โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมประมง เปิด ‘6 สัตว์น้ำพันธุ์ดี’ เลี้ยงง่าย โตไว ให้ผลผลิตสูง เป็นทางเลือกเกษตรกร สร้างอาชีพ สร้างรายได้

The Bangkok Insight

อัพเดต 05 ก.ค. 2566 เวลา 01.21 น. • เผยแพร่ 05 ก.ค. 2566 เวลา 01.21 น. • The Bangkok Insight

กรมประมง เปิด "6 สัตว์น้ำพันธุ์ดี" เลี้ยงง่าย โตไว ให้ผลผลิตสูง เป็นทางเลือกเกษตรกร สร้างอาชีพ สร้างรายได้

นายประพันธ์ ลีปายะคุณ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า กรมประมงได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์สัตว์น้ำ โดยเฉพาะชนิดพันธุ์ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เพื่อยกระดับการผลิตของเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของประเทศไทย ให้สามารถผลิตสัตว์น้ำที่มีคุณภาพดีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน รวมถึงมีลักษณะปรากฏตรงตามความต้องการของตลาด ทั้งในเรื่องอัตราการเจริญเติบโต อัตราการรอดที่เพิ่มขึ้น และการทนต่อโรค

ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการติดตามและประเมินผลความพึงพอใจ ด้านประสิทธิภาพผลผลิตจากเกษตรกรผู้ใช้ลูกพันธุ์จากกรมประมงอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการเดินหน้ากระจายลูกพันธุ์สัตว์น้ำพันธุ์ดี ออกสู่ภาคการผลิตในราคาที่เหมาะสม เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงลูกพันธุ์ของเกษตรกร ให้สามารถนำไปเลี้ยงเป็นพ่อแม่พันธุ์สำหรับการผลิตลูกพันธุ์จำหน่ายได้

กรมประมง

6สัตว์น้ำพันธุ์ดี พร้อมกระจายให้เกษตรกร สร้างอาชีพ สร้างรายได้

ปัจจุบันกรมประมงมีความพร้อมและศักยภาพการผลิตสัตว์น้ำสายพันธุ์ใหม่เพื่อกระจายสู่เกษตรกร ทั้งหมด 6 สายพันธุ์ ดังต่อไปนี้

  • ปลานิลจิตรลดา 3 เป็นพันธุ์ปลานิลที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์อย่างต่อเนื่อง ด้วยวิธีการคัดเลือกแบบหมู่จนได้สายพันธุ์ที่มีอัตรารอดและให้ผลผลิตสูง มีลักษณะเด่น คือ ส่วนหัวเล็ก ตัวหนา เนื้อแน่นและมาก เจริญเติบโตได้ดีกว่าพันธุ์จิตรลดาดั้งเดิม 40% จากการติดตามประเมินผลการเพาะเลี้ยงของเกษตรกรในปี 2565 พบว่ามีผลผลิตเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 4% หน่วยงานผลิต ได้แก่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำอุตรดิตถ์, ศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำบุรีรัมย์, ศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำเพชรบุรี, ศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำชุมพร และศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำปทุมธานี
  • ปลานิลจิตรลดา 4 เป็นพันธุ์ปลานิลที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์โดยวิธีการคัดเลือกการจากประเมินจากค่าการผสมพันธุ์ของน้ำหนักเพื่อให้ได้ผลผลิตสูง มีลักษณะเด่นคล้ายกับ “ปลานิลจิตรลดา 3” คือ ส่วนหัวเล็ก ลำตัวกว้าง สันหนา เจริญเติบโตได้ดีกว่าพันธุ์จิตรลดาดั้งเดิม 36% จากการติดตามประเมินผลการเพาะเลี้ยงของเกษตรกรในปี 2565 พบว่ามีผลผลิตเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 4% หน่วยงานผลิต ได้แก่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำบุรีรัมย์ และศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำปทุมธานี
กรมประมง
  • ปลาหมอชุมพร 1 เป็นพันธุ์ปลาหมอไทยที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์จากปลาหมอพันธุ์เพาะเลี้ยงของภาคใต้ โดยวิธีการคัดเลือกแบบหมู่ 4 รุ่น เพื่อให้ได้สายพันธุ์ที่มีการเจริญเติบโตดีและให้ผลผลิตสูง มีลักษณะเด่น คือ โตเร็ว และมีขนาดใหญ่ ส่วนหัวเล็ก และสันหนา มีอัตราการการเจริญเติบโตสูงกว่าปลาหมอสายพันธุ์เดิม 22 % จากการติดตามประเมินผลการเพาะเลี้ยงของเกษตรกรในปี 2565 พบว่ามีผลผลิตเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 5.91% หน่วยงานผลิต ได้แก่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำชุมพร
  • ปลาตะเพียนขาวนีโอเมล เป็นพ่อพันธุ์ปลาตะเพียนขาวเพศผู้ที่ได้รับการพัฒนาพันธุ์จนสามารถนำไปผสมพันธุ์กับแม่พันธุ์ปกติและให้ผลผลิตเป็นลูกปลาตะเพียนขาวเพศเมียมากกว่า 80 % ให้ผลผลิตมากกว่าการเลี้ยงปลาตะเพียนขาวแบบรวมเพศ ไม่น้อยกว่า 24 % จากการติดตามประเมินผลการเพาะเลี้ยงของเกษตรกรในปี 2565 พบว่ามีผลผลิตเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 75% หน่วยงานผลิต ได้แก่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำบุรีรัมย์
  • กุ้งขาวสิชล 1 เป็นกุ้งขาวแวนนาไม (Litopenaeus vannamei) ที่ผ่านการปรับปรุงพันธุ์ และพัฒนาพันธุ์ด้านการเจริญเติบโต โดยคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ที่มีลักษณะการเจริญเติบโตดี
    ปลอดจากเชื้อที่กำหนด 8 โรค คือ โรคตัวแดงดวงขาว (WSSV), โรคทอร่า (TSV), โรคกล้ามเนื้อขาวหรือกล้ามเนื้อตาย (IMNV), โรคแคระแกร็น (IHHNV), โรคหัวเหลือง (YHV), โรค covert mortality nodavirus (CMNV) และโรคตายด่วนเนื่องจากแบคทีเรียที่ทำให้เกิดตับวายเฉียบพลัน (EMS-AHPND) และเชื้อ Enterocytozoon hepatopenaei (EHP) พัฒนาจนได้สายพันธุ์ที่มีอัตราการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้น 54 - 34.58 %สามารถเลี้ยงได้ทุกพื้นที่ชายฝั่งของประเทศไทย จากการติดตามประเมินผลการเพาะเลี้ยงของเกษตรกรในปี 2565 พบว่ามีผลผลิตเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 17.34% หน่วยงานผลิต ได้แก่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำนครศรีธรรมราช
กรมประมง
  • กุ้งก้ามกราม มาโคร 1 เป็นกุ้งก้ามกรามที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์จากพ่อแม่พันธุ์กุ้งก้ามกรามสายพันธุ์เดิมที่ปลอดจากเชื้อ Macrobrachium rosenbergii nodavirus (MrNV) และ Extra small virus (XSV) จนมีอัตราการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้น 5 - 15 % จากการติดตามประเมินผลการเพาะเลี้ยงของเกษตรกรในปี 2565 พบว่ามีผลผลิตเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 79% หน่วยงานผลิต ได้แก่ กองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ และศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำเพชรบุรี

นายประพันธ์ กล่าวว่า หากเกษตรกรท่านใดมีความสนใจเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสายพันธุ์ดังกล่าวข้างต้น สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หน่วยงานผลิต หรือ กองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โทร. 0 2904 7604, 0 2904 7805 และ 0 2904 7446

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...