฟ้องใส่ร้าย ปมรายงานข่าวโควิด